สมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง ประเมินปีหน้าส่งออกลดลง 5% เหตุอียูเข้มกฎตรวจสอบวัตถุดิบจากทะเล ปัจจัยค่าเงินบาทแข็งและขาดแคลนแรงงาน
นายผณิชศวร ชำนาญเวช นายก
สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยว่า แม้ในปี 2552 ไทยจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ในส่วนของอุตสาหกรรมอาหาร พบว่าได้รับผลกระทบไม่มากนัก เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมประเภทอื่น โดยการส่งออกช่วง (ม.ค.- ต.ค. 2552) ในกลุ่มสินค้าอาหารแช่เยือกแข็ง มีปริมาณการส่งออกทั้งสิ้น 716,100.98 ตัน ลดลง 2.29% เมื่อเทียบกับปี 2551 โดยมีมูลค่า 106,119.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% แยกเป็นกุ้งสดและกุ้งแปรรูป มีปริมาณการส่งออกทั้งสิ้น 310,749.89 ตัน เพิ่มขึ้น 11.56% มูลค่า 72,997.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.15%
ส่วนสินค้าปลาหมึก มีปริมาณการส่งออก 65,514.75 ตัน ลดลง 4.62% มูลค่า 9,792.69 ล้านบาท ลดลง 11.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 สินค้าประเภทปลามีปริมาณการส่งออก 339,836.34 ตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 11.88% มูลค่า 23,328.73 ล้านบาท ลดลง 4.03%
ทั้งนี้ คาดว่าทั้งปีจะมีการส่งออกสินค้าประมง รวมทั้งสิ้น 882,602.12 ตัน มูลค่า 121,856.50 ล้านบาท โดยเฉพาะสินค้ากุ้ง ทั้งปีคาดว่าจะปริมาณการส่งออกทั้งสิ้น 362,039.40 ตัน มูลค่า 82,382.50 ล้านบาท โดยตลาดหลักในการส่งออกยังคงเป็นตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป หรืออียู
"กุ้งที่ส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากเกษตรกรมีความชำนาญในการเลี้ยง ในขณะที่ตลาดยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ส่วนหมึกและปลามีปริมาณการจับลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้บางช่วงเกิดการขาดแคลนวัตถุดิบสำหรับวัตถุดิบทั้ง 2 ชนิด แต่ประเทศผู้นำเข้าได้ให้ความสำคัญกับปลาเนื้อขาวที่ได้จากการเพาะเลี้ยงมากขึ้นโดยเฉพาะปลานิล แต่ปริมาณการส่งออกปลานิลของไทย ก็ยังคงมีสัดส่วนที่น้อยมาก เนื่องจากวัตถุดิบปลานิลส่วนใหญ่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคภายในประเทศ" นายผณิชศวร กล่าว
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2553 คาดว่าจะมีปริมาณการส่งออก 790,972.21 ตัน ปริมาณลดลง 5% มูลค่า 120,735.36 ล้านบาท โดยแนวโน้มการส่งออกสินค้ากุ้งสดและกุ้งแปรรูป คาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 391,002.55 ตัน มูลค่า 89,357.44 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2553 อุตสาหกรรมประมงของไทย ยังมีปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบที่จับจากทะเล ประกอบกับอียูประกาศใช้กฎระเบียบ IUU ที่จะมีความเข้มงวดกับการรายงานถึงที่มาของวัตถุดิบ ที่จับจากทะเล ซึ่งการทำประมงของไทยส่วนใหญ่ เป็นการทำประมงพื้นบ้าน จึงเป็นการยากที่จะให้ชาวประมงจัดทำรายงานในด้านเอกสาร
นอกจากนี้ยังมีปัญหาของอัตราการแลกเปลี่ยน ที่มีความผันผวน โดยเฉพาะเงินบาทซึ่งมีการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน เป็นผลให้ต้นทุนการผลิตของไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งปัญหาแรงงาน ซึ่งอุตสาหกรรมนี้จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว เนื่องจากแรงงานไทยไม่นิยมทำประมง ซึ่งมีปัญหาเรื่องกระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว เพื่อขึ้นทะเบียน ความรับผิดชอบขององค์กรธุรกิจต่อสังคม ที่ผู้นำเข้าเรียกร้องให้โรงงานผู้ส่งออก ต้องให้ความสำคัญในการจัดการสภาพแวดล้อม และสวัสดิภาพของแรงงาน ซึ่งนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกซื้อสินค้าจากประเทศผู้นำเข้ามากขึ้น
Tags :
สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย •
อาหารทะเล