พาณิชย์ ถก 11 องค์กรเอกชน รับมือผลกระทบชุมนุมม็อบเสื้อแดง ตั้งศูนย์ประสานงานแก้ปัญหาขนส่งสินค้าช่วยผู้ส่งออกรับเหตุฉุกเฉิน
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยภายหลังหาร่วมกับภาคเอกชน 11 องค์กร เพื่อกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบ จากการเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า ในสถานการณ์ที่การชุมนุมยังไม่แน่นอน ทำให้กรมส่งเสริมการส่งออก เชิญผู้ส่งออกและผู้ประกอบการโลจิสติกส์ มาหารือเพื่อประเมินผลและชี้แจงข้อมูลการรับมือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น
สมาพันธ์โลจิสติกส์ได้ระบุว่า การชุมนุมทางการเมืองครั้งนี้ ไม่น่าส่งผลต่อการขนส่งสินค้าทั้งทางบก น้ำ และอากาศ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าสถานการณ์การชุมนุมไม่น่าจะมีความรุนแรง จนถึงขั้นปิดเส้นทางขนส่ง
นางศรีรัตน์ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้เบื้องต้นอาจส่งผลให้การจราจรติดขัด แต่ถ้าเกิดการชุมนุมที่รุนแรง เชื่อว่ารัฐบาลสามารถจัดการได้ และมีแผนรองรับทั้งทางสนามบินและท่าเรือ ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งเคยมีประสบการณ์แล้ว
ส่วนผู้ส่งออกได้แจ้งให้ทราบว่าได้ชี้แจงลูกค้าต่างประเทศให้เข้าใจสถานการณ์ของไทย จึงได้คลายกังวลของลูกค้าต่างชาติ และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้แจ้งให้ทราบว่าหอการค้าต่างประเทศในไทย ไม่กังวลกับการชุมนุมครั้งนี้
ตั้งศูนย์รับเหตุฉุกเฉินช่วยผู้ส่งออก
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการส่งออกจะตั้งศูนย์เฝ้าระวังและประสานงาน เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น โดยศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่ประสานงานกับผู้ประกอบการโลจิสติกส์และผู้ส่งออก เพื่ออำนวยความสะดวกในกรณีที่มีการปิดท่าเรือ หรือสนามบิน
นางศรีรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของกรมส่งเสริมการส่งออกที่เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 11-14 มี.ค. 2553 โดยผู้ร่วมงานแสดงสินค้าชาวต่างประเทศ ยังแสดงความจำนงเข้าร่วมงานตามปกติ ไม่ได้มีคำถามหรือข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในไทย ส่วนงานแสดงสินค้าอื่นๆ ที่หลังจากนี้ ยังไม่มีการยกเลิกการเข้าร่วมแจ้งเข้ามา
เล็งแหลมฉบัง-อู่ตะเภารองรับ
นายสุวิทย์ รัตนจินดา นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ไทยเคยมีการปิดท่าเรือและสนามบินแล้ว ส่งผลให้ไทยมีโมเดลในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยถ้ามีการปิดท่าเรือกรุงเทพ ก็จะประสานงานให้ผู้ส่งออกขนสินค้า ไปที่สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ลาดกระบัง และท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งจุดรับสินค้าทั้ง 2 จุด มีความพร้อมในการด้านพิธีการศุลกากร โดยหากมีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่มีปัญหา โดยที่ผ่านมา มีแผนที่จะขนย้ายระบบไอทีและอุปกรณ์ไปที่สนามบินอู่ตะเภา
ทั้งนี้ ปกติจะมีการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือกรุงเทพปีละ 1.3-1.5 ล้านตู้ ท่าเรือแหลมฉบัง 5-6 ล้านตู้ และไอซีดีลาดกระบัง 1.2 ล้านตู้ ส่วนการขนส่งทางสนามบินมีปีละ 1.2 ล้านตัน
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไม่ต้องการให้ปิดท่าเรือและสนามบิน เพราะจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของระบบขนส่งไทย ซึ่งหากมีการปิดท่าเรือและสนามบิน อาจส่งผลให้การขนส่งสินค้าสะดุด แต่เชื่อว่าแผนที่มีอยู่แล้วพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยผู้ประกอบการขนส่งคาดว่าการชุมนุมครั้งนี้ คงไม่มีการปิดท่าเรือ เพราะสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เข้าไปมีส่วนร่วมในการชุมนุมด้วย แต่ครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้อง
เร่งแจงลูกค้าผวาตีข่าวเกินจริง
นายสมบูรณ์ เจือเสถียรรัตน์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ผู้ส่งออกเครื่องนุ่งห่มได้มีการชี้แจงข้อมูลสถานการณ์การเมืองในไทยให้ลูกค้าต่างประเทศรับทราบมาประมาณ 1 เดือนแล้ว ซึ่งสมาคมเสนอในที่ประชุม ว่า ผู้ส่งออกควรมีการรายงานข้อมูล ให้ลูกค้าทราบข้อเท็จจริง เพราะข้อมูลที่ลูกค้าได้รับจากสื่อ อาจทำให้ตกใจและกังวลกับสถานการณ์ในไทยได้ โดยผู้ส่งออกเชื่อมั่นว่ามาตรการควบคุมสถานการณ์ ที่รัฐบาลประกาศออกมา จะควบคุมการชุมนุมได้ เพราะมีการเตรียมตัวดีกว่าทุกครั้ง
นายสมบูรณ์ กล่าวว่า บริษัทของตนได้เตรียมแผนรับมือ ด้วยการเร่งส่งสินค้าของสัปดาห์นี้ไปท่าเรือให้เสร็จภายในวันที่ 11 มี.ค. 2553 และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าถ้าเกิดความรุนแรงขึ้นมา ก็จะไม่ยืดเยื้อเกิน 2-3 วัน จึงเชื่อว่าสินค้าที่จะส่งในสัปดาห์หน้า จะไม่มีปัญหา หรือส่งผลให้คำสั่งซื้อลดลง โดยอาจจะส่งผลกระทบกับการเดินทางมาไทยของนักธุรกิจต่างประเทศ ซึ่งผู้ส่งออกได้ขอให้ชะลอการเจรจาธุรกิจ หรือการมาตรวจสอบโรงงานออกไป
ในการประชุมครั้งนี้มีภาคเอกชนเข้าร่วมประชุม 11 องค์กร คือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย สมาคมของขวัญของชำร่วย สมาคมสินค้าตกแต่งบ้าน สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ส.อ.ท.
ธปท.ผนึกแบงก์รับมือม็อบ
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมในการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมีขึ้น ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ธปท. ได้ประสานงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์ดูแลด้านความปลอดภัย รวมถึงการเปิด-ปิดสาขา การให้บริการในส่วนของเครื่องเอทีเอ็มและการเตรียมสภาพคล่อง เพื่อรองรับความต้องการการใช้เงินสด
สำหรับในส่วนการเปิด-ปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์นั้น ธปท.อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถตัดสินใจได้ทันที หากพิจารณาแล้วว่าไม่มีความปลอดภัย รวมถึงการนำเงินใส่ตู้เอทีเอ็มนั้น ก็สามารถงดที่จะดำเนินการได้ หากเห็นว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยทั้งหมดนี้ ไม่ต้องขออนุญาต ธปท. ล่วงหน้า
ส่วนการเตรียมสภาพคล่องนั้น ธปท.ได้ขอให้ธนาคารพาณิชย์สำรองเงินสดไว้ เพื่อให้มากพอกับความต้องการที่อาจมีมากขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ก็มีการเตรียมการในเรื่องนี้เป็นอย่างดี
กรุงไทยยันรักษาความปลอดภัยเข้ม
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ในส่วนของการเงินนั้นประชาชนไม่ต้องตกใจ และวิตกกังวล และไม่ต้องถอนเงินเก็บเอาไว้ เพราะทุกธนาคารมีระบบออนไลน์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปสาขาก็เบิกถอนได้อยู่แล้ว และทุกธนาคารมีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว
สำหรับในส่วนของธนาคารกรุงไทย มีกระบวนการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้สิทธิกับผู้จัดการสาขาปิดสาขาที่ให้บริการในพื้นที่เสี่ยงได้ และจากการประชุมของสมาคมธนาคารไทย ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ก็ยังไม่พบการถอนเงินอย่างผิดปกติ
"บัณฑูร" เตือนอย่าตื่นถอนเงิน
ด้านนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ช่วง 2-3 วันนี้ ลูกค้าธนาคารไม่ควรตระหนกกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น จนถอนเงินไปเก็บไว้ โดยธนาคารเชื่อว่าประเทศไทยจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ และคนไทยไม่จำเป็นต้องย้ายหนีไปอยู่ที่ไหน ซึ่งที่ผ่านมา ก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ครั้งนี้ก็ต้องผ่านไปได้เช่นกัน ทั้งนี้ การชุมนุมทางการเมือง จากความเห็นที่แตกต่างสามารถทำได้ บนพื้นฐานของประชาธิปไตย แต่ไม่ควรใช้ความรุนแรง เพราะหากรุนแรงมากอาจจะกระทบการท่องเที่ยวและการลงทุนในประเทศได้ สำหรับสิ่งที่อยากฝากรัฐบาล คือ ฝากบ้านฝากเมือง
"ประท้วงไม่ว่าแต่อย่าตีกัน ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงก็แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะอยู่ตรงไหน หากทำตามกรอบประชาธิปไตยก็ได้ อย่าให้ถึงเลือดถึงเนื้อ ส่วนรัฐบาลก็อยากฝากบ้านฝากเมือง อย่าให้เสียเลือดเสียเนื้อ ส่วนประชาชนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงการชุมนุมด้วย ในส่วนของธนาคารนั้น อาจมีการปิดสาขา 2 สาขา ทันทีหากเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น"
นักธุรกิจเชื่อม็อบไม่รุนแรง
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่เครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) กล่าวถึง สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า เป็นสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ แต่อยากให้ชุมชนด้วยความสงบ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าไม่น่ามีความรุนแรง เพราะรัฐบาลใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมา ปัญหาการเมืองส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว และกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน ครั้งนี้ก็คาดหวังว่าการชุมนุมจะสงบเรียบร้อย แต่ก็มั่นใจว่าหากการเมืองนิ่ง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ น่าจะมีโอกาสถึง 5% มากกว่าที่ภาครัฐคาดไว้ 3.5-4%
นอกจากนี้ จากที่สอบถามนักลงทุนญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าปัญหามาบตาพุด เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น มากกว่าปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ที่เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ และที่ผ่านมา ปัญหาการเมืองไทยก็ไม่ค่อยมีความรุนแรง
สหพัฒน์เชื่อรัฐรับมือม็อบอยู่
ด้านนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าการชุมนุมจะไม่มีความรุนแรง จนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เพราะรัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือ ปัญหาการเมืองจากการเป็นรัฐบาลมาถึง 1 ปี โดยเผชิญปัญหาดังกล่าวมาต่อเนื่อง
"ผมเชื่อว่าผู้ชุมนุมจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเรื่อง ขณะที่การชุมนุมในระบอบประชาธิปไตยสามารถทำได้ แต่คนชุมนุมคงไม่ถึงล้านคน รถอีแต๋นที่ว่าจะมาเป็นล้านคัน ผมก็คิดว่าไม่น่าจะมี ผมอยากให้ทุกคนมองภาพเชิงบวก โอกาสที่จะเกิดความรุนแรง ผมว่าน้อยมากสัก 1% โอกาสกดดันให้รัฐบาลยุบสภาก็มีน้อย สองวันนี้หุ้นก็ไม่ตก"
อย่างไรก็ตาม หากการชุมนุมมีความรุนแรง เชื่อว่ารัฐบาลจะจัดการปัญหาได้ดีพอ โดยเตรียมแผน Worst Case ซึ่งตนก็ไม่ต้องการให้เห็นภาพเช่นนั้น เพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจ และภาพพจน์ของประเทศ นักท่องเที่ยวจะไม่เดินทางมาไทย
Tags : กรมส่งเสริมการส่งออก