พาณิชย์ เผยนายกฯเห็นชอบเพิ่มค่าเช่าโกดังเก็บข้าวเป็นตันละ 75 บาท/ตัน ให้แก่โรงสีที่เข้าร่วมโครงการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก พร้อมชดเชยดบ.2%
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับโรงสีเรื่องการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกนาปรังปี 2553วันนี้ ว่า ได้นำข้อสรุปที่ได้จากการหารือระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสมาคมโรงสีข้าวไทยเกี่ยวกับการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกนาปรังปี 2553 เสนอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นชอบแล้ว
โดยรัฐจะเพิ่มอัตราค่าเช่าโกดังให้กับโรงสีจากตันละ 55 บาทต่อเดือน เป็นตันละ 75 บาท และจัดหาแหล่งเงินทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเชื่อว่ามาตรการจะเพิ่มแรงจูงใจให้โรงสีเปิดจุดรับซื้อข้าวกับเกษตรกรเพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์และสถานการณ์ข้าวจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในไม่ช้า
ด้านนางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการรายละ 2% พร้อมจ่ายค่าจัดเก็บข้าวเปลือกเพิ่มใน 3 เดือนแรก เป็นตันละ 75 บาท พร้อมเงื่อนไขหากไม่ระบายหรือจำหน่ายข้าวออกใน 3 เดือน รัฐจะจ่ายค่าจัดเก็บเพิ่มแบบก้าวหน้าเพิ่มอีกตันละ 40 บาทต่อเดือน เป็น 115 บาท เพื่อเป็นค่าพลิกกองข้าว แต่การจ่ายค่าจัดเก็บข้าว รัฐบาลจะไม่จ่ายเป็นเงินสด จะให้โรงสีหักจากข้าวเปลือกที่ฝากจัดเก็บแทน
นอกจากนี้ จะปรับเกณฑ์การพิจารณาราคาอ้างอิงให้ทันสมัยขึ้น โดยประกาศทุกวันจันทร์ แทนของเดิมประกาศทุกวัน 15 วัน
ขณะที่นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ เลขาธิการสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ได้เสนอให้ที่ประชุมเพิ่มอัตรารับฝากเก็บข้าวจากเดิมตันละ 55 บาทต่อเดือนเป็นตันละ 75 บาทต่อเดือน เพราะอัตราฝากเก็บเดิมที่โรงสียอมรับได้เพราะจะมีรายได้จากการสีแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสารหลังฝากเก็บมาเสริม แต่ตามโครงการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวครั้งนี้ ไม่มีแผนให้แปรสภาพข้าว และให้จัดเก็บเป็นข้าวเปลือกแทน ประกอบกับ โรงสีที่เข้าร่วมโครงการมีภาระอัตราดอกเบี้ยค่าประกันข้าว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จึงรับราคาค่าฝากเก็บเดิมไม่ไหว
ขณะเดียวกัน โรงสีได้ขอความชัดเจนในเรื่องแผนการจัดการข้าวที่ได้รับฝากเก็บว่าต้องการจะฝากเก็บไว้นานเท่าใด โดยในเบื้องต้นเสนอว่าต้องฝากเก็บอย่างน้อย 90 วัน เพื่อโรงสีจะได้รู้ว่า ต้องดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างไร และเชื่อว่าหากรัฐยอมทำตามข้อเสนอ จะเป็นแรงจูงใจให้โรงสีเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ซึ่งสมาคมฯจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกรับทราบต่อไป
Tags : โรงสีข้าว • ค่าเช่าโกดัง

ความคิดเห็นที่ 3
มรรค๘ , 10 มีนาคม 2553 21:46
พูดถึงเรื่องการประกันราคาข้าวของอภิสิทธิ์ ก็ล้มเหลว คงเป็นเหยื่อพ่อค้าอีกตามเคย ชาวนาก็ต้องออกมาปิดถนนประท้วงอีก จะทำตามอย่างทักษิณ แต่ก็ทำไม่เป็น เพราะมัวแต่ระแวงพรรคร่วมจะกินกัน คอยกีดกันตลอดเวลา แต่ก็ไม่พ้นฝีมือเขา ก็เลยเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง หนีไม่พ้นทั้งขี้และตีนตบ เวลานี้เลยต้องแถมเงินให้พ่อค้าอีก ก็ไม่รู้ว่า เป็นพวกเดียวกันหรือไม่ หาเงินก็ไม่เป็น ต้องก ู้เขามากินมาใช้ แต่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ถ้าเพิ่มภาษีทรัพย์สินจากปชช.เมื่อไหร่ ก็เป็นเรื่องอีก จะหาเงินที่ไหนมาใช้ เงินที่ยึดมาจากทักษิณ ใช้เดี๋ยวเดียวก็หมด เพราะมีการคอรัปชั่นกันเข้าไปด้วย เงินคงคลังหลวงตาก็ถูกคดค้านไปแล้ว ยิ่งจะไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกลุ่มชิน จนพวกเขาเจ๊ง ก็จะเกิดหายนะทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ตามมา จริงหรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 2
มรรค๘ , 10 มีนาคม 2553 21:29
กิเลสมันยึดติดกับพวกอมาตยาธิปไตย ที่เคยมีอำนาจมีบารมี ตัวก ูของก ู สองมาตรฐาน นั่งกินนอนกิน เงินเดือนแพงๆ เอาเปรียบปชช.มานาน ไม่ชอบใจใครก็ให้สมุนออกมาปิดถนน ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ทำปฏิวัติยึดประเทศ ตั้งรัฐธรรมนูญของตัวเอง ตั้งส.ว. องค์กรอิสสระของตัวเอง ไล่บี้คู่ต่อสู้อย่างสองมาตรฐาน ทำให้ปชช.แตกแยก ต่อสู้กันมาตลอด มันเป็นบาปกรรมอย่างร้ายแรง จึงยากที่จะให้พวกนี้สละกิเลส หันมาใช้ระบบธรรมาภิบาลใหม่่ได้ ปชช.ก็ต้องต่อสู้กับพวกนี้ จนกว่าจะลงหลุมไปตามๆกัน ทุกสิ่งเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ยึดอำนาจมาได้ ก็หมดอำนาจไปได้ ตามกฏแห่งกรรม จริงหรือไม่ ก็ติดตามดูกันต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Dr.Kim , 10 มีนาคม 2553 19:31
รัฐบาล....พูดถืงความรุนแรง ทุกวัน....ทุกคืน.....ทุกครั้ง.....เมื่อมีโอกาสพูด
อำมาตย์..พูดถึงความรุนแรงทุกวัน....ทุกคืน.....ทุกครั้ง.....เมื่อมีโอกาส พูด
ทั้งรัฐบาล และ อำมาตย์....ไม่เคยคิดจะแก้ไขก่อนความรุนแรงจะมา....ตามที่พวกเขา.....พูด พร่ำทุกวัน....ทุกคืน.....ทุกครั้ง......เมือมีโอกาสพูด.......รัฐบาลและ อำมาตย์.......ประกาศยุบสภา......คืนอำนาจ.....ให้ประชาชน....วันที่ 12 มีนาคม 2553.....ทุกสิ่งทุกอย่าง....ก็จะคืน....สู่....สันติ.....ปองดอง....... สมานฉันท์.......ความเป็นพี่น้อง.....ที่สำคัญคือ......สันติสุข...... รัฐบาลและอำมาตย์......พวกคุณกำลังทำอะไร.....ทำเพื่อใคร.....พวกคุณไม่ได้ ทำ......เพื่อ......ประชาชน.....หรอกหรือ......โปรดถามใจตนเองโดยด่วน