กรมการค้าภายใน ตั้งคณะทำงานปรับปรุงก.ม.แข่งขันทางการค้า รับมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ รับกฎหมายปัจจุบันเป็น"เสือกระดาษ"เอาผิดใครไม่ได้
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมจะเสนอนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 โดยตนจะเป็นประธาน ร่วมกับกรรมการจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ ตัวแทนภาคเอกชน และตัวแทนผู้บริโภค เพื่อปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ ตามนโยบายของรัฐบาล ให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและเพื่อเตรียมสร้างกติกาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่การแข่งขันมาในรูปแบบต่างๆ ประกอบกับไทย กำลังจะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 หากไม่เร่งสร้างกฎหมายให้เข้มแข็ง สามารถดูแลธุรกิจภายในได้ ก็อาจสร้างความเสียหายต่อธุรกิจไทย
“พ.ร.บ.แข่งขันมีผลบังคับใช้ มาเป็นเวลา 11 ปี แต่ยังไม่สามารถดำเนินการกับผู้ประกอบการ ที่มีพฤติกรรมแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมได้เลย ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มีผลบังคับใช้มา 10 ปี เอาผิดได้หลายคดี ในเวียดนาม ก็เพิ่งยกร่างหลังไทย 4 ปี ตอนนี้มีการพิจารณาและตัดสินไปแล้ว 30-40 คดี และมาเลเซียก็มีการยกร่างกฎหมายฉบับนี้สำเร็จแล้ว เพราะตามร่างการรวมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) กำหนดให้แต่ละประเทศไปยกร่างกฎหมายของตัวเอง แล้วค่อยมาคุยกันในอาเซียนว่า จะมีการดำเนินการกับธุรกิจภายในอาเซียนให้แข่งขันเป็นธรรมได้อย่างไร” นางสาวชุติมา กล่าว
ทั้งนี้ เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของการปรับปรุงร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ การปรับให้สำนักงานแข่งขันทางการค้า ซึ่งปกติอยู่ภายใต้กรมการค้าภายใน ออกเป็นหน่วยงานอิสระ คล้ายกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งจะให้อิสระในการทำงาน และมีบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า กรมการค้าภายใน จะดำเนินการกำหนดให้สายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสท์) ต้องปิดป้ายแสดงราคาค่าบริการให้ชัดเจนว่าอัตราค่าโดยสารในเที่ยวบินต่างๆ และให้แจ้งค่าธรรมเนียมอื่น ที่ต้องชำระไว้ให้ชัดเจนด้วย ตามอำนาจ พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เนื่องจากการโฆษณาว่าตั๋วบินราคาถูก เพื่อดึงดูดให้ประชาชนเข้าไปใช้บริการ แต่เมื่อใช้บริการจริง กลับต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น ค่าภาษีสนามบิน ค่าประกันภัย และค่าธรรมเนียมการออกบัตรโดยสาร ทำให้ตั๋วราคาต่ำตามที่โฆษณาไว้ นอกจากนี้ยังมีจำนวนเที่ยวบินจำกัดและมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น ต้องจองวันเวลาไป-กลับ และต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 4-5 เดือน เป็นต้น
รายงานข่าวระบุว่า คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเคยตั้งอนุกรรมการตรวจสอบเพื่อเอาผิด ผู้ค้าที่กระทำการผิดกฎหมาย สร้างความไม่เป็นธรรมทางการค้า บั่นทอนการแข่งขันหลายกรณี แต่ไม่สามารถที่จะลงโทษผู้ประกอบการรายใดได้เป็นผลสำเร็จ
ขณะนี้มีการตรวจสอบ เช่น ข้อร้องเรียนของผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) กรณีการขายสินค้าต่ำกว่าทุนของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ (โมเดิร์นเทรด) จนทำให้ซัพพลายเออร์ ได้รับผลกระทบ การบังคับให้ยี่ปั๊วซื้อน้ำตาลทรายขาวพ่วงน้ำตาลทรายแดง กรณีผู้ให้บริการเกมออนไลน์บังคับขายพ่วง
ทั้งนี้ข้อร้องเรียนที่คณะกรรมการชุดใหญ่ มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้ว คือ กรณีร้องเรียนบังคับให้เอเย่นต์เบียร์ลีโอ และสิงห์ซื้อเหล้าพ่วงเบียร์ กรณีบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ร้องเรียนเบียร์อาชาขายต่ำกว่าทุน และกรณีร้องเรียนบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ห้ามตัวแทนจำหน่ายขายรถจักรยานยนต์ของบริษัทคู่แข่ง
Tags : กรมการค้าภายใน • ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ความคิดเห็นที่ 1
นายสัณฑพงศ์ โสไกร , 23 กุมภาพันธ์ 2553 09:36
เรียน รมว.พณ
1.การแก้ไขได้ดีคือการให้โอกาสที่เท่าเทียมกันด้าน ฐานต้นทุนการผลิตสินค้าที่เทากัน(ไม่ว่ารายใหญ่หรือเล๋ก) รัฐต้องช่วยรายเล็กเพื่อควบคุมการแข่งขันด้านราคากับรายใหญ่ โดยเฉพาะการผลิตสินค้าของไทยที่ต้องแข่งขันกับ ตปท.ที่ตั้งในไทย
2.การกระจายโอกาสในการตั้งกิจการ เช่น กำหนดจำนวนสาขาไม่ให้มากเกินไป จนกลายเป็นผูกขาด เช่น 7-11 และควรเปิดให้รายอื่นมากขึ้นเพราะกำลังทุนสู้ไม่ได้และการครอบงำตลาดด้วยแบรนด์ผูกขาดจาก ตปท.การเข้ายึดครองสาขาทั่วประเทศ คือ การทำลายรายเล็กรายน้อย
3.การไม่มี ก.ม.ห้ามผูกขาดลิขสิทธิ์ ผู้ที่ซื้อลิขสิทธิ์จะบังคับให้เจ้าของลิขสิทธิ์ขายให้เฉพาะตนเองรายเดียวไม่ได้ เช่น เพลง ทำให้โกงราคาและมีของเถือน แก้ไขไปเถิด ถ้าไม่มี ก.ม.(แนวใหม่)
***จาก นายสัณฑพงศ์ โสไกร ปชช.3301800004283*ชมรมประชาอาสา