กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 12 มีนาคม 2553 19:14

สุวรรณภูมิเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

สนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอีก 1 ระดับ เป็นระดับ 3 พร้อมเพิ่มรอบตรวจตราภายในอาคาร

นายนิรันดร์ ธีรนาทสิน ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า  ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ระหว่างวันที่ 11-23 มีนาคม 2553 และทางกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองเริ่มมีการชุมนุมในวันนี้ (12 มี.ค.)  จึงได้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอีก 1 ระดับ เป็นระดับ 3

โดยจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำประตูเฝ้าสังเกตผู้ผ่านเข้า-ออก อาคารผู้โดยสาร หากมีพฤติกรรมน่าสงสัยจะมีการขอตรวจค้นทั้งตัวบุคคลและสัมภาระ สำหรับพื้นที่ด้านในอาคารผู้โดยสารจะมีการเข้มงวดมากขึ้น

โดยที่จุดตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นร่างกายจะเพิ่มการสุ่มตรวจ 1 ต่อ 10 และระบบสัมภาระก็จะมีการสุ่มตรวจ 1 ต่อ 10 เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังเพิ่มรอบการตรวจตราภายในอาคารของเจ้าหน้าที่จาก 6 รอบ เป็น 12 รอบ รวมทั้งงดการออกบัตรอนุญาตชั่วคราวสำหรับบุคคลภายนอกที่จะเข้าไปรับ-ส่งผู้โดยสารตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โดยมาตรการดังกล่าวยังคงใช้ต่อไปจนกว่าจะได้รับรายงานสถานการณ์จากหน่วยงานด้านความมั่นคง จึงจะมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงระดับตามสถานการณ์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางหน่วยงานราชการ โดยกองทัพภาคที่ 1 และกองบัญชาการตำรวจ ภูธรภาค 1 ได้ส่งกำลังส่วนหนึ่งมาดูแล ความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว

Tags : เสื้อแดงชุมนุม สนามบินสุวรรณภูมิ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15

บริษัทเราคิดค่าจ้างถูกกว่าที่คิด หัวหน้าชุด 15000 บาทรปภ 13000 บาท ได้คับที่ vipbodyguard2010@hotmail.com 0833056089 0899157982 บริการนักสืบมืออาชีพ และบดี้กา

ความคิดเห็นที่ 14

บริษัทเราคิดค่าจ้างถูกกว่าที่คิด หัวหน้าชุด 15000 บาทรปภ 13000 บาท ได้คับที่ vipbodyguard2010@hotmail.com 0833056089 0899157982 บริการนักสืบมืออาชีพ และบดี้การ์ด

ความคิดเห็นที่ 13

บริษัทเราคิดค่าจ้างถูกกว่าที่คิด หัวหน้าชุด 15000 บาทรปภ 13000 บาท ได้คับที่ vipbodyguard2010@hotmail.com 0833056089 0899157982 และบริการนักสืบทุกคดี บอดี้การ์ด

ความคิดเห็นที่ 12

แบ่งซื้อแบ่งจ้างบัตรไก๊ด์แพงบทพิสูจน์น้ำยาองค์กรอิสระกล้าฟันคนผิดหรือไม่ ? [ 47 ]

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กำหนดไว้ชัดเจนในมาตรา 82 (2) ว่า “ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ” แต่ระเบียบยังเปิดช่องเอาไว้ใน (4)


เพื่อให้ทักท้วงหากเกิดกรณีการสั่งการโดยผิดกฎหมายว่า “ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฏหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือ หลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่า การปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ จะต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันที เพื่อ ให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้น และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชา ยืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม”
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กฎหมายยังเขียนตอกย้ำเอาไว้ในระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 83(1) ว่า “ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่ง ควรต้องแจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย” ยิ่งไปกว่านั้นในมาตรา 83(3) เขียนชัดเจนว่า “ต้องไม่อาศัยหรือยอมให้คนอื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น” ตามด้วยมาตรา 83(4) กำหนดว่า “ ต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ” โดยตอกฝาโลงด้วยมาตรา 83(5)ว่า “ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน”
กระนั้นก็ตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ยังกำหนดเอาไว้ชัดเจนในมาตรา 85(1) ว่า “ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต”
โทษที่ถูกกำหนดขึ้นในมาตรา 88 ว่า “ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัย จะต้องได้รับโทษทางวินัย เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 7 การดำเนินการทางวินัย
(1) ภาคทัณฑ์
(2) ตัดเงินเดือน
(3) ลดเงินเดือน
(4) ปลดออก
(5) ไล่ออก”
ในมาตรา 90 วรรคสองยังกำหนดเอาไว้เพื่อเล่นงานผู้บังคับบัญชาที่ละเว้นว่า “ ผู้ บังคับบัญชาหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ผู้ใด ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย”
หากย้อนกลับไปเปิดดูระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดมาตรการในการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเอาไว้ชัดเจนว่า
“การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม” หมายความว่า การที่ผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานรายหนึ่งหรือหลายราย กระทำการอย่างใดๆ อันเป็นการขัดขวาง หรือ เป็นอุปสรรค หรือไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคา หรือเสนองานต่อส่วนราชการ ไม่ว่าจะกระทำโดยการสมยอมกัน หรือโดยการให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ หรือกระทำการใดโดยทุจริต ทั้งนี้โดยวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาประโยชน์ในระหว่างผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานด้วยกัน หรือเพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานรายใดรายหนึ่ง เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับส่วนราชการนั้น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อให้เกิดความได้เปรียบส่วนราชการโดยมิใช่เป็นไปในทางประกอบธุรกิจปกติ”
ยิ่งไปกว่านั้นระเบียบว่าด้วยการพัสดุยังเขียนกำหนดว่า “เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ หมายความว่า คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาตามข้อ 42 คณะ กรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาตามข้อ 50 คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกตามข้อ 86 คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือกตาม ข้อ 103 คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนดตามข้อ 106 หรือผู้ว่าจ้างในกรณีการจ้างออกแบบและควบคุมงานโดยวิธีพิเศษ ที่เป็นการว่าจ้าง โดยการประกวดแบบตามข้อ 107(2)”
ในข้อ 10 ของระเบียบการพัสดุยังกำหนดโทษเอาไว้ร้ายแรงโดยระบุว่า “ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบนี้ หรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการใดโดยจงใจหรือประ มาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต หรือกระทำ การโดยปราศจากอำนาจ หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ เอื้ออำ นวยแก่ผู้เข้าเสนอราคาหรือเสนองาน ให้มีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยตามกฏหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการหรือตามกฎหมายเฉพาะ ของส่วนราชการนั้น ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้
(1) ถ้าการกระทำมีเจตนาทุจริต หรือเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายอย่างร้ายแรง ให้
ดำเนินการลงโทษอย่างต่ำปลดออกจากราชการ”
กระนั้น ก็ตาม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ ไขเพิ่มเติมยังให้เกียรติองค์กรอิสระด้วยการกำหนดเอาไว้ในข้อ 17(2) ว่าสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินมีหน้าที่สอดส่องมิให้มีการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตาม ข้อ 16 หากพบการหลีกเลี่ยงให้รายงานผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป เพื่อดำเนินการทางวินัยแก่ผู้หลีกเลี่ยง และแจ้งให้ผู้รักษาการตามระเบียบทราบ”
กฎหมายยังกำหนดไว้ในข้อ 22 วรรคสองว่า “การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด หรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยน จะกระทำมิได้”
หากย้อนกลับไปมองระเบียบนี้ข้อ 20 กำหนดเอาไว้ว่า “ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาทแต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท”
ยิ่งไปกว่านั้นข้อ 42(3) เขียนเอาไว้ว่า “ พิจารณาคัดเลือกพัสดุ หรืองานจ้างของผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตาม (2) ที่มีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ และเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้ว ซึ่งเสนอราคาต่ำสุด” วรรคสอง เขียนเอาไว้อีกว่า “ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดดังกล่าวไม่ยอมเข้าทำสัญญา หรือข้อตกลงกับส่วนราชการในเวลาที่กำหนดตามเอกสารสอบราคา ให้คณะกรรมการพิจาร ณาจากผู้เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ”
ถ้ามิได้ทำเช่นนั้นจะเข้าข่ายพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอ ราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11 ที่กำหนดว่า “ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใด หรือผู้ไ ด้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐผู้ใด โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใด ได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท”
ตอกย้ำด้วยมาตรา 12 ที่เขียนไว้รุนแรงว่า “ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใดๆโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่าง เป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใด ให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท”
ประเด็นต้องพิจารณาว่าปีงบประมาณ 2552 สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับงบประมาณในการจัดซื้อบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์จำนวน 19,000 ใบ วงเงิน 3,395,110 บาท ชุดริบบอน จำนวน 58 ชุด และชุดฟิล์ม จำนวน 10 ชุด วงเงิน 1,044,259.50 บาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 4,439,369.50 บาท นั่น เท่ากับว่าสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์จะต้องจัดซื้อในคราวเดียวกันตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในข้อ 22 วรรคสอง ที่กำหนดไว้ว่าการแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อจะจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำ หนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด หรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไป
จะกระทำมิได้
ประเด็นต้องพิจารณาว่า
การสั่งซื้อบัตรมัคคุเทศก์จำนวน 5,000 ใบวงเงิน 893,450 บาทเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 ตามมาด้วยการสั่งซื้อจำนวน 4,000 ใบวงเงิน 714,760 บาทเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2552 โดยวิธีตกลงราคาจากบริษัทพาวเวอร์ ลิงค์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด และการสั่งซื้อจำนวน 10,000 ใบ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 วงเงิน 228,900 บาทจากบริษัทอินโนเวชั่น สเต็ป จำกัด
เข้าข่ายการแบ่งซื้อแบ่งจ้างตามข้อห้ามหรือไม่ ?
ยิ่งไปกว่านั้นตามหนังสือด่วนมากที่ กก 0403.01/1214 ลง วันที่ 3 ธันวาคม 2551 เรื่อง ขออนุมัติหลักการจัดซื้อวัสดุสำหรับพิมพ์บัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ จำนวน 2 ราย การโดยวิธีสอบราคา เป็นการซื้อชุดริบบอน วายเอ็มซีเค.500 อิมเมจ จำนวน 40 ม้วน จากจำนวนเต็ม 58 ม้วนวงเงิน 671,960 บาทหรือตกม้วนละ 16,799 บาทและชุดฟิล์ม 10 ม้วน วงเงิน 75,000 บาท หรือม้วนละ 7,500 บาท
อันนำไปสู่การซื้อจากบริษัท พีโอพี โฮม ทรีทเม้นท์ จำกัด ที่เสนอขายชุดริบบอน ชุดละ 9,500 บาท รวม 40 ชุดเป็นงิน 406,600 บาท และชุดฟิล์ม 10 ชุดๆละ 6,300 บาทเป็นเงิน 67,410 บาท จนบริษัทดีแซดการ์ด(ไทยแลนด์) จำกัด ที่เสนอราคาชุดริบบอนมาชุดละ 4,860 บาท จำนวน 40 ชุดเป็นเงิน 208,008 บาท และชุดฟิล์ม 10 ชุดๆละ 3,240 บาทเป็นเงิน 34,668 บาท รวมวงเงินเสนอทั้งสิ้น 242,676 บาทถูกกว่าที่สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ซื้อถึง 231,334 บาท เกือบเท่าตัว ทำหนังสือร้องเรียนเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2552 ว่า
“ ซึ่งบริษัทที่ชนะการประมูลมิได้ใช้เอกสารหนังสือยืนยันการเป็นตัวแทนจำหน่ายจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างถูกต้อง เพราะตัวแทนจำหน่ายจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยมีเพียงสองบริษัท คือ บริษัทดีแซดการ์ด(ไทยแลนด์)จำกัดและบริษัทในเครือ ซีดีจี.จำกัดเท่านั้น ทั้งนี้หนังสือยืนยันจะต้องเป็นหนังสือจากตัวแทนจำหน่ายจากเจ้าของผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง
อีกทั้งการเสนอราคาจากตัวแทนจำหน่ายหลายทอด ทำให้ราคาสูงเกินความจำเป็นทำให้ผู้ซื้อเสียผลประโยชน์และใช้งบประมาณของรัฐสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น”
นำไปสู่หนังสือร้องเรียนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนามสมุทรวิศวกรรมเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 ว่า “บริษัทพีโอพี คอน สตรัคชั่น เทรดดิ้ง จำกัด ยื่นเอกสารมาโดยไม่มีเอกสารการเป็นตัวแทนจำหน่ายจากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัว แทนจำหน่ายแต่งตั้งการจำหน่ายในประเทศไทย ตามประกาศ รายละเอียดคุณสมบัติข้อ 1.4 และข้อ 2.3 แต่กับใช้ เอกสารการแต่งตั้งจากตัวแทนจากบริษัทเอเชีย ดอทจำกัด ซึ่งมิใช่เป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายแต่งตั้งในประเทศไทย จึงเทียบได้ว่า ใช้เอกสารอันเป็นข้อมูลเท็จต่อทางราชการ”
น่าแปลกตรงที่ วันที่ 13 มกราคม 2552 เวลา 10.00 น. ที่ห้องแถลงข่าวสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว มีการยื่นซองสอบราคา มีผู้ยื่นเข้ามาทั้งสิ้น 3 ราย แต่ในประกาศของสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวกำหนดชัดเจนว่า ผู้ที่จะยื่นสอบราคาจะต้องมีหนังสือรับรองการเป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตใน ต่างประเทศในประเทศไทย
ทว่า บริษัทตัวแทนจำหน่ายฟิล์มและริบบอนที่ใช้สำหรับเครื่องยี่ห้อ FRACO ของ สหรัฐอเมริกาในประเทศไทยมีแค่สองรายคือ บริษัทดีแซดการ์ด(ไทยแลนด์)จำกัด ซึ่งเข้ามายื่นสอบในครั้งนี้ กับอีกบริษัทคือ บริษัทในเครือ ดีซีจี.จำกัด ซึ่งเที่ยวนี้เข้ามาในนามของห้างหุ้นส่วนนามสมุทรวิศวกรรม ยิ่งไปกว่านั้นในตอนเปิดซอง ตัวแทนจำหน่ายสองรายในประเทศไทยคัดค้านว่าบริษัท พีโอพี โฮม ทรีทเม้นท์ จำกัดคุณสมบัติไม่ครบ และเจ้าตัวยอมรับรวมถึงคณะกรรมการเปิดซองสอบราคา ยอมรับเช่นเดียวกัน
ไฉนจึงกล้าหักด้ามพร้าด้วยเข่า ด้วยการเสนอให้บริษัทที่ขาดคุณสมบัติเข้ามาทำสัญญากับสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว โดยไม่แยแสต่อกฎหมายบ้านเมือง
น่าแปลกตรงที่มีการแบ่งซื้อแบ่งจ้างถึง 4 ครั้ง อย่างไม่เกรงกลัวต่อระเบียบ กฎหมายของทางราชการ
หรือถือว่า การเมืองคุ้มหัวจึงกล้าทำ ?
กรณีต้องพิจารณาว่า เข้าข่ายฐานความผิดตามระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 82(2) หรือไม่
กรณีต้องพิจารณาว่า เข้าข่ายฐานความผิดตามมาตรา 83 (1)(3)(4)(5) ตามระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หรือไม่ ?
กรณีต้องพิจารณาว่า เข้าข่ายฐานความผิดตามมาตรา 85(1) ที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องดำเนินการทางวินัยตามมาตรา 90 วรรคสองหรือไม่ ? และจะต้องนำไปสู่ผลของโทษทางวินัยตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หรือไม่ ?
ยิ่งหากก้าวล่วงไปพิจารณาถึงกรณีแห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีความหมายของ “การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม” และ “เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ” ถือว่า กรณีนี้เข้าข่ายฐานความผิดตามข้อ 10(1) หรือไม่ ?
กรณี ต้องพิจารณาว่า การกระทำที่ส่อเจตนาจนน่าเชื่อว่า จะทุจริตจะต้องเข้าข่ายข้อ 14 (2) ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบโดยปราศจากความคิดที่จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ?
กรณีต้องพิจารณาอีกว่า กรณีนี้เข้าข่ายการล่วงละเมิดฐานความผิดแห่งข้อ 22 วรรคสองที่ห้ามแบ่งซื้อแบ่งจ้างหรือไม่ ?
กรณี ต้องพิจารณาอีกว่า กรณีนี้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาจะเข้าข่ายฐานความผิดตามระเบียบข้อ 42 (3) ที่ไม่ยอมพิจารณาบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุดหรือไม่ ?
และจะต้องทวงถามผู้ถือปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรมทุกกระบวนขั้นตอนว่า
กรณีนี้ ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายฐานความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 หรือไม่ ?
กรณี ยิ่งจะต้องพิจารณาต่อไปอีกว่า หากผู้บังคับบัญชาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จะด้วยตัวเองไปพัวพันกับฐานะซุก ความเป็นเจ้าของกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการกำกับดูแลในข่ายงานที่จะต้องปฏิบัติเพราะเกรงว่าหากตั้งกรรมการสอบสวนไปแล้วจะกระทบต่อธุรกิจที่ลงไปนับ สิบล้านแต่อ้างในหลักฐานการเสนอบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ปปช.ว่า ให้ยืมโดยคิดดอกเบี้ยตามอัตราของธนาคาร จนหามีความกล้าหาญในหน้าที่ความรับผิดชอบหรือไม่ ?
ฤา ต้องพิสูจน์ฝีมือของนักการเมืองระดับหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาที่กุมบังเหียนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า
จะมีน้ำยาในการสั่งการให้ตรวจสอบให้สิ้นกระแสความหรือไม่ ?

