"คิงเพาเวอร์" ปรับทิศบุกตลาดใหม่ อินเดีย เวียดนาม รัสเซีย หลังตลาดหลักที่ชอบช้อปดิวตี้ฟรี ทั้ง จีน ญี่ปุ่น เกาหลีหดหาย
นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานของคิงเพาเวอร์ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 21 จะมีการปรับแผนไปสู่การบุกตลาดใหม่ๆ มากขึ้น เช่น ตลาดอินเดีย เวียดนาม รัสเซีย ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ทางการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของประเทศไทย และมีความนิยมในการซื้อสินค้าดิวตี้ฟรี ทั้งนี้เพื่อมาทดแทนบางตลาดสำคัญที่หายไปเช่น ตลาดจีน ญี่ปุ่น เกาหลี โดยขณะนี้ทั้ง 3 ตลาดถือเป็นสัดส่วนลูกค้ารวมกันถึง 50% ของคิงเพาเวอร์ที่ซอยรางน้ำ โดยเฉพาะจีนเป็นตลาดใหญ่สุด แต่ก็ตกลงไปมากเช่นกันหลังเกิดปัญหาการเมืองในไทย
นอกจากนี้ ยังจะมีการผนึกกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย ร่วมมือกันทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามา โดยการให้ราคาพิเศษกับการเข้าพักโรงแรมในเครือคือพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะทยอยร่วมมือกันทำตลาดในประเทศอื่นๆ ต่อไป เช่น อินเดีย เป็นต้น
"ตลาดคนไทยซึ่งถือเป็นกลุ่มรายได้ที่มาทดแทนในช่วงนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป ซึ่งขณะนี้คิงเพาเวอร์มีสมาชิกประมาณ 3 แสนราย แต่มีการเดินทางจริงประมาณ 2 แสนราย ในจำนวนนี้จะพยายามให้สมาชิกเก่ามาใช้บริการมากขึ้นและมุ่งหาสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มอีก 1 แสนราย"
สำหรับสถานการณ์ในไตรมาสสุดท้ายเริ่มกระเตื้องขึ้น หลังจากไตรมาส 1-3 ไม่เป็นไปตามเป้า ด้วยเหตุผลทั้งการเมืองและเศรษฐกิจโลก ขณะที่ธุรกิจโรงแรมของคิงเพาเวอร์เองก็โดนยกเลิกกรุ๊ปจากความไม่มั่นใจทางการเมือง รวมถึงธุรกิจโรงละครอักษราเองในช่วงที่ผ่านมาก็ประสบปัญหาจำนวนลูกค้าน้อย จนไม่สามารถเปิดแสดงได้ทุกวัน
ทั้งนี้หลังจากเหตุการณ์ด้านการเมืองในปีที่แล้วทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวถดถอยลงไปมาก และกระทบกับผลการดำเนินงานของบริษัท โดยจากเป้าหมายรายได้รวมของกลุ่ม (รวมกิจการดิวตี้ฟรี โรงแรม โรงละคร) เดิมคาดว่าจะทำรายได้ 2.6 หมื่นล้าน แต่คาดว่าจะทำรายได้จริงแค่ 2.1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น หรือพลาดเป้าไปราว 5 พันล้านบาท ส่วนปีหน้าก็ยังตั้งเป้ารายได้เท่ากับปีนี้คือ 2.6 หมื่นล้าน ในจำนวนนี้รายได้หลักคือรายได้ของธุรกิจดิวตี้ฟรีจากที่ตั้งเป้าไว้ 1.9 หมื่นล้าน ก็คาดว่าจะทำได้เพียง 1.83 หมื่นล้าน หรือหายไปราว 700 ล้านบาท อย่างไรก็ตามแม้รายได้หดหาย แต่บริษัทก็จะยังเดินหน้าจ่ายค่าสัมปทานตามการันตีรายได้ขั้นต่ำให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
นายวิชัยยังกล่าวถึงข้อเสนอแนะต่อรัฐเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ว่า รัฐควรพิจารณาเรื่องของการให้มัลติเพิล วีซ่ากับนักท่องเที่ยวที่จะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าออกได้หลายครั้ง รวมถึงการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน และการขจัดปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญให้หมดไป
ขณะเดียวกันบริษัทยังยืนยันว่าไม่มีความสนใจเข้าซื้อกิจการของอีลิท การ์ดเนื่องจากขณะนี้แม้รัฐเองก็ยังไม่ต้องการบริหาร เอกชนก็คงไม่มีความสามารถดำเนินการได้ แม้ในช่วงแรกบริษัทจะเคยได้รับสิทธิให้ขายบัตร ซึ่งขายไปเพียง 20 ใบก็เกิดปัญหาวุ่นวายหลายเรื่อง
วานนี้ (2 ธ.ค.) บริษัทยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้บริษัทเป็นบริษัทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีการจัดพิธีอัญเชิญครุฑตราตั้งขึ้นประดิษฐาน ณ อาคารสำนักงานคิงเพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ รางน้ำด้วย
Tags : วิชัย รักศรีอักษร
