รมว.พลังงาน เผยอาจต้องทบทวนการปรับราคาแอลพีจี ก่อนกำหนดเดิมที่รัฐบาลสั่งตรึงราคาถึงเดือนส.ค.หากราคาแอลพีจีตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยอมรับอีกครั้งว่า อาจจะต้องทบทวนการปรับราคาแอลพีจี ก่อนข้อกำหนดเดิมที่รัฐบาลสั่งตรึงราคาไปจนถึงเดือนสิงหาคม หากโรงแยกก๊าซธรรมชาติโรงที่ 6 ยังไม่สามารถเปิดเดินเครื่องได้ และราคาแอลพีจีตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ส่วนการขายเอ็นจีวียืนยันไม่มีการกักตุน จึงไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าควบคุม
ในขณะนี้กระทรวงพลังงาน ยืนยันได้ว่า แอลพีจีจะไม่ขาดแคลน เพราะเตรียมพร้อมนำเข้าทดแทนกรณีโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ 6 ที่ยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เพราะติดคดีปัญหามาบตาพุด
แต่สิ่งที่กังวล คือ หากเปิดล่าช้าออกไปนานมาก และราคาแอลพีจีตลาดโลกปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการตรึงราคาแอลพีจีจะสูงขึ้นต่อเนื่อง จนอาจทำให้เกิดการขาดทุน ซึ่งปัญหานี้กระทรวงพลังงานไม่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะจะเป็นหนี้ของกองทุนฯ หรือภาระของผู้ใช้น้ำมัน ดังนั้น อาจจะต้องทบทวนราคาแอลพีจี ก่อนถึงกำหนดหมดระยะเวลาตรึงราคาในเดือนสิงหาคมนี้ก็ได้
“คงต้องตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่ากองทุนน้ำมันจะรับภาระได้นานเท่าใด หากจำเป็นต้องทบทวนราคาแอลพีจีก็ต้องทำ แต่ยืนยันจะดูแลไม่ให้ก๊าซฯ ขาดแคลน ในขณะที่ต้นทุนเช่าเรือ หรือคลังลอยน้ำแอลพีจี ส่วนหนึ่งทาง ปตท.จะรับต้นทุนให้” รมว.พลังงาน กล่าว
รมว.พลังงาน กล่าวด้วยว่า ในขณะนี้ ปตท. ได้เร่งทำตามกรอบของการดำเนินการตาม รัฐธรรมนูญมาตร 67 วรรค 2 โดยจัดทำการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ HIA ซึ่งเมื่อ ครม.แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานจัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาแล้ว ก็คงจะทำให้ทุกอย่างชัดเจนและรวดเร็วขึ้น
รมว.พลังงาน ยังกล่าวถึงการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ขอถอนเรื่องการนำเอ็นจีวีเป็นสินค้าควบคุมว่า เนื่องจากตนได้ชี้แจงให้รับทราบถึงการดูแลเอ็นจีวีทั้งระบบว่าไม่ก่อให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะตั้งแต่ต้นทุนหรือก๊าซจากปากหลุมมีคณะกรรมการเชื้อเพลิงธรรมชาติดูแล และเมื่อมีการขนส่งก๊าซฯ ทางท่อฯ มีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานดูแล
ส่วนเรื่องราคาและการค้ามีคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ดูแล ในขณะที่ปั๊มเอ็นจีวีปัจจุบันไม่มีการแข่งขันเพราะ ปตท. ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน คอยดูแลอยู่ และข้อเท็จจริงสำคัญคือ ราคาเอ็นจีวีที่ 8.50 บาท/กก.เป็นราคาที่ไม่ได้ปรับขึ้นมาหลายปีแล้ว และจะตรึงราคาไปจนถึงสิงหาคม 2553 จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการกักตุนเพื่อเก็งราคา ตามที่ร้องเรียนไปยังกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งการที่ไปเติมเอ็นจีวีแล้วทางปั๊มขึ้นป้าย ก๊าซหมดฯ บ้าง ก็เป็นเพราะเรื่องระบบขนส่งซึ่งที่ผ่านมาได้แก้ปัญหาจนทุกอย่างดีขึ้นหมดแล้ว
Tags : แอลพีจี