กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ

วันที่ 28 ธันวาคม 2552 02:00

โค้งสุดท้ายธุรกิจโตสวนกระแส บิ๊กคอนซูเมอร์ยอดทะลุแสนล้าน

ดีทแฮล์ม เทรดดิ้ง, รถยนต์, คอนซูเมอร์, ขายตรง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, เครื่องใช้ไฟฟ้า

นายสมบุญ ประสิทธิจูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด หรือเดิมคือบริษัท ดีทแฮล์ม เทรดดิ้ง เฟิร์ม รายให

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ภาคธุรกิจฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ โตได้ตามเป้า ดีทแฮล์ม นำทัพโชว์รายได้แตะแสนล้าน ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโต 10% กลุ่มยานยนต์ต้นร้ายแต่ปลายดี

โตโยต้า คาดว่าสิ้นปียอดขาย 5.2 แสนคัน ส่วนกลุ่มอสังหาฯ รายใหญ่ ยอดขายพุ่งสามไตรมาสต่อเนื่อง เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ "แอลซีดีและสินค้าชิ้นเล็ก" ขับเคลื่อนตลาด ส่วนกลุ่มบันเทิงได้ธุรกิจหนังปลายปีดันยอด

นายสมบุญ ประสิทธิจูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด หรือเดิมคือบริษัท ดีทแฮล์ม เทรดดิ้ง เฟิร์ม รายใหญ่ เผยว่า ปี 2552 ที่ผ่านมาต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจและการเมือง โดยใช้กลยุทธ์เชิงรุกร่วมกับคู่ค้าขยายตลาดและกระตุ้นยอดขาย ทำให้มีผลการดำเนินงานที่ดีในธุรกิจหลักๆ ทั้ง กลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค กลุ่มสินค้าสุขภาพ คาดสิ้นปีนี้ขยายตัว 3-4% และมีรายได้ในไทยกว่า 1 แสนล้านบาท

ส่วนปี 2553 ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณที่ดีหลายอย่างจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกและในประเทศเริ่ม ฟื้นตัว จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ การลงทุนโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนอีกครั้ง ดีเคเอสเอช คาดว่าปี 2553 จะมีอัตราเติบโตกว่า 10% ภายหลังเปลี่ยนชื่อจากดีทแฮล์ม เป็น ดีเคเอสเอช ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 ซึ่งจะรองรับกับการเติบโตของบริษัทในอนาคต และเพิ่มคู่ค้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการขยายตลาดในต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายช่องทางจำหน่ายทั่วโลก

ตลาดบะหมี่หมื่นล้านโต 10%

นายปรีชา นภาพฤกษ์ชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่ไวไว เผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้แม้จะยังซบเซา แต่อุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังคงเติบโตได้ดีตามเป้า เนื่องจากการบริหารต้นทุนได้ดี และปรับราคาจำหน่าย ทำให้ผลประกอบการในเชิงมูลค่าเพิ่มขึ้นราว 10% เติบโตมากกว่าภาพรวมตลอดช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมา อยู่ที่ 7-10% แต่ในแง่ของปริมาณคาดว่าจะลดลง โดยคาดว่าผลประกอบการปีนี้รายได้จะอยู่ที่ 4,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่ 3,800 ล้านบาท เติบโต 10-11% ซึ่งโตกว่าตลาดรวมที่โต 7-10% สำหรับปี 2553 คาดว่าสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การสั่งซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น และการจัดกิจกรรมลด แลก แจก แถม เริ่มมีการจับจ่ายเข้ามา

อุตฯ รถยนต์ปี2552ต้นร้ายปลายดี

ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ปี 2552 ได้รับผลกระทบหนักต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2551 โดยเฉพาะข่าวปลดพนักงานในโรงงานประกอบรถยนต์หลายแห่ง แต่เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง วิกฤติการเงินโลกเริ่มคลี่คลาย ผู้บริโภคปรับตัวกลับมาซื้อรถอีกครั้ง ค่ายรถผู้นำตลาดก็เริ่มเรียกพนักงานซับคอนแทรคกลับมาเพิ่มกะทำงาน ทำให้บรรยากาศตลาดรถยนต์ดีขึ้น มีเพียงยอดขายปิกอัพที่ยังไม่ฟื้น

