อียูกังวล กทช.ออกระเบียบร่างครอบงำการประกอบกิจการโทรคมนาคม ทำต่างชาติหนีไทย เหตุต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่เป็นเจ้าของไม่ได้
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนาย Karel De Cucht กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป (อียู) ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) วานนี้ (27 ส.ค.) ว่า อียูได้สอบถามถึงความคืบหน้าการเปิดเจรจาจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อียูว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหน และไทยพร้อมที่จะเจรจาได้เมื่อใด ซึ่งได้ยืนยันกับทางอียูไปว่า ไทยพร้อมที่จะเจรจาเอฟทีเอกับอียู โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดการเจรจากับอียูได้ในช่วงปลายปีนี้ หลังจากดำเนินการตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ได้กำหนดไว้เสร็จสิ้น
ทั้งนี้ อียูได้แจ้งให้ทราบว่าอียูได้เริ่มเปิดการเจรจาเอฟทีเอกับประเทศสมาชิกอาเซียนบ้างแล้ว เช่น สิงคโปร์ และกำลังจะเริ่มกับมาเลเซียและเวียดนาม โดยหวังว่าหากสามารถเปิดการเจรจากับไทยได้ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ก็จะเป็นการส่งสัญญาณที่ดี
นางพรทิวา กล่าวว่า อียูได้ยังแสดงความกังวลกรณีที่ไทยจะออกกฎระเบียบ เกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งอียูให้ความเห็นว่า กฎหมายดังกล่าว นอกจากจะควบคุมความเป็นเจ้าของกิจการ คือ ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% แล้ว ยังมีเจตนาควบคุมอำนาจการบริหารกิจการด้วย โดยที่โทรคมนาคมเป็นธุรกิจ ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ข้อจำกัดดังกล่าว จะทำให้มีบริษัทต่างชาติสนใจมาลงทุนลดลง ซึ่งไทยมีโอกาสจะคัดเลือกผู้ประกอบการได้น้อยลงและราคาที่ได้ อาจไม่ดีเท่าที่ควร
“ไทยแจ้งว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ยังอยู่ระหว่างการนำร่างประกาศดังกล่าว สู่กระบวนการประชาพิจารณ์ โดยประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลธุรกิจ สร้างธรรมาภิบาล เพื่อความมั่นคงของประเทศ ไม่ได้ต้องการที่จะกีดกันการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ” นางพรทิวากล่าว
นอกจากนี้ อียูยังได้ขอให้ไทยช่วยหาทางออก กรณีการขอจัดตั้งหอการค้าสหภาพยุโรปในประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างภาคธุรกิจ โดยอียูแม้ไม่เป็นประเทศแต่ก็มีสถานะทางกฎหมาย เป็น Legal Entity ซึ่งไทยแจ้งว่ากฎหมายของไทย ยังไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งหอการค้า ในลักษณะดังกล่าว แต่อนุญาตให้มีการจัดตั้งหอการค้าของแต่ละประเทศได้ อย่างไรก็ดีฝ่ายไทยรับว่าจะนำเรื่องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในการหารือครั้งนี้ อียูยังได้แสดงความกังวล กรณีที่ไทยมีการออกข่าวว่า จะถอนการเปิดเสรีสุราและบุหรี่ออกจากการเจรจาเอฟทีเอ ซึ่งได้ยืนยันไปว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการแสดงความกังวลของภาคประชาสังคมของไทย ที่ไม่ต้องการให้มีการเปิดเสรีในเรื่องนี้ โดยรัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่ทั้งหมดนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นท่าทีของรัฐบาลไทย ซึ่งไทยจะต้องมีการประเมินผลดีผลเสียในเรื่องนี้ต่อไป

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น