กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 08:53

ภัตตาคารจ่อปลดแสนคนเซ่นการเมือง

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เอสเอ็มอีกลุ่มภัตตาคารไทย ระบุการชุมนุมกระทบวงกว้าง ต่างชาติเมินเที่ยวไทย คนไร้อารมณ์รื่นเริง ประชุม เลี้ยงสังสรรค์ยกเลิก

นางปวรวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2553 มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 กับสมาชิกผู้ประกอบการภัตตาคารไทย 40 จังหวัดทั่วประเทศ โดยการประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ทางด้านการเมืองเบื้องต้นเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา พบว่า ภาพรวมธุรกิจในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ยังขยายตัว 10% ขณะที่เดือน มี.ค.-เม.ย. อัตราการเติบโตของรายได้ลดลงเฉลี่ย 50% โดยในช่วงดังกล่าว พื้นที่ที่มีการชุมนุมทางการเมืองทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือขอนแก่นธุรกิจภัตตาคารมีรายได้ลดลงถึง 70%

ทำให้มีการประเมินว่า ในปีนี้ธุรกิจภัตตาคารไทย มูลค่า 3 แสนล้านบาท จากจำนวน 3 แสนร้านค้า  น่าจะมีภาพรวมรายได้ติดลบ 10% แต่ต้องภายใต้เงื่อนไขของการยุติสถานการณ์ภายในระยะเวลา 2 เดือน  หรือไม่เกินวันที่ 12 พ.ค.นี้ ซึ่งหากสถานการณ์ยังส่งผลกระทบยาวเชื่อว่าผลกระทบของธุรกิจจะขยายวงกว้างมากกว่านี้

"ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีสายป่านด้านการเงินรอให้เหตุการณ์ยุติเพียง 1 เดือนครึ่งเท่านั้น  หากยังไม่ยุติ การลดต้นทุนของผู้ประกอบการด้วยการปลดแรงงานจะเริ่มมีให้เห็นอย่างแน่นอนไม่น้อยกว่าแสนคน จากแรงงานทั้งหมด 3 ล้านคน" นางปวรวรรณ กล่าว

ขณะนี้นอกจากต่างชาติไม่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแล้ว คนไทยเองยังมีความตึงเครียดจากสถานการณ์การเมืองสูงมาก ทำให้พฤติกรรมการรับประทานอาหารนอกบ้าน เลี้ยงสังสรรค์ ลดลงอย่างชัดเจน คนไทยส่วนใหญ่รีบกลับบ้านเพื่อติดตามข่าวการเมือง

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวว่าธุรกิจภัตตาคารดังกล่าวจะมากกว่าในช่วงเหตุการณ์ปิดสนามบิน เนื่องจากพบว่านักท่องเที่ยวหยุดการเดินทางไม่เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิแต่รวมทุกด่านทั่วประเทศ ทำให้เชื่อว่าแผนการให้วงเงินกู้ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีวงเงิน 5,000 ล้านบาทของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมนั้น จะได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มภัตตาคารเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว

"เหตุการณ์เกิดแค่ 2 เดือน แต่เชื่อว่าจะกระทบยาวเป็นปี ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการท่องเที่ยวและภาคบริการเลย ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลในครั้งนี้จะต่างจากที่ผ่านมา และจะต้องตอบสนองผู้ได้รับผลกระทบที่รอบด้านมากขึ้น" นางปวรวรรณ กล่าว

สมาคมจะเตรียมรวมตัวกับ 3 สมาคม ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย และสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือภาครัฐเพิ่มเติม โดยในส่วนของสมาคมจะขอให้ภาครัฐชดเชยรายได้แรงงาน 100% จากที่รัฐบาลมีนโยบายเบื้องต้นที่จะชดเชย 25%, ให้มีการขยายระยะเวลาการผ่อนเงินกู้พร้อมดอก ที่จะครบกำหนดต้องชำระในเดือนพ.ค.ออกไปอีก  1 ปี จาก 6 เดือนที่รัฐกำหนด รวมทั้ง ยืดหยุ่นการให้เงินกู้แก่ผู้ที่ติดปัญหาเครดิตบูโร เนื่องจากมองว่าปัญหาการเมือง 2 ปีที่ผ่านมากระทบต่อกระแสเงินสดของผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก 
 

Tags : สมาคมภัตตาคารไทย เสื้อแดงชุมนุม

advertisement

advertisement

advertisement