กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 11 มิถุนายน 2553 06:38

เกษตรฯชี้แล้งหนักรอบ18ปีชงสร้าง2เขื่อน

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"ธีระ" รับปีนี้แล้งหนักสุดรอบ 18 ปี เผยแหล่งน้ำในประเทศเก็บน้ำได้เพียง 7 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรจากปริมาณกักเก็บได้ 2 แสนล้านลูกบาศก์เมตร

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปีนี้มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 18 ปี จากปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ประเทศไทย สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้เพียง 7 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 1 ใน 3 จากที่เคยกักเก็บได้ถึง 2 แสนล้านลูกบาศก์เมตร 

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 34,531 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 47% ของความจุทั้งหมด โดยปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อพื้นที่การเกษตรอย่างลุ่มน้ำเจ้าพระยา เช่น เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 4,217 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 31% เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่าง 3,374 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 35% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 127 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือ 17 % และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 88 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 9% และสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังคงมีปริมาณน้ำลดลง

สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ในพื้นที่ จ.ชลบุรี สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ 7 แห่ง มีปริมาตรน้ำรวมกันทั้งสิ้น 74.9 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 42% ของความจุอ่างฯ ทั้งหมด

นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งพยายามแก้ปัญหา โดยการจัดทำฝนหลวง การแจ้งเตือนและจัดทำมาตรการจัดทำระบบการปลูกข้าวใหม่ รวมถึงยังเร่งดำเนินการที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่ยังมีอุปสรรคในการพัฒนาจัดหาแหล่งน้ำ

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สามารถดำเนินโครงการเขื่อนขนาดใหญ่แค่ 3 แห่ง คือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนคลองท่าด่าน และเขื่อนแควน้อย ซึ่งกรมจะเร่งจัดทำโครงการสร้างเขื่อนเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ เขื่อนคลองหลวง จ.ชลบุรี ช่วยเอื้อประโยชน์พื้นที่เพาะปลูกข้าว 5 หมื่นไร่ พืชไร่ 2,500 ไร่  เพื่ออุปโภค-บริโภค และการอุตสาหกรรม 11.90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และเขื่อนห้วยโสมง จ.ปราจีนบุรี มีความจุในระดับเก็บกัก 295 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกว่า 111,300 ไร่

Tags : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลเขื่อน

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement