กฟผ. ผวาพม่าหยุดส่งก๊าซ มี.ค.นี้อีก 10 วัน คาดใช้น้ำมันเตาแทน 200 ล้านลิตร ดันต้นทุนกฟผ.พุ่ง 400 ล้านบาท
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้า ว่า กฟผ. ได้ปรับประมาณการปริมาณการใช้ไฟฟ้าปี 2553 ใหม่เป็นขยายตัว 4.72% หรือประมาณ 151,000 ล้านเมกะวัตต์ จากเดิมขยายตัว 4% และปรับประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือพีค เพิ่มจาก 3.5 % เป็น 5.2% หรือประมาณ 23,000 เมกะวัตต์ ในเดือน เม.ย. นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ ที่คาดว่าจะโต 3.5%
รวมทั้งมีสัญญาณความต้องการใช้ไฟฟ้าขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ต.ค. 2552 ขยายตัว 3% เดือน พ.ย. 8% เดือน ธ.ค. 16% และเดือน ม.ค. 2553 ขยายตัว 21.01% เมื่อเทียบกับปีก่อนเพิ่มขึ้น 2,132 ล้านหน่วย ขณะที่เดือน ก.พ.นี้ คาดขยายตัว 17%
"การที่ปริมาณใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจ มาจากการส่งออกปลายปีก่อนที่ขยายตัวขึ้น ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมกลับมาเพิ่มกำลังผลิต และคาดว่าพีคปีนี้จะอยู่ในเดือน เม.ย. ที่สภาพอากาศร้อน ดังนั้น กฟผ. จึงเตรียมนำกำลังผลิตใหม่ จากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ 700 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ประเทศลาว 920 เมกะวัตต์ เข้าระบบเพิ่มขึ้นรวม 1,620 จากปัจจุบันกำลังผลิตรวม 30,000 เมกะวัตต์"
นายสุทัศน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ มีกำลังสำรองไฟฟ้าอยู่ที่ 25% ถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับความเสี่ยงในการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าถึง 70% และปัจจุบันต้องพึ่งพาก๊าซจากพม่าถึง 1,100 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน จากความต้องการใช้ 2,300 -2,500 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน หรือกว่า 50% ดังนั้น หากแหล่งก๊าซมีปัญหาขัดข้องจะกระทบผลิตไฟฟ้าทันที ซึ่งหากมีสำรองไฟฟ้าต่ำกว่า 20% จะเกิดปัญหาไฟฟ้าตกดับแน่นอน
นายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ขณะนี้ แหล่งก๊าซในพม่าทั้งสองแหล่งเตรียมจะหยุดจ่ายก๊าซอีก 10 วัน เพื่อป้อนก๊าซกลับไปใช้ในพม่า ที่มีความต้องการใช้สูงขึ้น โดยจะเริ่มหยุดจ่ายก๊าซตั้งวันที่ 23 มี.ค. 2553 เป็นต้นไป ทำให้ กฟผ. จำเป็นต้องใช้น้ำมันเตาผลิตไฟฟ้าแทนประมาณ 200 ล้านลิตร และได้ประสานกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) แล้ว ซึ่งการใช้น้ำมันเตาจะมีต้นทุนสูงขึ้น 2 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 400 ล้านบาท
"สัญญาซื้อขายก๊าซระหว่าง กฟผ.กับ ปตท.ที่จะปรับปรุงนั้น กำลังหารือกัน มีแนวโน้มจะปรับเป็นสัญญาแบบ Global Daily Contract Quantity หรือสัญญารวมจัดซื้อและจัดส่งก๊าซแต่ละโรงไฟฟ้าเป็นสัญญาเดียว จากเดิมแยกรายโรงไฟฟ้า ทำให้การส่งก๊าซยืดหยุ่นมากขึ้น"
ด้านนายบรรพต แสงเขียว รองผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า มาตรการลดการใช้ไฟฟ้านั้น จะยึดมาตรการเปลี่ยนหลอดประหยัดพลังงาน หรือ หลอด T5 ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าทันที 30% โดยตั้งเป้าเปลี่ยนหลอดทั่วประเทศ 100 ล้านหลอด ภายในปี 2557-2558 หรือลดใช้ไฟได้ถึง 1,000 เมกะวัตต์
Tags : กฟผ.