"เกษตรฯ" ถกทางออกแก้ปัญหาต้นทางราคาไข่แพง เน้นมาตรการระยะสั้นยืดอายุไก่สาว-ชะลอการส่งออก ดึงปริมาณไข่ไก่อยู่ในตลาด
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ในขณะนี้ ในส่วนด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์เป็นหลักนั้นเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีรับที่จะเข้าไปดำเนินการหารือผู้เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องช่องว่างส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้นจากราคาขายหน้าฟาร์มที่เกษตรกรขายได้ 2.80 บาท/ฟอง
ส่วนทางด้านการผลิตที่ประชุมได้สรุปมาตรการแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่เป็น 3 ระยะ คือ มาตรการระยะสั้น มาตรการระยะกลาง และมาตรการระยะยาว
สำหรับมาตรการระยะสั้นประกอบด้วย 1.ยืดอายุไก่ไข่สาว โดยแจ้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการและเกษตรกรขยายเวลาไก่ยืนกรงจำนวน 2 ล้านตัวต่อไปอีกประมาณ 4 สัปดาห์ คือ จากเดิม 78 สัปดาห์ เป็น 82 สัปดาห์ หรือ จนกว่าสถานการณ์ตลาดจะเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อทำให้ปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นเฉลี่ย 1.2 ล้านฟอง/วัน
2.เพิ่มปริมาณไข่ไก่ภายในประเทศ โดยขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ให้ชะลอการส่งออกไข่ไก่เป็นการชั่วคราวกรณีที่ยังไม่มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์การส่งออกไข่ไก่ในปัจจุบันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถึงเดือนพฤษภาคมมีการส่งออกไข่ไก่แล้ว 86 ล้านฟอง
3. การจัดลูกไข่ไก่กองกลางจำนวน 50,000 ตัว/เดือน โดยมอบหมายให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้บริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรรายเล็ก รายย่อยที่ขาดแคลนลูกไก่ไข่ 4. มอบให้กรมปศุสัตว์ติดตามภาวะราคาลูกไก่ไข่และไก่สาวโดยต่อเนื่อง และปรับลดราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตและข้อตกลงเดิมที่ได้เคยมีการกำหนดส่วนต่างราคาต้นทุนลูกไก่ไข่และไก่สาวไม่ให้เกิด 20 % ซึ่งขณะนี้ทางผู้ประกอบการแจ้งว่าได้มีการปรับลดราคาจำหน่ายลูกไข่ไก่และไก่สาวลงแล้ว
โดยขณะนี้ราคาลูกไข่ไก่อยู่ที่ตัวละ 30 บาท ปรับลงจากเดิม 2 บาท และราคาไก่สาวปรับลงเหลือตัวละ 149 บาทจากเดิม 154 บาท
และ 5. ให้กรมปศุสัตว์สรุปข้อมูลความคืบหน้าผลการดำเนินงานทั้งหมดมารายงานต่อที่ประชุมอีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์การแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใน 30 วัน
สำหรับมาตรการระยะกลาง ซึ่งเป็นข้อกังวลของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ภารกิจ โครงสร้างและผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ในการแก้ไขปัญหาการผลิตไข่ไก่ทั้งระบบ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ประสานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ศึกษาปรับปรุงโครงสร้างของ Egg Board ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
ส่วนมาตรการระยะยาวที่ประชุมได้มีการพิจารณาในส่วนของการกำหนดปริมาณไก่ไข่พันธุ์ (PS) เป็นโควตากลางในปี 2554 เพื่อให้กรมปศุสัตว์บริหารจัดการแก้ไขปัญหาไก่ไข่ให้เกษตรกรที่รวมตัวเป็นสหกรณ์หรือสมาคม โดยเกษตรกรต้องเสนอความพร้อมทั้งแผนการผลิตและตลาดประกอบการพิจารณาด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนของโควตากลางที่ประชุมยังไม่มีกำหนดปริมาณที่ชัดเจนว่ารัฐจะเข้าไปดำเนินการนำเข้าเองเท่าไหร่อย่างไร
ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าของบริษัทเอกชนที่ได้รับการจัดสรรโควตาการนำเข้าทั้งสิ้น 9 ราย จำนวนไก่ไข่พันธุ์ 400,921 ตัว ว่าเป็นไปตามจำนวนที่ได้รับการจัดสรร และกระจายแม่พันธุ์ไปยังเกษตรกรตามข้อกำหนดหรือไม่
โดยหากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด กรมปศุสัตว์ก็มีอำนาจที่จะตัดลดจำนวนการนำเข้าที่ไม่ถึงโควตามาจัดสรรเป็นโควตากลางได้ ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดให้กรมปศุสัตว์รวบรวมข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้คณะกรรมการฯ พิจารณารายละเอียดของเรื่องดังกล่าวอีกครั้งภายใน 30 วัน
Tags : ไข่ไก่

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น