กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 21 กรกฎาคม 2553 02:00

พลังงาน-อุตฯ เล็งประกาศกิจการรุนแรง2ส.ค.

ชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน)

ชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

พลังงาน-อุตสาหกรรม ตั้งทีมกำหนดกรอบออกประกาศกิจการรุนแรง 11-12 กิจการ คาดเสร็จใน 2 ส.ค. เล็งยึดผลศึกษาบอร์ด 4 ฝ่ายเป็นหลัก

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับกระทรวงพลังงาน ในการแก้ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุด วานนี้ (20 ก.ค.) ว่า ทั้งสองกระทรวงเห็นร่วมกันที่จะออกประกาศกิจการที่อาจกระทบชุมชนอย่างรุนแรง เพื่อความชัดเจนในการแก้ปัญหา เบื้องต้นมีกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและพลังงาน 11-12 กิจการ เช่น เหมืองแร่ ปิโตรเคมี โดยแต่ละกระทรวงจะตั้งคณะทำงานกำหนดรายละเอียดกิจการรุนแรงที่จะประกาศออกมา และยึดแนวทางที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 ในมาบตาพุดชุดนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน  (บอร์ด 4 ฝ่าย) ศึกษาไว้

"ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม จะพิจารณาข้อกฎหมายว่าจะดำเนินการออกประกาศกิจการรุนแรงได้อย่างไร และพิจารณาว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะออกประกาศเอง เพื่อเสนอบอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือถามความเห็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยข้อสรุปที่ได้จะเสนอนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรมวันที่ 2 ส.ค.นี้"

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เคยออกประกาศให้การกำหนดประเภทกิจการรุนแรง สามารถใช้กฎหมายอื่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ จึงเห็นว่ากระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงาน น่าจะออกประกาศกิจการรุนแรงได้ 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ผู้ประกอบการได้แจ้งให้ทราบว่า เริ่มมีนักลงทุนต่างประเทศอึดอัดกับการแก้ปัญหามาบตาพุดของไทย เพราะแก้ปัญหามาเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ปัญหายังหาข้อยุติไม่ได้ ซึ่งหากภาครัฐประกาศกิจการรุนแรงออกมาล่าช้า จะทำให้ความเชื่อมั่นการลงทุนทรุดลงไปอีก

นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า หากภาครัฐไม่ออกประกาศกิจการรุนแรง อาจส่งผลกระทบให้องค์การอิสระไม่ให้ความเห็นโครงการที่ทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) รายงานผลกระทบทางสุขภาพ (เอชไอเอ) เสร็จแล้ว เพราะไม่มีกรอบให้ตัดสินว่าเป็นกิจการรุนแรง ที่ต้องให้ความเห็นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด รวมทั้งการรอให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยกิจการรุนแรงพิจารณาก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะเพิ่งก่อตั้งและยังไม่ได้กำหนดกรอบการพิจารณากิจการรุนแรง รวมทั้งไม่ชัดเจนว่าช่วงที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยพิจารณา จะทำให้โครงการในมาบตาพุดต้องชะลอไปก่อนหรือไม่

นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เบื้องต้นจะแยกโครงการที่อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรมในการประกาศประเภทกิจการรุนแรงไปก่อน ซึ่งจะมีประมาณ 8-9 กิจการจาก 18 กิจการ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและพลังงาน

"การพิจารณาครั้งนี้ ทั้งสองกระทรวงพยายามหาทางออกว่าจะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายเดินหน้าต่อได้ เพราะขณะนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนไม่สามารถเดินหน้าทำอะไรได้เลย รวมถึงการหยุดชะงักของโครงการที่ไม่น่าอยู่ในข่ายส่งผลกระทบรุนแรง"

อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมและพลังงานจะยึดแนวทางของบอร์ด 4 ฝ่าย ที่ระดมความเห็นมาแล้วว่ากิจการใดอยู่ในข่ายกิจการรุนแรงบ้าง และทั้งสองกระทรวงจะต้องทำข้อมูลเชิงเทคนิครองรับ เพื่อให้การประกาศโดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับการยอมรับ ซึ่งทางออกครั้งนี้ จะเสร็จเมื่อใดยังไม่สามารถตอบได้ แต่มั่นใจว่าจะไม่ช้าแน่นอน ส่วนประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ก็สามารถออกประกาศกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและพลังงานภายหลังได้  ซึ่งต้องหารือแนวทางกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

ด้านนายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าแผนดังกล่าวจะออกมาอย่างไร และเป็นที่ยอมรับของรัฐบาลหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ กระทรวงอุตสาหกรรมก็เคยออก 8 ประเภทกิจการ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรุนแรงแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับ

อย่างไรก็ตาม ในฐานะภาคเอกชนต้องการให้ปัญหามาบตาพุดได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพราะขณะนี้ ยังไม่เห็นทางออก โดยผู้ประกอบการทั้ง 76 โครงการในมาบตาพุด ก็เร่งทำอีไอเอ และเอชไอเอเกือบเสร็จแล้ว และหากภาครัฐสามารถออกกฎระเบียบที่เป็นรูปธรรม เชื่อว่าจะทำให้โครงการใหม่มีความมั่นใจ ที่จะลงทุนมากขึ้นด้วย

 

Tags : มาบตาพุด

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement