กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 10 มิถุนายน 2553 11:54

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพ.ค.เพิ่มขึ้นที่67.6

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอกาค้าไทย

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.อยู่ที่ 67.6 เพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย.อยู่ที่ระดับ 67.2 ผลจากปัจจัยบวกการเมืองคลี่คลาย

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน พ.ค.53 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม อยู่ที่ 67.6 เพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย.53 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 67.2

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำ อยู่ที่ 66.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 92.1

"ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 4 เดือน นับแต่ก.พ.53" ศูนย์พยากรณ์ฯ ระบุ

สำหรับปัจจัยบวกที่มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ได้แก่ เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองคลี่คลายลงส่งผลให้ต่อจิตวิทยาในเชิงบวกว่าการเมืองจะมีเสถียรภาพมากขึ้น, สภาพัฒน์ฯ แถลงเศรษฐกิจไตรมาสแรกปี 53 ขยายตัว 12%, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ออกมาระบุว่า GDP ปีนี้โตตามคาดที่ 4.3-5.8%,ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศลดลง และ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเริ่มมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ขณะที่ปัจจัยลบ มาจากการความวุ่นวายทางการเมืองจนเกิดจลาจลส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงลบ ยังอาจจะส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองและแนวโน้มเศรษฐกิจไม่นิ่งและมีความเสี่ยงสูง, ปัญหาภัยแล้งขยายวงกว้าง, การส่งออกในเดือนเม.ย.แม้จะขยายตัวสูงแต่มีการชะลอตัว,ค่าเงินบาทอ่อนค่า, ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ  ปรับตัวลดลง 13.08 จุด, ความกังวลจากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก, ความกังวลปัญหาค่าครองชีพ และการชะลอโครการลงทุนที่มาบตาพุด

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองคลี่คลายลง และเป็นความหวังของประชาชน แต่ไม่ได้สะท้อนว่าเศรษฐกิจดีขึ้น เพราะการจ้างงานยังไม่ดี ถ้าแผนปรองดองแห่งชาติสามารถบรรลุผลสำเร็จได้จะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น และ ความเชื่อมั่นจะเพิ่มขึ้น

ส่วนการบริโภคคาดว่าจะทรงตัวต่อถึงไตรมาส 3/53 แต่จะดีขึ้นตามสถานการณ์ของภาคท่องเที่ยวและการส่งออกที่คาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาส 4/53

นายธนวรรธน์ แนะนำให้รัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเร่งอัดฉีดเม็ดเงินจากโครงการไทยเข้มแข็งโดยเร็ว และดูแลปัญหาภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตร เนื่องจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นในเดือน พ.ค.เป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค และหากกราคาสินค้าเกษตรไม่ดีก็จะฉุดดัชนีความเชื่อมั่นลงได้ รวมทั้งรักษาค่าเงินบาทไม่ให้อ่อนค่ากว่า 32.50 บาท/ดอลลาร์ และตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.25% ไปตลอดทั้งปี เพราะจะมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้

 

Tags : ธนวรรธน์ พลวิชัย ม.หอการค้าไทย

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement