เอกชนผู้ร่วมงาน TIFF2010 มั่นใจการเมืองไม่แรง ชี้บายเออร์ต่างชาติไม่ลด แนะผู้ประกอบการไทยใจสู้ ปรับตัวรักษาฐานลูกค้า
นางวิไล ไพจิตรกาญจนกุล กรรมการผู้จัดการ หจก.บัวผัดแฟคทอรี หนึ่งในผู้ออกงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 2553 (ครั้งที่ 14) หรือ TIFF2010 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 มี.ค.53 คาบเกี่ยวสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง โดยกล่าวว่า ในฐานะผู้ประกอบการมองว่า สถานการณ์ยังไม่รุนแรง เนื่องจากสถานที่จัดงานไม่ได้เป็นเป้าหมาย และไม่ได้เป็นจุดที่มีการชุมนุม จึงหวังว่า จะยังมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ยกเว้นกลุ่มที่อยู่ใจกลางกรุงเทพ อาจมาในวันจำหน่ายปลีกลดลงบ้าง
หากความมั่นใจในการออกจากบ้านลดน้อยลง เพราะห่วงสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย รวมถึงปัญหารถติด สำหรับงานเมื่อวานนี้ (10 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันเจรจาธุรกิจวันแรก พบว่า ยังมีลูกค้าต่างชาติเข้ามาเจรจาธุรกิจเป็นปกติ โดยบัวผัดยังได้ลูกค้าใหม่ทั้งเยอรมัน ยุโรป ซาอุดิอาระเบีย และจีน โดยเท่าที่ทราบยังไม่มีลูกค้าประจำรายใดยกเลิกเที่ยวบิน เพราะถือเป็นงานที่นัดหมายของกลุ่มลูกค้าที่รอพบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
สำหราบงานปีนี้ที่มีคอนเซปต์งาน "Living a green life" บัวผัดซึ่งผลิตสินค้ารีไซเคิล ได้ทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าร่วม พร้อมกับกลยุทธ์ด้วยการรีไซเคิลกระบวนการผลิต เพื่อรับกระแสรักษ์โลก ซึ่งมองว่าจะยังมีความเข้มข้นสำหรับเทรนด์เฟอร์นิเจอร์ในอนาคต
ด้านนางจันทร์ฉาย กรจำรัสกุล ผู้จัดการส่งออก บริษัท เอพินา อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ Apina ซึ่งได้ออกงาน TIFF ต่อเนื่องมาทุกปี กล่าวว่า งานปีนี้เงียบเหงากว่าปีที่ผ่านมา โดยมีบายเออร์หายไปประมาณ 10% ส่วนหนึ่งเพราะมีการจัดงานแสดงสินค้าในเวลาเดียวกันที่ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ทำให้บายเออร์ส่วนหนึ่งที่อาจห่วงสถานการณ์การเมืองเลือกเปลี่ยนไปสองประเทศดังกล่าวแทน อย่างไรก็ตามวันแรกที่ผ่านมายังมีบายเออร์ให้ความสนใจ เช่น ลูกค้าเอเชีย เกาหลี ญี่ปุ่น บังคลาเทศ อินเดีย สเปน และเยอรมัน ซึ่งส่วนใหญ่ ไม่มีความกังวลกับสถานการณ์ทางการเมือง ส่วนหนึ่งเพราะมีผลิตภัณฑ์ในใจอยู่แล้ว จึงมุ่งมาที่งาน เพื่อสั่งซื้อสินค้าตามเป้าหมาย
สำหรับกลยุทธ์ที่เอพินานำมาใช้ปีนี้ คือการออกคอลเลคชั่นใหม่ "Grium" การผสมระหว่างไม้โอ๊คระหว่างต่างประเทศ และไม้ยางพาราไทย ซึ่งเปิดตัวงานนี้เป็นงานแรก
ด้านนายสุวรรณ คงขุนเทียน กรรมการบริหาร บริษัท โยธกา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวยอมรับว่า บายเออร์ต่างชาติที่มาร่วมงานแฟร์ในประเทศไทยหายไปจำนวนมากเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา ประมาณ 50% แต่ทั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาการเมืองภายในเป็นส่วนใหญ่ แต่เป็นเพราะความน่าสนใจของงานที่ลดลง ส่งผลให้บายเออร์หันไปร่วมงานอื่นที่ต่างประเทศที่จัดในช่วงเดียวกัน
"ปีนี้ไม่กล้าคิดว่าจะขายได้ เราพูดกันว่าอย่างน้อยก็ขายกันเอง วันแรกก็มีต่างชาติเข้ามาบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นรายใหม่และมาเป็นครั้งแรก ส่วนรายเก่าก็หนีไปที่สิงคโปร์บ้าง
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าไม่ได้กังวลกับสถานการณ์การเมือง แต่เป็นคนไทยที่กังวลมากกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการนำเสนอข่าวออกไปมาก อย่างไรก็ตามผมจะพูดเสมอว่าที่สถานการณ์ของผู้ประกอบการไทยเป็นเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรา ไม่ใช่ปัญหาการเมือง เพราะปัญหาการเมืองไม่ได้เพิ่งเกิด เพราะเกิดมา 5-6 ปี บายเออร์ต่างชาติเริ่มคุ้นเคยแล้ว แต่ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัว อย่ามองว่าสถานการณ์ทำให้เราอ่อนแอ ธุรกิจยังต้องเดินต่อไปจะหยุดไม่ได้ เราต้องรู้ว่าจุดแข็งเราคืออะไร มีดีอะไร ก็เสนอเขาไป อย่าปล่อยให้สถานการณ์มาทำให้เราห่อเหี่ยว"
สำหรับแบรนด์โยธกาไม่น่าห่วง เพราะมีลูกค้าเดิมพอสมควร ถ้าบายเออร์ไม่เข้ามาในประเทศก็ยังสามารถส่งข้อมูลสินค้าใหม่ๆ ไปให้พิจารณาได้ แต่ยังกังวลว่าผู้ประกอบการที่มีสายป่านสั้น เพราะอาจอยู่ได้ลำบากขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ขอให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการมากขึ้น โดยภาครัฐต้องปรับตัวให้เร็วขึ้นจากที่ผ่านมาที่ปรับตัวได้ค่อนข้างช้า และมีรูปแบบการทำงานแบบเดิมๆ วิธีคิดแบบเดิมๆ ทำให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ลำบาก
Tags : TIFF 2010 • งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์
