"นิชิอิโกะ" ยักษ์ผู้ผลิตยาสามัญญี่ปุ่น สบช่องเปิดตลาดค้าเสรี และแผนโรดแมพไทยฮับสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย สยายปีกบุกเอเชียออกนอกประเทศครั้งแรก
นายยูชิ ทามูระ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เภสัชกรรม นิชิอิโกะ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตยาสามัญจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ได้ยกระดับความร่วมมือกับบริษัท ดีเคเอชเอช โดยบรรลุข้อตกลงทางสัญญากับ ดีเคเอชเอช เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อขยายธุรกิจออกนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 โดยการเปิดประตูการค้าในต่างประเทศครั้งนี้ ได้วางยุทธศาสตร์การรุกตลาดในเอเชียเป็นหลัก เริ่มจาก การเปิดตลาดในประเทศไทย มาเลเซีย และฮ่องกง เพื่อขยายตลาดยาเข้าสู่ตลาดโรงพยาบาลเอกชน
"การที่นิชิอิโกะเลือกขยายฐานธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ยาสามัญที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น และเป็นตลาดที่กำลังพัฒนา แต่กลับมีผลิตภัณฑ์ยาในคุณภาพที่ค่อนข้างจำกัด" นายยูชิ ทามูระ กล่าว
นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์การขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ เป็นผลจากการเปิดตลาดการค้าเสรี และการเตรียมความพร้อมการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงแผนการพัฒนาของไทยที่เตรียมยกระดับให้ประเทศไทยเป็นฮับด้านสุขภาพ โดยมีกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยเป็นกลุ่มหลัก โดยจะเริ่มรุกตลาดตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการรุกตลาดเฉพาะในช่องทางจำหน่ายโรงพยาบาลเอกชนเป็นหลัก โดยในไทยเตรียมนำเข้ายา 12 รายการ ในมาเลเซีย 13 รายการ และในฮ่องกง 7 รายการ
นายเคียวจิ โคะมะจิ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า การรุกตลาดของนิชิอิโกะครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งแรกของบริษัทยาในประเทศญี่ปุ่น เพื่อการขยายตลาดเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียนับตั้งแต่การประกาศใช้กลยุทธ์เศรษฐกิจแนวใหม่ (New Growth Strategy)
นายชาลส์ ทูมี่ รองประธานอำนวยการบริหาร หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ดีเคเอชเอช ประเทศไทย กล่าวว่า แผนความร่วมมือระหว่างดีเคเอชเอช กับ นิชิอิโกะ ภายใต้สัญญาความร่วมมือระยะเวลา 10 ปี โดยเริ่มจากการขยายตลาดใน ประเทศไทย มาเลเซีย และฮ่องกง ตามแผนงานระยะ 3 ปี และตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาด 1% ในตลาดยาในช่องทางโรงพยาบาล
บริษัท เภสัชกรรม นิชิอิโกะ จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตยาสามัญ ในประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสู่ตลาด โดยเป็นทั้งผู้ผลิต จัดจำหน่าย กระจายสินค้าและนำเข้าส่งออก ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยา มียอดขายในปีที่ผ่านมา (30 พ.ย.52) 54.806 ล้านเยน หรือ 20.2 พันล้านบาท มีผลิตภัณฑ์กว่า 600 รายการ โดยยังได้เริ่มยุทธศาสตร์ใหม่ เริ่มขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น