พลังงานเคาะเกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าให้แอดเดอร์ผลิตไฟจากพลังงานหมุนเวียนใหม่ ตัดปัญหาผู้ประกอบการไม่ตั้งใจพัฒนาโครงการและลดภาระค่าเอฟที
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โดยประเด็นหลักการพิจารณาคือ 1.วางหลักเกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการที่มีศักยภาพและความพร้อม ในการผลิตเข้าระบบได้จริง 2.ปรับปรุงอัตราส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (แอดเดอร์) ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง โดยนำปัจจัยการเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตของแต่ละโครงการมาพิจารณารับซื้อในอนาคต
ทั้งนี้เนื่องจากพบว่าหากมีการรับซื้อจากผู้ประกอบการ ที่เสนอโครงการทั้งหมดจะเป็นภาระต่อระบบ และค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (เอฟที) สูงเกินไป โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต้องลงทุนโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงสอดคล้องกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพราะความมั่นคงในระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนยังไม่มีเสถียรภาพ ในส่วนของพลังงานลมมีเพียง 5% พลังน้ำ 20% ก๊าซชีวภาพและแสงอาทิตย์ที่ระดับ 21% ขยะและชีวมวลที่ 40% และแกลบที่ 70%
อย่างไรก็ตาม หากรับซื้อตามข้อเสนอที่เข้าตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนระยะ 15 ปี (2551-2564) ทั้งหมด ที่ระดับ 7,508 เมกะวัตต์ มาจาก พลังงานแสงอาทิตย์ที่ 2,892 เมกะวัตต์ พลังงานลม 1,258 เมกะวัตต์ ขยะชุมชนที่ 579 เมกะวัตต์ พลังงานชีวมวล ที่ 2,560 เมกะวัตต์ พลังน้ำ 1.34 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ 215 เมกะวัตต์ พบว่าจะต้องใช้เงินสนับสนุนจากการให้แอดเดอร์ต่อปี ในช่วงปี 2551-2554 อยู่ที่ 12,300 ล้านบาทต่อปี และช่วงปี 2555 -2564 เพิ่มเป็น 51,805 ล้านบาทต่อปี
โดยมาจากการสนับสนุนพลังงานแสงอาทิตย์ 27,770 ล้านบาท พลังงานลม 5,788 ล้านบาท ขยะชุมชน 12,184 ล้านบาท ชีวมวล ที่ 5,500 ล้านบาท พลังน้ำ 6.7 ล้านบาท และก๊าซชีวภาพ ที่ 452 ล้านบาท จะกระทบต่อค่าเอฟทีในภาพรวมที่ 18 สตางค์ต่อหน่วย ในปี 2564
"หลายฝ่ายเห็นว่าไม่ควรรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่เสนอมาทั้งหมด เพราะจะกลายเป็นว่านับรวมผู้ประกอบการที่ไม่ตั้งใจพัฒนาโครงการจริงแต่อาจมีประโยชน์อื่นแฝงไม่สามารถผลิตไฟฟ้าเข้าระบบได้ ก็กลายเป็นภาระกับประชาชนทั้งประเทศที่ต้องแบกรับต้นทุนค่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน" แหล่งข่าวกล่าว
Tags : พลังงานทดแทน