กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 11:17

ยอดใช้ไฟม.ค.พุ่ง21%กฟผ.ชี้สัญญาณศก.ฟื้น

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กฟผ.เผยยอดการใช้ไฟฟ้าเเดือนม.ค.2552 เพิ่มขึ้น 21.01% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ชี้ผลแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องและอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าปี 2553 ว่า สรุปปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าในเดือน ม.ค.2553 มีจำนวนเท่ากับ 12,281 ล้านหน่วย ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.2552 ปรับตัวสูงขึ้น 2,132 ล้านหน่วยหรือคิดเป็น 21.01% เป็นผลมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและกระจายตัวในแต่ละภาคเศรษฐกิจมากขึ้น

นอกจากนี้ด้านสภาพอากาศโดยทั่วไปในเดือน ม.ค.2553 ก็มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าในปีที่ผ่านมาอีกด้วย

นายสุทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากปีนี้ประเทศไทยมีการเติบโตของ GDP ประมาณ 3.5% ตามที่รัฐบาลได้คาดการณ์ไว้ ระบบไฟฟ้าของประเทศจะสามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างพอเพียง

อย่างไรก็ตาม ระบบไฟฟ้าของประเทศยังคงมีปัจจัยความเสี่ยงจากการที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงถึง 70% และในปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนของ กฟผ.อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นอาจไม่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าช่วยเสริมระบบได้อย่างเต็มที่

สำหรับสรุปปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าปี 2552 ที่ผ่านมารวมทั้งสิ้นจำนวน 145,233 ล้านหน่วย เมื่อเปรียบเทียบกับ ปี 2551 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 5.5 ล้านหน่วย หรือคิดเป็น 0.004% สาเหตุหลักมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีแรกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทุกภาคส่วน

จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้ครึ่งปีหลังสภาวะเศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยสะท้อนจากการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เริ่มเป็นบวก ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2552 ต่อเนื่องมาถึงเดือนแรกของปี 2553 และคาดการณ์ว่าปี 2553 พลังงานไฟฟ้าผลิตและซื้อ เพิ่มขึ้น 4.72 %, พลังงานไฟฟ้าสูงสุด เพิ่มขึ้น 5.21%

 

Tags : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement