กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 9 มีนาคม 2553 16:49

โรบินสันระบุหากม็อบแดงแรงพร้อมปิดห้างฯ

ปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด(มหาชน)

ปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด(มหาชน)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

โรบินสันเตรียมพร้อมรับมือม็อบแดง ชี้หากสถานการณ์รุนแรงชี้อาจปิดห้างฯ แต่ยังมั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจประเทศยังแกร่ง ตั้งเป้าขยายสาขาปีละ 3 แห่ง

นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่า โรบินสันได้เตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ในวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553  นี้   เช่น เรื่องของระบบการรักษาความปลอดภัยที่จะเพิ่มความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น และจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวันเพื่อที่จะสามารถปรับแผนได้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“เรามีการเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่อาจจะมีการบานปลาย  ทั้งการเพิ่มความเข้มข้นของการรักษาความปลอดภัย  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนที่จะเข้ามาเดินในห้าง ว่ามีความปลอดภัย    หรือหากสถานการณ์รุนแรงเช่น เมื่อช่วงเมษายน ปีก่อนเราก็อาจจะปิดห้างสรรพสินค้าเช่นที่เคยทำมาก่อนคือปิด 1 วันที่สาขารัชดา “

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสถานการณ์การเมืองของไทยจะยังคงมีปัญหา แต่ก็มั่นใจว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นแน่นอน  และโรบินสันเองก็ไม่ได้นำปัจจัยด้านการเมืองมาเป็นตัวแปรในการพิจารณาว่าจะลงทุนต่อหรือหยุดการลงทุน

“การเมืองไม่ใช่ปัจจัยหลักที่เรานำมาตัดสินใจว่าควรจะชะลอการลงทุนหรือเดินหน้าลงทุน เพราะเราเชื่อมั่นในพื้นฐานการลงทุนของประเทศไทยว่ามีความแข็งแกร่งอยู่มาก  การท่องเที่ยวเราก็เป็นอันดับต้นๆ ของโลกทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก  ฉะนั้นปัญหาการเมืองจึงน่าจะเป็นปัจจัยระยะสั้นๆ เท่านั้น”

นายปรีชา กล่าวต่อว่า ในช่วงระยะเวลา 5 ปี(2554-2558) โรบินสันตั้งเป้าหมายว่าจะขยายสาขาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 3 สาขา โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท  โดยในปี 2553-2554 นี้ เตรียมที่จะเปิดห้างสรรพสินค้า 4 แห่ง ด้วยงบลงทุน 2,400 ล้านบาท 

สำหรับเป้าหมายการเติบโตนั้น โรบินสันตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 10%  ทั้งจากสาขาใหม่และเก่ารวมกัน แต่ต้องอยู่ภายใต้ปัจจัยที่ว่าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเหมือนปี 2552 ที่ผ่านมา  

“สาขาตรัง จะเปิดดำเนินการได้ในช่วงปี 2553  ใช้งบลงทุน 650 ล้านบาท  สาขาเชียงรายพิษณุโลก และพระราม 9 จะเปิดได้ในปี 2554 และยังมีอีก 4 สาขาที่อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อจะเปิดให้บริการในปี 2555 “

นอกจากนี้  โรบินสันเองยังได้ศึกษาข้อมูลและพบว่ายังมีอีก 20 จังหวัดที่เป็นจังหวัดขนาดกลาง สมารถที่จะเปิดห้างสรรพสินค้าโรบินสันได้  อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางแผนไว้ว่าห้างสรรพสินค้าที่เกิดขึ้นใหม่ หลังปี 2555 นั้น  อาจจะต้องมีการระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับการขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น ซึ่งมีหลายแนวทางที่จะใช้  แต่สำหรับโครงการที่จะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้นั้นเงินลงทุนส่วนใหญ่จะมาจากเงินทุนของโรบินสันเอง  และยังมีกระแสเงินสดอีกราว 1,000 กว่าล้านบาททุกๆ ปี

สำหรับปี 2552 ที่ผ่านมา โรบินสันมียอดขายรวม 12,842 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.4% หรือ 425 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,013 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.1%  ส่วนหนึ่งจากการที่โรบินสันเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งคือ ที่ชลบุรีและขอนแก่น 

Tags : โรบินสัน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

ไม่เห็นมีใครไปสนใจราคาน้ำมันที่ฉกฉวย ขึ้น ณ วันนี้ (10/3/53) เหมือนปล้นประชาชนเลย ....


ทั้ง ๆ ที่ไม่มีวี่แววว่าน้ำมันจะขึ้นราคา

มาประกาศขึ้น ก่อนวันที่ทุกคนจะต้องใช้น้ำมัน

เพราะคนกรุงฯ จะต้องออกนอกเมือง คนนอกกรุงจะแห่งเข้ากรุง แล้วเชื้อเพลิง ก็ขึ้นราคา แกมบังคับ

อยากให้ตรวจสอบว่า มันสมควรขึ้นจริงไหม เพราะ 0.50 บาทที่ปรับขึ้นนั้น 2พันล้านลิตร เป็นเงิน ตั้ง 1 พันล้านบาทเลยนะ

ปล้นกันชัด ๆ

ความคิดเห็นที่ 2

เราอยากให้เจ้าของกิจการที่ได้รับผลกระทบจากม็อบฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากแกนนำที่ปลุกปั่นม็อบ เพื่อสร้างบันทัดฐานให้สังคม ต่อไปใครคิดจะก่อม็อบก็ต้องคิดก่อนทำว่าควบคุมม็อบไม่ให้สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่นได้หรือไม่ มิฉะนั้นประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าไม่ได้สักทีเพราะมีสามระพัดม็อบออกมาเรื่อย จนมีบางหมู่บ้านที่คนยึดอาชีพม็อบมีอุปกรณ์เสร็จไม่ว่ากลุ่มไหนมาหา

ความคิดเห็นที่ 1

หากเป็นเช่นนั้น นครสวรรค์ ขอเป็น 1 ใน 20 จังหวัดที่โรบินสันจะเลือกมาเปิดด้วยสักแห่งได้ไหมอ่ะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement