กฟผ.เผยความต้องการใช้ไฟฟ้าแตะระดับสูงสุดครั้งใหม่เป็นครั้งที่ 9 ของปีนี้ ผลจากอากาศร้อนจัด และโรงงานเดินเครื่องผลิตสูงตามยอดคำสั่งซื้อตปท.
นายพงษ์ดิษฐ พจนา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในช่วงฤดูร้อนปี 2553 ว่า เมื่อวานนี้ (22 เม.ย. 53) เวลา 14.30 น. ได้เกิดความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak) เท่ากับ 23,897.72 เมกะวัตต์ ที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 37.5 องศาเซลเซียส นับเป็นครั้งที่ 9 ของปี 2553 ที่ทำลายสถิติปี 2552 ถึงร้อยละ 8.4 (วันที่ 24 เม.ย. 52 เท่ากับ 22,044.9 เมกะวัตต์) และสูงกว่าประมาณการในค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าที่ใช้ในการจัดทำแผน PDP 2010 ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ที่พยากรณ์ไว้เท่ากับ 22,690 เมกะวัตต์ ถึงร้อยละ 5.3
ทั้งนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศ ที่มูลค่าการส่งออกของเดือนมีนาคม 2553 ขยายตัวถึง ร้อยละ 40.9 ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้สรุปตัวเลขล่าสุด สอดคล้องกับไอเอ็มเอฟที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตขึ้น ร้อยละ 5.5 ในปี 2553-54
นอกจากนี้ยังรวมถึงผลจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้า เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้าและบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพดี เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
สำหรับสถิติการเกิด Peak ในปี 2553 นั้น เกิดขึ้นมาแล้ว 8 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. เท่ากับ 22,185.8 เมกะวัตต์ วันที่ 3 มี.ค. เท่ากับ 22,406.40 เมกะวัตต์ วันที่ 8 มี.ค. เท่ากับ 22,542.20 เมกะวัตต์ วันที่ 9 มี.ค. เท่ากับ 22,649.78 เมกะวัตต์ วันที่ 16 มี.ค. เท่ากับ 23,143.26 เมกะวัตต์ วันที่ 25 มี.ค. เท่ากับ 23,304.05 เมกะวัตต์ วันที่ 5 เม.ย. เท่ากับ 23,529.69 เมกะวัตต์ และวันที่ 6 เมษายน เท่ากับ 23,730.21 เมกะวัตต์ ตามลำดับ
Tags : กฟผ.