คมนาคมสั่งเดินหน้ารถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และแบริ่ง-สมุทรปราการ ไม่รอความชัดเจนการบริหารจัดการเดินรถ หลังล่าช้ากว่า ปี
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 15 มิ.ย.จะประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟฟ้า ล่าสุดการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ปรับแบบก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 13 กม.เสร็จแล้ว โดยย้ายสถานีไปอยู่แนวถนนพหลโยธินขาออกแทนบริเวณสำนักงานเขตบางเขน เนื่องจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่ยินยอมให้ใช้พื้นที่ การย้ายสถานีจะไปเชื่อมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี ระยะทาง 36 กม. ทำให้ประหยัดงบกว่า 1,000 ล้านบาท เพราะไม่ต้องปรับอาคารที่สำนักงานเขตบางเขน
ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 14 กม. กรมทางหลวงได้สั่งยุติการก่อสร้างสะพานข้ามแยกบริเวณถนนศรีนครินทร์ เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรปราการแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกัน
"การดำเนินงานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้ง 2 ช่วง ไม่น่ามีปัญหาอะไร จากนี้ก็ต้องเดินหน้างานโยธา โดยไม่รอผลการพิจารณาจากหน่วยงานรับผิดชอบการเดินรถระหว่างกระทรวงคมนาคมกับ กทม. เพราะโครงการล่าช้ามา 1 ปีแล้ว คาดภายในปีนี้จะเปิดประกวดราคาได้ทั้ง 2 เส้นทาง จากนั้นก็จะเริ่มงานก่อสร้างปี 2554 น่าจะเปิดให้บริการได้ไม่เกินกลางปี 2558" นายสุพจน์กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังมีแผนจะเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงบางปิ้ง-บางปู ระยะทาง 7 กม. เป็นส่วนต่อขยายจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ (บางปิ้ง) จากตามเส้นทางนี้จะดำเนินงานปี 2572 เนื่องจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เห็นว่า ควรดำเนินการต่อเนื่องกับงานก่อสร้างสายสีเขียว
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงบางปิ้ง-บางปู เป็นโครงสร้างยกระดับ มีสถานี 4 แห่ง วงเงินก่อสร้างรวม 10,700 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโยธาประมาณ 6,000 ล้านบาท โครงการนี้ไม่ต้องจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่ม สามารถใช้ขบวนรถไฟฟ้าของสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการได้
นายสุพจน์ กล่าวถึง โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูว่า ขณะนี้ รฟม. ปรับแบบก่อสร้างเสร็จแล้ว เปลี่ยนเสาตอม่อรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน ย้ายไปอยู่ที่แขวงการทางเขตบางเขนแทน เพื่อที่จะรองรับการเดินทางเข้าออกศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
Tags : รถไฟฟ้าสายสีเขียว
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น