รมว.พลังงาน ระบุยังไม่ต้องออกมาตรการภาษีลดผลกระทบราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงนี้ เว้นแต่ราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อประชาชน
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการเปิดศูนย์สร้างศูนย์สุขภาพและการเรียนรู้ให้ชุมชน ไทยออยล์ เนื่องในโอกาสเข้าสู่ปีที่ 50 ว่า การที่โรงงานรวมทั้งโรงกลั่นน้ำมันและธุรกิจต่าง ๆ จะอยู่ร่วมกับสังคมและชุมชน จะต้องคำนึงถึงการผลิตที่ได้มาตรฐานและการให้ความสำคัญต่อชุมชน ซึ่งการที่ไทยออยล์เปิดศูนย์เรียนรู้ในวันนี้ ถือเป็นตัวอย่างของโครงการอื่น ๆ ที่จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
รมว.พลังงาน กล่าวถึงราคาน้ำมันดิบสหรัฐที่ล่าสุดขยับตัวขึ้นมากกว่า 82.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยของปีนี้จะยังทรงตัวในระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ซึ่งจะไม่กระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศมากนัก จึงไม่จำเป็นต้องออกมาตรการด้านราคาในช่วงนี้เพิ่มเติม ยกเว้นว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นสูงมากจนสร้างผลกระทบต่อประชาชน กระทรวงพลังงานก็จะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงมา
แต่สำหรับข้อเสนอของนายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลง 2 บาท ด้วยการให้กลุ่ม ปตท.เป็นผู้จัดซื้อน้ำมันดิบมาจำหน่ายแก่โรงกลั่นต่าง ๆ โดยเฉพาะการซื้อระบบรัฐต่อรัฐ เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่ต้องการแสดงความคิดเห็น แต่สำหรับแนวคิดการจัดซื้อน้ำมันแบบจีทูจี มองว่าเป็นเรื่องที่ดำเนินการอยู่แล้วเพื่อสร้างความมั่นใจด้านพลังงานและบริหารความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้พยายามสร้างทางเลือกให้ประชาชนโดยมันการใช้พลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์ E85 ที่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์เก่า สามารถติดตั้งอุปกรณ์คอนเวอร์ชั่น คิท เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ โดยไม่ต้องซื้อรถใหม่
ทั้งนี้ พบว่ามีผู้ติดตั้งระบบดังกล่าวแล้วไม่พบปัญหาทางเครื่องยนต์ แต่ทางกระทรวงก็จะศึกษาทางวิชาการเพื่อให้เกิดความมั่นใจสูงสุด โดยจะประกาศใช้ได้ในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยืนยันจะเดินหน้าปรับเปลี่ยนน้ำมันดีเซล บี3 ให้เป็นดีเซลบี 5 ทั้งหมดในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า
ด้านนายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยออยล์ กล่าวถึงข้อเสนอของ รมช.คลัง ที่จะให้กลุ่ม ปตท.เป็นผู้จัดซื้อน้ำมันดิบมาจำหน่ายแก่โรงกลั่นต่าง ๆ โดยเฉพาะการซื้อระบบรัฐต่อรัฐ เพื่อทำให้ราคาน้ำมันถูกลง 1-2 บาทต่อลิตร ว่า เรื่องนี้คงเป็นไปได้ยาก เพราะระบบการค้าน้ำมันเป็นระบบเสรีราคาปรับขึ้นลงตามตลาดโลก และข้อเท็จจริงในขณะนี้ กลุ่ม ปตท.ได้มีการจัดซื้อน้ำมันระบบจีทูจี ประมาณร้อยละ 40 ของความต้องการใช้ของประเทศอยู่แล้ว และการบริหารจัดการจะต้องดูระบบตลาดว่าจะซื้อราคาทั้งตลาดจร ตลาดจีทูจี และตลาดสัญญาระยะยาวว่าจะทำอย่างไรให้ราคามาถึงมือประชาชนต่ำที่สุด เพราะหากไปทำสัญญาจีทูจี ในช่วงราคาน้ำมันแพง และเมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ก็จะกลับมาเป็นภาระให้ประชาชน
นอกจากนี้ ยังมองถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงครึ่งปีหลังว่ามีโอกาสปรับขึ้น เพราะจะเป็นช่วงใกล้ฤดูหนาวที่จะมีความต้องการใช้น้ำมันเพื่อความอบอุ่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องดูถึงประเด็นภาวะเศรษฐกิจโลกว่าจะยังมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด แต่ในส่วนของค่าการกลั่นของไทยออยล์นั้น คาดว่าจะไม่เกิดปัญหาการขาดทุนสตอกเหมือนไตรมาส 2 อีก
โดยไทยออยล์จะพยายามดูแลค่าการกลั่นรวมให้อยู่ที่ระดับประมาณ 5.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยจะใช้วิธีการลดต้นทุนและปรับกระบวนการผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูง
นอกจากนี้ ยังมองถึงการหาโอกาสทางธุรกิจโดยกลุ่ม ปตท. อยู่ระหว่างการศึกษาจะร่วมกันจัดตั้งเรือบรรทุกน้ำมันขนาด 2 ล้านบาร์เรล มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ญสหรัฐ เพื่อช่วยลดต้นทุน ในขณะที่ไทยออยล์กำลังศึกษาโครงการขยายกำลังการผลิตพาราไซลีนอีก 1 ตันต่อปี จากกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 3.9 แสนตันต่อปี คาดจะใช้เงินลงทุนประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Tags : นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล • พลังงาน

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น