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานว่ายอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกยี่ห้อช่วง เดือนม.ค.-พ.ย. ตลาดมียอดขายรวม 4.76 แสนคัน ลดลง 14% ซึ่งเป็นตัวเลขการถดถอยที่น้อยที่สุดในปี 2552 ตลาดเดือนธ.ค. คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรถยนต์รุ่นใหม่ รุ่นพิเศษ และการที่ค่ายรถต่างๆ จัดแคมเปญส่งเสริมการขายตลอดเดือน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีสัญญาณการฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้มั่นใจว่ายอดขายทั้งปีจะทำได้ตามคาดการณ์ล่าสุด 5.2 แสนคัน

วิกฤติว่างงานดันขายตรงปีนี้โต7%

สำหรับธุรกิจขายตรงปี 2552 ยังคงเติบโต เพราะสามารถตอบสนองความต้องการสร้างรายได้เสริมในภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ ภาพรวมธุรกิจขายตรงปีนี้จึงยังคงเติบโต 7% หลายบริษัทมีรายได้เติบโตตามเป้า

นายกิจธวัช ฤทธีราวี ผู้จัดการทั่วไป-ฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์และการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้จะมีปัจจัยลบด้านสถานการณ์ทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และกำลังซื้อลดลง แต่ภาพรวมธุรกิจขายตรงปีนี้ ยังมีอัตราการเติบโต เพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีจะมีผู้สนใจสมัครเป็นนักธุรกิจขายตรงเพิ่มขึ้นเพื่อ หารายได้เสริม ขณะที่ผลประกอบการของแอมเวย์สิ้นปี คาดมีการเติบโต 14% ยอดขาย 13,242 ล้านบาท

นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรง "มิสทิน" กล่าวว่า การทำตลาดของมิสทินตั้งแต่ต้นปี มีการจัดโปรโมชั่นที่แรงๆ ทั้งแก่ลูกค้าและนักขายมากกว่าทุกปี โดยปีนี้เพิ่มงบโปรโมชั่นจาก 5% เป็น 6% ส่งผลให้ยอดขายปีนี้เติบโต

เครื่องไฟฟ้าได้แรงหนุนแอลซีดี-ชิ้นเล็ก

กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า จากเดิมคาดว่าปีนี้จะทรุดตัวจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 20% แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายภาพรวมตลาดสามารถโตได้ถึง 5% โดยสินค้าหลักที่ช่วยผลักดันตลาดยัง จอภาพ ไอที และเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปีนี้แม้จะมีสินค้าบางตัวหดตัว เช่น เครื่องปรับอากาศ, ซีอาร์ที ทีวี,กล้องดิจิทัล และเครื่องเสียง แต่ก็ยังมีสินค้าอีกหลายกลุ่มช่วยขับเคลื่อนตลาด เช่น แอลซีดี ทีวี,เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก โดยแอลจีสินค้าที่โดดเด่นและช่วยขับเคลื่อนคือ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น แอลซีดี และแอลอีดี ทีวี โดยภาพรวมปีนี้คาดว่าเติบโต 16-17% หรือคิดเป็นรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีมาตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะมาตรการระยะสั้น ทำให้ผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ (เม.ย.2552-มี.ค.2553) มั่นใจว่าจะได้ตามเป้า 5,700 ล้านบาท เติบโต 15%

ธุรกิจหนังปลายปีดันตลาดฟื้น

นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า ตั้งแต่เดือนต.ค. ที่ผ่านมา งบกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการบริโภคในประเทศให้ดีขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ปีนี้กลับมาเติบโต 10-12% หลังจากครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบปัญหาการเมือง เศรษฐกิจถดถอย และไข้หวัด 2009

"ช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%" นายวิชา กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของเมเจอร์ฯ ในปีนี้ เดิมคาดว่าจะไม่เติบโต แต่ขณะนี้เชื่อว่าจะเติบโตได้ 13-14% จากภาพยนตร์ที่เข้าฉายในช่วง 4 เดือนสุดท้าย หลายเรื่องทำเงินเกิน 100 ล้านบาท โดยบางเรื่องได้ถึง 200 ล้านบาท ส่วนยอดขายตั๋วชมภาพยนตร์โรงหนังเครือเมเจอร์ฯ ปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% หรือประมาณ 30 ล้านใบ หรือรายได้ประมาณ 2,900 ล้านบาท

Tags : ดีทแฮล์ม เทรดดิ้ง รถยนต์ คอนซูเมอร์ ขายตรง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement