มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม เผยหนึ่งปี ร่วมทุนโครงการอนุรักษ์และพลังงานหมุนเวียนแล้ว 74 ล้านบาท คาดเดือนก.ย. ปีหน้า เพิ่มเป็น 250 ล้านบาท
นางสาวสุวพร ศิริคุณ ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิ
พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ในฐานะที่มูลนิธิเป็นผู้จัดการกองทุนโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน (ESCO Venture Capital Fund) ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน วงเงิน 250 ล้านบาท เพื่อร่วมลงทุนโครงการผลิตพลังงานหมุนเวียน นั้น ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา มีผู้ยื่นข้อเสนอ 81 โครงการ แบ่ง เป็นโครงการอนุรักษ์ 46 โครงการ เช่น ปรับปรุงหม้อกำเนิดไอน้ำ เครื่องทำน้ำเย็น ขณะที่ โครงการพลังงานหมุนเวียน 34 โครงการ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล
อย่างไรก็ตาม ในจำนวน 81 โครงการเซ็นสัญญาร่วมลงทุนไปแล้ว 3 โครงการ วงเงิน 74 ล้านบาท ได้แก่โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด กำลังผลิต 6 เมกะวัตต์ มูลค่า 600 ล้านบาท กองทุนฯร่วมทุน 40 ล้านบาท โครงการผลิตไฟฟ้าเศษไม้สับ ของบริษัท ทูร เอ็นเนอร์ยี่ เพาเวอร์ (ลพบุรี) จำกัด กำลังผลิต 4.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 23.5 ล้านบาท และปรับปรุงเครื่องทำความเย็น ของบริษัท แกรนด์ โอเชียน จำกัด มูลค่า 9.63 ล้านบาท ส่วนโครงการที่เหลือ มูลค่า 120 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาและศึกษาความเป็นไปได้โครงการ คาดว่าสิ้นสุดโครงการเดือนก.ย. 2553 กองทุนฯ จะร่วมทุนโครงการต่างๆ ครบ 250 ล้านบาท
น.ส.สุวพร กล่าวอีกว่า เร็วๆ นี้ มูลนิธิจะหารือกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ร่วมทุนใหม่ โดยปรับเป็นวงเงินเกิน 50% ของมูลค่าโครงการ เพื่อช่วยให้โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กเกิดได้ จากปัจจุบันที่ร่วมทุนได้เพียง 10-50% แต่วงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นหลัก
"ปัจจุบันสถาบันการเงินยังไม่เชื่อมั่น และมองว่าเสี่ยงเกินไปที่จะปล่อยกู้โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็กๆ ทำให้โครงการเหล่านี้เกิดได้ยาก แม้จะมีประโยชน์ก็ตาม ดังนั้นกลไกการร่วมทุนถือว่าทำให้โครงการเล็กๆ เกิดขึ้นได้ แต่ต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ให้กองทุนฯ ร่วมทุนได้มากขึ้น เช่น เน้นความเป็นไปได้ของโครงการมากกว่าผลตอบแทนลงทุนหรือไออาร์อาร์ ที่อาจต่ำกว่า 12% แต่ถ้าโครงการมีศักยภาพกองทุนฯ ก็พร้อมจะร่วมลงทุน"
Tags :
พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม