ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมิ.ย.53 อยู่ที่ระดับ 69.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค. ชี้ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่สอง
วชิร คูณทวีเทพ อาจารประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิถุนายน 2553 เริ่มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย จาก 67.6 เป็น 69.1 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่สอง เมื่อพิจารณาดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในปัจจุบันยังปรับตัวลดลงจาก 61.0 สู่ระดับ 62.4 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่สอง ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต ใน 6 เดือนข้างหน้า ของเดือนมิถุนายน 2553 ปรับตัวดีขึ้นจาก 74.1 มาอยู่ที่ระดับ 75.8 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีความเห็นว่าใน 6 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวขึ้น แต่ผู้บริโภคยังกังวลในปัจจัยเสียงต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก และสถานการณ์การเมืองของไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน
ส่วนค่าเฉลี่ยของดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ทุกรายการยังคงปรับตัวลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2552 หรือในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงหากสถานการณ์การเมืองไม่กลับมา
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับโอกาสหางานทำก็ปรับตัวดีขึ้นจาก 66.9 เป็น 68.2 ซึ่งเป็นปรับตัวดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองส่วนดัชนีเกี่ยวกับการหางานทำในปัจจุบันของเดือนมิถุนายน 2553 ปรับตัวดีขึ้น 61.6 สู่ระดับ 62.9 ส่วนความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำในอนาคต ใน 6 เดือน ข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 72.1 เป็น 73.6 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่มั่นใจเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำในอนาคตอยู่ระดับที่ดี แต่ยัไม่มั่นใจเศรษฐกิจในอนาคต แต่ส่วนใหญ่คาดหวังว่าในอนาคตจะดีขึ้นทั้งเศรษฐกิจโลกและ การส่งออก น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ แต่ค่าเฉลี่ยทุกความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำยังคงปรับตัวลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง ไตรมาสที่ 4 ปี 2552 หรือในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคต ปรับตัวดีขึ้น จาก 93.9 มาสู่ระดับ 92.1 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นเป้นครั้งแรกในรอบ4 เดือน ที่ผ่านมา รายได้ในอนาคตเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ค่าเฉลี่ยของไตรมาสที่สองปีนี้ยังคงปรับตัลดต่ำลงกว่าค่าเฉลี่ยดัชนีความเชื่อมั่นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตยังคงมีทิศทางปรับตัวลดลง หากสถานการณ์การเมืองปัญหาภัยแล้ง รวมถึงปัจจัยลดต่างๆ ไม่คลี่คลายลงในระยะเวลาอันสั้นคาดว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตปรับตัว
ด้าน ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2553 เมื่อนำดัชนีประเภทต่างๆ มาคำนวณโดยแบ่งตามระยะเวลาของการวิเคราะห์ผลกรากฎว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มปรับตัวดีขึ้น จาก 61.3 ในเดือนพ.ค.เป็น 62.6 ในเดอนมิถุนายน ซึ่งเป็นการปรับตัวดึขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (6 เดือนข้างหน้า) ปรับตัวดึ้นจาก79.4 ในเดือนพ.ค.เป็น 81.1 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่สองเช่นกัน ส่งผลทำให้ความเชื่อมั่นผุ้บรฺดภคปรับตัวดขึ้นจากเดือนพฤษภาคมที่อยู่ระดับ 75.5 เป็น 77.1 ในเดือนมิถุนายน เป็นการปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่สองเหมือนทุกดัชนี
ส่วนดัชนีที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังต่ำกว่าไตรมาสที่ 4 ปี 2552 (หรือ ช่วง 6เดือนที่ผ่านมา ) สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มมีทิศทางปรับตัวลดลง หากปัจจัยลบเริ่มคลี่คลาย ขณะความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2553 ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่สอง เนื่องจากเริ่มมีความหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3 ของปีนี้ เพราะดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการมีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของไตรมาสที่ 4 ของปี 2552 สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มปรับตัวลดลงได้ หากสถานการณ์การเมือง รมทั้งปัจจัยลบต่างๆ ไมคลี่คลาย
ขณะที่ปัจจัยลบที่เกิดจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นหากไม่ถึง 80 เหรียญดอลลลาร์สหรัฐต่อบาเรลยังถือว่าเป็นต้นทุนที่รับได้ และหากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป เข้าช่วยเหลือวิกฤตการเงินในประเทศกรีซ ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐและยุโรป มากนัก
Tags : ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค • ม.หอการค้า
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น