กระทรวงเกษตรฯ วาง 7 ยุทธศาสตร์ เชิงรุก พัฒนาการเกษตรในระยะ 5 ปี สร้างความเข้มแข็งหลังเปิดเสรีอาเซียน
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อเรื่อง”เส้นทางสู่อนาคตการเกษตรไทยในช่วงแผนพัฒนาฯฉบับที่ 11” จัดโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า การจัดประชุมครั้งนี้ เพื่อเตรียมจัดทำแผนพัฒนาการเกษตร สำหรับใช้ในระยะ 5 ปี (พ.ศ 2555-2559)
สำหรับแผน 5 ปี กระทรวงเกษตรฯ เน้นการทำงานเชิงรุก เน้นการปรับตัวและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก โดยดำเนินการผลักดันงานต่างๆให้เกิดผลสามารถรองรับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ความมั่นคงอาหารและพลังงาน การเปิดเสรีทางการค้า
"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาการเกษตรเอาไว้ 7 ประเด็นคือ 1.การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร 2.ส่งเสริมการทำการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3.ส่งเสริมการทำการเกษตรในรูปแบบของการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ(Cluster) 4.ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน 5.เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาคเกษตร 6. เศรษฐกิจการเกษตรสีเขียว หรือการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 7.ความร่วมมือและข้อตกลงระหว่างประเทศ"
นายยุคล กล่าวต่อไปอีกว่า ทั้ง 7 ประเด็นนี้ เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกัน ซึ่งจะมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยที่จะทำการผลักดันการดำเนินงานให้เกิดผลในการพัฒนาการเกษตร เพื่อให้ภาคการเกษตรและเกษตรกรเกิดความเข้มแข็ง มีความยั่งยืนและมั่นคง ซึ่งในอนาคตอีก 5 ปี ข้างหน้า เมื่อกลุ่มประเทศอาเซียนมีการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวเหมือนกับกลุ่มประเทศอียู ประเทศไทยจะต้องมีการปรับตัวเองว่าการทำเกษตรของประเทศจะอยู่ในตำแหน่งใด
"ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวและพืชผลทางการเกษตรมากที่สุดในอาเซียน ในขณะเดียวกันประเทศที่เคยได้ชื่อว่าส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก คือ พม่า ก็กำลังมีการปรับตัวเองขนานใหญ่ พร้อมกันนี้ เวียดนาม ก็เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งขันกับประเทศไทย ชนิดที่เรียกว่าหายใจรดต้นคอ ฉะนั้นประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมการ และปรับตัวให้มีความชัดเจนมากกว่าปัจจุบัน"
Tags : เกษตร
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น