ความคิดเห็นที่ 11

ฮ่า ฮ่า ฮ่า แพทย์แถลง น้องทราย คุณแม่ขอร้อง เสียชีวิตด้วยโรคระบบหัวใจล้มเหลว สะใจกรู จริงๆ
ตลก ส้นตี_น ตายแล้ว คืนนี้ กรูจะเผาพริก เผาเกลือ เวลา ศูนย์ จุด ศูนย์ ศูนย์ น. สาปแช่งพวกตลก
พิธีกร และ ดารา เหื้_ยๆ พวกนี้ต่อ ขอให้มัน ฉิ_บหาย ตายห่า ตายโหง ตายอย่างทรมานทั้งโคตร

ความคิดเห็นที่ 10

ฮ่า ฮ่า ฮ่า แพทย์แถลง น้องทราย คุณแม่ขอร้อง เสียชีวิตด้วยโรคระบบหัวใจล้มเหลว สะใจกรู จริงๆ
ตลก ส้นตี_น ตายแล้ว คืนนี้ กรูจะเผาพริก เผาเกลือ เวลา ศูนย์ จุด ศูนย์ ศูนย์ น. สาปแช่งพวกตลก
พิธีกร และ ดารา เหื้_ยๆ พวกนี้ต่อ ขอให้มัน ฉิ_บหาย ตายห่า ตายโหง ตายอย่างทรมานทั้งโคตร

ความคิดเห็นที่ 9

ความคิดไพรเราะจัง ชอบๆๆ

คุณ มรรค๘

ความคิดเห็นที่ 8

สุวรรณภูมิอีกแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นฝ่ายไหนมายึดอีก ต่างประเทศจึงห้ามปชช.มาเที่ยว ยิ่งพวกวิทยากรเอเอสทีวีปลุกเร้าปชช.ให้ออกมาต่อต้านเสื้อแดง จะยิ่งพาคนมาตายแทนเหมือนทุกครั้ง จนนายสนธิต้องถูกเก็บ แต่คราวนี้รอดไปได้ ก็ยังไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นคนสั่งเก็บ รู้แต่ว่า เจ้าหน้าที่ว่า คนร้ายหลบอยู่ในกองทหาร คราวหน้าอาจจะไม่รอด พวกที่เหลือยังคงพูดจาด่าทอพวกเสื้อแดง ยั่วยุทุกวัน จนพวกวิทยากรไปทางภาคเหนือภาคอิสาณไม่ได้ และเป้าหมายของเอ็ม๗๙ ก็คงหนีไม่พ้นสถานีวิทยุและเอเอสทีวี จะเห็นว่า การทะเลาะต่อสู้กัน มันขาดทุนทั้งคู่ ทำให้ปชช.เดือดร้อนไปทั่ว การได้อำนาจมาจาการปฏิวัติ และปกครองแบบสองมาตรฐาน ไม่ได้ช่วยให้ประเทศชาติดี ขึ้น มีแต่ความวุ่นวาย หายนะจะมาเยือน จนกว่าจะมีผู้ที่มีอำนาจมีบารมี นำการปกครองในระบอบธรรมาภิบาลมาใช้ นั่นแหละจึงจะดีขึ้น จริงหรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกนต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 7

ด่ากันเข้าไป



ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6แจ้งลบ.
พ่อ Dr.kim , 12 มีนาคม 2553 21:00

โปรดฟังอีกครั้ง.............

ทักสินตาย ความวุ่นวายจบ

ความคิดเห็นที่ 5แจ้งลบ.
จากโพสต์ทูเดย์ , 12 มีนาคม 2553 20:48

รายงานพิเศษ"พวกเขาหายไปไหนในวันแดงตากแดดเดินถนน"
ประเด็น:เสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ , 12 มีนาคม 2553 เวลา 18:35 น.



“พวกเขาหายไปใหน” ในวันที่เสื้อแดงต้องมาตากแดดเดินถนน โดยทีมข่าวการเมือง


ในวันที่มวลชนคนเสื้อแดง ออกอาการคึกคักต่อการถูกปลุกระดมจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และแกนนำ ให้ร่วมฝ่าไอร้อนระอุ เดินตามท้องถนนใฝ่หาประชาธิปไตยตามแบบฉบับที่เขาต้องการ แต่ก็มีกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งที่เคยประกาศถวายตัวและหัวใจ พร้อมสนับสนุนการกระทำคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่ เอาเข้าจริงพวกเขากลับหายวับไปกลับสถานการณ์

คนเหล่านี้เหมือนมีเง็กเซียนประทับร่างให้รู้สัญญาณว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก 1-2วันข้างหน้าเจ้าเข้าทรงเตือนให้อพยพเผ่นหนี อย่ามาเดินนำทัพหน้ากับมวลชน แต่สำหรับข้อมูลข่าวกรองแล้ว มันช่างสอดรับเหลือเกินวา ระหว่างวันที่ 13-14 มี.ค.เป็นสถานการณเปราะบางอาจมีความรุนแรงเกิดขึ้น

พวกเขาตีตั๋วออกจากเมืองไทยอย่างรวดเร็ว แม้แต่คำบอกลาพี่น้องเสื้อแดงสักคำก็ไม่มี มวลชนคนเสื้อแดงจึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เคว้งคว้าง ตั้งคำถาม ไหนหล่ะที่จะมานำหน้ามวลชน?

คืนวันที่ 10 มี.ค. ข่าวรั่วมาจากการบินไทย ว่า คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และพานทองแท้ ชินวัตร เก็บข้าวของออกจากประเทศไทยไปแล้ว แต่ยังไม่ระบุสายการบิน โดยมีปลายทางอยู่ที่ เขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง คืนวันเดียวกัน พิณทองทา และ แพรทองธาร สองสาวน้อยตระ * ลชินวัตร เกี่ยวก้อยออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 23.10 น. ไปเยอรมนี ท่ามกลางข่าวสะพัดตามมา “ครอบครัวพ.ต.ท.ทักษิณเผ่นก่อนวันแดงป่วนกรุง” แม้จะมีคนในตระ * ลออกมาแก้ข่าว สาเหตุสองลูกสาวบินไปนอกก็เพื่อร่วมงาน "ITB BERLIN 2010" ที่เยอรมนี เพื่อดูธุรกิจด้านการโรงแรม?

พ.ต.ท .ทักษิณ กล่าวในทวิตเตอร์ว่าได้ตอบโต้ว่า “ลูกสาวสองคนเขาไปดูนิทรรศการเรื่องโรงแรมที่เยอรมันเขาจองกันไว้ล่วงหน้า นานมากแล้วเสร็จงานเขาจะมาเยี่ยมผมเพราะไม่ได้พบกันนานแล้วครับ"

ผ้าป่าการเมืองซึ่งถูกทอดบนกองบัญชาการสำคัญคนเสื้อแดง ที่ห้างอิมพีเรียล ในนามยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวนายใหญ่ ทำให้คนเสื้อแดงประทับใจอย่างไม่รู้ลืม แต่แล้วเธอก็เผ่นแน่บลาเสื้อแดงไปอีกราย โดยอ้างว่า พาลูกไปสมัครเรียน

คืนวันที่ 10 มี.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศสิงคโปร์ ด้วยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เมื่อเวลา 21.20 น.ที่ผ่านมา หลังจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก จังหวัดปราจีนบุรี ได้เฝ้าสังเกต และติดตาม ร.ต.อ.เฉลิม ที่บริเวณวัดบางบอน ซึ่งอยู่ใกล้บ้านมาระยะหนึ่งแล้ว แต่วันที่ 11 มี.ค. ในช่วงค่ำที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร.ต.อ.เฉลิม เดินทางกลับ ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3506

ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวหลังจากลงจากเครื่องบินว่า การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้มีนัดหมายกับเพื่อนล่วงหน้าไว้ก่อน เพราะคุณแม่ของเพื่อนไม่สบาย จึงได้ไปเยี่ยม พอไปถึงมีคนโทรศัพท์ มาบอกว่ามีทหารมาตั้งแค้มป์ติดกับบ้าน

"อยากจะฝากถึงรัฐบาล ว่าผมไม่ใช่คนขี้กลัว และไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะต้องหนีเอาตัวรอด ชีวิตรับราชการมา เป็นรัฐมนตรี 6 สมัย ผมไปต่างประเทศมีคนมาออกข่าวกันใหญ่หาว่าผมกลัวตาย หนีเอาตัวรอด ลูกเมีย บ้านผมอยู่นี่ ผมไม่ได้ทำผิดอะไร ผมจะหนีไปทำไม ผมนั้นนิยมการเมืองในสภา ผมเน้นมาตลอด ส่วนพรรพวกที่เคลื่อนไหวอย่างไรนั้น ผมก็ห้ามเขาไม่ได้ ซึ่งเขาจะเคลื่อนไหวอย่างไร ผมไม่ทราบ"

ก่อนหน้านี้ อีกหนึ่งรายที่ถูกเพ่งเล็งว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญให้พรรคร่วมรัฐบาลเปลี่ยนขั้วได้ นั่นคือ เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจ เขาออกเดินทางไปลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีเสียงวิจาณณ์ตามมาอย่างน่าเคลือบแคลงสงสัยถึงการเตรียมไปเคลื่อนไหวการเมืองอะไรหรือไม่ แต่แล้ว ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้เป็นบิดา ออกมาชี้แจงว่า ตามที่มีการกล่าวหาบุตรชาย ไปตั้งวอร์รูมอยู่ที่กรุงลอนดอน เพื่อทำแผนป่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่มีอย่างที่ถูกกล่าวหา เพราะเนวินไปส่งบุตรชายไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นกำหนดการล่วงหน้า และเนวินคงอยากไปพักผ่อน เพราะอยู่ที่เมืองไทย ก็พาทีมไปแข่งขันฟุตบอลแต่บางแห่งก็ไม่ต้อนรับ

ข่าวสะพัดตามมาอย่างไม่หยุดยั้ง ในวันแดงเดือด 14 มี.ค. มีชื่อ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกมองว่าเป็นนายทุนใหญ่จากเมืองเหนือเตรียมไปเมืองนอกในอีกไม่กี่วันนี้ หรือแม้แต่ “กีร์ ระเบิดขวด” อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำตัวเอ้ จองตั๋วการบินไทยเตรียมเดินทางไปอังกฤษวันที่ 14 มี.ค.ด้วยความสงสัยจะไปได้หรือเพราะอยู่ระหว่างมีคดีห้ามออกนอกประเทศ

ทันทีที่ต่อสายสอบถามข้อเท็จจริง“ กีร์ ระเบิดขวด รับสายแต่นิ่งอึ้งไปสักพัก เขามีอาการอึกอักเล็กน้อย หลังตั้งสติได้ กีร์ตอบกลับมาว่า“ยังไม่ได้เดินทางไปไหน ก็อยู่นี่ไง ไม่ไปไหนทั้งสิ้น จะขอต่อสู้กับพี่น้องจนกว่าได้รับชัยชนะ “ คำยืนยันของกีร์ อาจทำให้มวลชนมั่นใจ ด้วยความหวังเหลือเกินว่า เมื่อถึงวันที่ 14 มี.ค. ยังคงเห็นกีร์ตัวเป็น ที่เคยบอกพี่น้องประชาชนให้เตรียมขวดมาคนละใบ มาเอาน้ำมันก๊าดที่กรุงเทพ

เสียงครวญมาจากคนเสื้อแดง อย่าให้เดียวดายอีกเลย เพราะไม่อยากต้องมานั่งร้องเพลงรอ เหมือนกับนายใหญ่ ที่ไม่เคยกลับมานำทัพประชาชน

ความคิดเห็นที่ 4แจ้งลบ.
พ่อ Dr.kim , 12 มีนาคม 2553 20:48

ทักษิน ตาย ทุกอย่างจบ

ความคิดเห็นที่ 3แจ้งลบ.
sam , 12 มีนาคม 2553 20:39

ลองสังเกตุดีๆ Dr.Kim Jim Juay+ (คิม จิ้ม จ๋วย) มันคงจบต่ำมาก ป.๔ อย่างเก่ง และไม่มีงานทำจึงโพสต์ได้ทั้งวัน และมีความด้านสูงมาก เพราะไม่ว่าใครจะว่าอะไรมัน มันก็มุ่งมั่นทำงานของมัน เหมือนควา-ยที่ลากไถ ใครจะฟาดยังงัยๆมันก็เดินๆๆๆ เพื่อแลกกับหญ้า สู้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2แจ้งลบ.
liumhere , 12 มีนาคม 2553 20:12

ไอ admin web กรุงเทพธุรกิจ ช่วยลบ คคห ของไอจังไร สัดนรก kim ให้หมดๆ ทีได้ป่ะ ปล่อยให้ไอพวก เลียกบฎ เงาไข่เขมร มาโพสทป่วนอยู่ได้

ความคิดเห็นที่ 1แจ้งลบ.
Dr.Kim , 12 มีนาคม 2553 19:37

วันนี้....ประเทศชาติมี ....วิกฤต....หัวหน้ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขวิกฤตนี้ได้....นายอภิสิทธิ์ ....หมดความชอบธรรม....ในการเป็นนายกรัฐมนตรี....ไม่สามารถแก้ไขปัญหหาชาติ ได้อีกต่อไป.....ประชาชน....เรือนแสน....เรือนล้าน.....กำลังแสวงหา .....ความยุติธรรม.....ความเสมอภาค.....ประชาธิปไตย....รักษาหน้าตาชาติ ....วิกฤตนี้....หัวหน้ารัฐบาล.....ไม่มีจุดยืนแก้ไข....ให้ผ่านพ้นโดยสันติ วิธี.....มีเจตนาใช้ความรุนแรงต่อประชาชนเรือนล้านจากทั้วทุกสารทิศของ ประเทศ....วางแผ่นปราบปรามประชาชนผู้บริสุทธิ์....มือเปล่า.....สันติ .....และชอบด้วยกฎหมาย.....ท่านทั้งหลายที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล......มีความ เป็นไปได้ที่จะมีส่วนร่วมกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเรือนล้านนี้.....ใช้ รัฐสภา......ปฎิเสธ...หัวหน้ารัฐบาลของท่าน....ที่จะเข่นประชาชนมือเปล่าอีก ครั้ง......ประวัตศาสตร์จะยกย่องท่าน....เป็นผู้แก้วิกฤตชาติ.....สำเร็จ ...เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย....สำเร็จ......ยุติความรุนแรง .....สำเร็จ.....ยุติความไม่เป็นธรรม.....สำเร็จ......ยุติความเสื่อมเสีย ของชาติต่อนานาอารยะ.....สำเร็จ......ความสุข.....สันติ.....สงบ....เสมอภาค ......ความสมานฉันท์.....จะกลับคืนสู่สังคมประเทศเรา.....ขอเรียกร้อง...... และวิงวอน.....ให้ผู้นำพรรคร่วมรัฐบาล...พรรคภูมิใจไทย.....พรรคชาติไทย พัฒนา....พรรคเพื่อแผ่นดิน.....พรรคร่วมใจไทยชาติพัฒนา.....พรรคจิกสังคม ....ช่วยกันพินิจพิจารณา....แก้ไขวิกฤตชาติ.....ครั้ง

ความคิดเห็นที่ 6

โปรดฟังอีกครั้ง.............

ทักสินตาย ความวุ่นวายจบ

ความคิดเห็นที่ 5

รายงานพิเศษ"พวกเขาหายไปไหนในวันแดงตากแดดเดินถนน"
ประเด็น:เสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ , 12 มีนาคม 2553 เวลา 18:35 น.



“พวกเขาหายไปใหน” ในวันที่เสื้อแดงต้องมาตากแดดเดินถนน โดยทีมข่าวการเมือง


ในวันที่มวลชนคนเสื้อแดง ออกอาการคึกคักต่อการถูกปลุกระดมจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และแกนนำ ให้ร่วมฝ่าไอร้อนระอุ เดินตามท้องถนนใฝ่หาประชาธิปไตยตามแบบฉบับที่เขาต้องการ แต่ก็มีกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งที่เคยประกาศถวายตัวและหัวใจ พร้อมสนับสนุนการกระทำคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่ เอาเข้าจริงพวกเขากลับหายวับไปกลับสถานการณ์

คนเหล่านี้เหมือนมีเง็กเซียนประทับร่างให้รู้สัญญาณว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก 1-2วันข้างหน้าเจ้าเข้าทรงเตือนให้อพยพเผ่นหนี อย่ามาเดินนำทัพหน้ากับมวลชน แต่สำหรับข้อมูลข่าวกรองแล้ว มันช่างสอดรับเหลือเกินวา ระหว่างวันที่ 13-14 มี.ค.เป็นสถานการณเปราะบางอาจมีความรุนแรงเกิดขึ้น

พวกเขาตีตั๋วออกจากเมืองไทยอย่างรวดเร็ว แม้แต่คำบอกลาพี่น้องเสื้อแดงสักคำก็ไม่มี มวลชนคนเสื้อแดงจึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เคว้งคว้าง ตั้งคำถาม ไหนหล่ะที่จะมานำหน้ามวลชน?

คืนวันที่ 10 มี.ค. ข่าวรั่วมาจากการบินไทย ว่า คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และพานทองแท้ ชินวัตร เก็บข้าวของออกจากประเทศไทยไปแล้ว แต่ยังไม่ระบุสายการบิน โดยมีปลายทางอยู่ที่ เขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง คืนวันเดียวกัน พิณทองทา และ แพรทองธาร สองสาวน้อยตระ * ลชินวัตร เกี่ยวก้อยออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 23.10 น. ไปเยอรมนี ท่ามกลางข่าวสะพัดตามมา “ครอบครัวพ.ต.ท.ทักษิณเผ่นก่อนวันแดงป่วนกรุง” แม้จะมีคนในตระ * ลออกมาแก้ข่าว สาเหตุสองลูกสาวบินไปนอกก็เพื่อร่วมงาน "ITB BERLIN 2010" ที่เยอรมนี เพื่อดูธุรกิจด้านการโรงแรม?

พ.ต.ท .ทักษิณ กล่าวในทวิตเตอร์ว่าได้ตอบโต้ว่า “ลูกสาวสองคนเขาไปดูนิทรรศการเรื่องโรงแรมที่เยอรมันเขาจองกันไว้ล่วงหน้า นานมากแล้วเสร็จงานเขาจะมาเยี่ยมผมเพราะไม่ได้พบกันนานแล้วครับ"

ผ้าป่าการเมืองซึ่งถูกทอดบนกองบัญชาการสำคัญคนเสื้อแดง ที่ห้างอิมพีเรียล ในนามยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวนายใหญ่ ทำให้คนเสื้อแดงประทับใจอย่างไม่รู้ลืม แต่แล้วเธอก็เผ่นแน่บลาเสื้อแดงไปอีกราย โดยอ้างว่า พาลูกไปสมัครเรียน

คืนวันที่ 10 มี.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศสิงคโปร์ ด้วยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เมื่อเวลา 21.20 น.ที่ผ่านมา หลังจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก จังหวัดปราจีนบุรี ได้เฝ้าสังเกต และติดตาม ร.ต.อ.เฉลิม ที่บริเวณวัดบางบอน ซึ่งอยู่ใกล้บ้านมาระยะหนึ่งแล้ว แต่วันที่ 11 มี.ค. ในช่วงค่ำที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร.ต.อ.เฉลิม เดินทางกลับ ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3506

ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวหลังจากลงจากเครื่องบินว่า การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้มีนัดหมายกับเพื่อนล่วงหน้าไว้ก่อน เพราะคุณแม่ของเพื่อนไม่สบาย จึงได้ไปเยี่ยม พอไปถึงมีคนโทรศัพท์ มาบอกว่ามีทหารมาตั้งแค้มป์ติดกับบ้าน

"อยากจะฝากถึงรัฐบาล ว่าผมไม่ใช่คนขี้กลัว และไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะต้องหนีเอาตัวรอด ชีวิตรับราชการมา เป็นรัฐมนตรี 6 สมัย ผมไปต่างประเทศมีคนมาออกข่าวกันใหญ่หาว่าผมกลัวตาย หนีเอาตัวรอด ลูกเมีย บ้านผมอยู่นี่ ผมไม่ได้ทำผิดอะไร ผมจะหนีไปทำไม ผมนั้นนิยมการเมืองในสภา ผมเน้นมาตลอด ส่วนพรรพวกที่เคลื่อนไหวอย่างไรนั้น ผมก็ห้ามเขาไม่ได้ ซึ่งเขาจะเคลื่อนไหวอย่างไร ผมไม่ทราบ"

ก่อนหน้านี้ อีกหนึ่งรายที่ถูกเพ่งเล็งว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญให้พรรคร่วมรัฐบาลเปลี่ยนขั้วได้ นั่นคือ เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจ เขาออกเดินทางไปลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีเสียงวิจาณณ์ตามมาอย่างน่าเคลือบแคลงสงสัยถึงการเตรียมไปเคลื่อนไหวการเมืองอะไรหรือไม่ แต่แล้ว ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้เป็นบิดา ออกมาชี้แจงว่า ตามที่มีการกล่าวหาบุตรชาย ไปตั้งวอร์รูมอยู่ที่กรุงลอนดอน เพื่อทำแผนป่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่มีอย่างที่ถูกกล่าวหา เพราะเนวินไปส่งบุตรชายไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นกำหนดการล่วงหน้า และเนวินคงอยากไปพักผ่อน เพราะอยู่ที่เมืองไทย ก็พาทีมไปแข่งขันฟุตบอลแต่บางแห่งก็ไม่ต้อนรับ

ข่าวสะพัดตามมาอย่างไม่หยุดยั้ง ในวันแดงเดือด 14 มี.ค. มีชื่อ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกมองว่าเป็นนายทุนใหญ่จากเมืองเหนือเตรียมไปเมืองนอกในอีกไม่กี่วันนี้ หรือแม้แต่ “กีร์ ระเบิดขวด” อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำตัวเอ้ จองตั๋วการบินไทยเตรียมเดินทางไปอังกฤษวันที่ 14 มี.ค.ด้วยความสงสัยจะไปได้หรือเพราะอยู่ระหว่างมีคดีห้ามออกนอกประเทศ

ทันทีที่ต่อสายสอบถามข้อเท็จจริง“ กีร์ ระเบิดขวด รับสายแต่นิ่งอึ้งไปสักพัก เขามีอาการอึกอักเล็กน้อย หลังตั้งสติได้ กีร์ตอบกลับมาว่า“ยังไม่ได้เดินทางไปไหน ก็อยู่นี่ไง ไม่ไปไหนทั้งสิ้น จะขอต่อสู้กับพี่น้องจนกว่าได้รับชัยชนะ “ คำยืนยันของกีร์ อาจทำให้มวลชนมั่นใจ ด้วยความหวังเหลือเกินว่า เมื่อถึงวันที่ 14 มี.ค. ยังคงเห็นกีร์ตัวเป็น ที่เคยบอกพี่น้องประชาชนให้เตรียมขวดมาคนละใบ มาเอาน้ำมันก๊าดที่กรุงเทพ

เสียงครวญมาจากคนเสื้อแดง อย่าให้เดียวดายอีกเลย เพราะไม่อยากต้องมานั่งร้องเพลงรอ เหมือนกับนายใหญ่ ที่ไม่เคยกลับมานำทัพประชาชน

ความคิดเห็นที่ 4

ทักษิน ตาย ทุกอย่างจบ

ความคิดเห็นที่ 3

ลองสังเกตุดีๆ Dr.Kim Jim Juay+ (คิม จิ้ม จ๋วย) มันคงจบต่ำมาก ป.๔ อย่างเก่ง และไม่มีงานทำจึงโพสต์ได้ทั้งวัน และมีความด้านสูงมาก เพราะไม่ว่าใครจะว่าอะไรมัน มันก็มุ่งมั่นทำงานของมัน เหมือนควา-ยที่ลากไถ ใครจะฟาดยังงัยๆมันก็เดินๆๆๆ เพื่อแลกกับหญ้า สู้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2

ไอ admin web กรุงเทพธุรกิจ ช่วยลบ คคห ของไอจังไร สัดนรก kim ให้หมดๆ ทีได้ป่ะ ปล่อยให้ไอพวก เลียกบฎ เงาไข่เขมร มาโพสทป่วนอยู่ได้

ความคิดเห็นที่ 1

วันนี้....ประเทศชาติมี ....วิกฤต....หัวหน้ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขวิกฤตนี้ได้....นายอภิสิทธิ์ ....หมดความชอบธรรม....ในการเป็นนายกรัฐมนตรี....ไม่สามารถแก้ไขปัญหหาชาติ ได้อีกต่อไป.....ประชาชน....เรือนแสน....เรือนล้าน.....กำลังแสวงหา .....ความยุติธรรม.....ความเสมอภาค.....ประชาธิปไตย....รักษาหน้าตาชาติ ....วิกฤตนี้....หัวหน้ารัฐบาล.....ไม่มีจุดยืนแก้ไข....ให้ผ่านพ้นโดยสันติ วิธี.....มีเจตนาใช้ความรุนแรงต่อประชาชนเรือนล้านจากทั้วทุกสารทิศของ ประเทศ....วางแผ่นปราบปรามประชาชนผู้บริสุทธิ์....มือเปล่า.....สันติ .....และชอบด้วยกฎหมาย.....ท่านทั้งหลายที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล......มีความ เป็นไปได้ที่จะมีส่วนร่วมกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเรือนล้านนี้.....ใช้ รัฐสภา......ปฎิเสธ...หัวหน้ารัฐบาลของท่าน....ที่จะเข่นประชาชนมือเปล่าอีก ครั้ง......ประวัตศาสตร์จะยกย่องท่าน....เป็นผู้แก้วิกฤตชาติ.....สำเร็จ ...เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย....สำเร็จ......ยุติความรุนแรง .....สำเร็จ.....ยุติความไม่เป็นธรรม.....สำเร็จ......ยุติความเสื่อมเสีย ของชาติต่อนานาอารยะ.....สำเร็จ......ความสุข.....สันติ.....สงบ....เสมอภาค ......ความสมานฉันท์.....จะกลับคืนสู่สังคมประเทศเรา.....ขอเรียกร้อง...... และวิงวอน.....ให้ผู้นำพรรคร่วมรัฐบาล...พรรคภูมิใจไทย.....พรรคชาติไทย พัฒนา....พรรคเพื่อแผ่นดิน.....พรรคร่วมใจไทยชาติพัฒนา.....พรรคจิกสังคม ....ช่วยกันพินิจพิจารณา....แก้ไขวิกฤตชาติ.....ครั้งนี้ด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Video

advertisement

advertisement

advertisement