กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

ธุรกิจ

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 01:00

ปีทองธุรกิจน้ำตาล ปีทอง มิตรผล

น้ำตาล, มิตรผล, ว่องกุศลกิจ
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิต52/53 ที่เคาะที่ 950 บาทต่อตันอ้อย สูงสุดในประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็น"ขาขึ้น" ของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มมิตรผล

ยังมีการคาดการณ์กันอีกว่า ในฤดูกาลผลิต 2553/54 มีโอกาสที่จะเห็นราคาอ้อยทะยานไปกว่า 1,000 บาทต่อตันอ้อย ที่ระดับราคาน้ำตาลทรายดิบประมาณ 20 เซ็นต์ต่อปอนด์

2 ปีนี้จึงเป็น "ปีทอง" ของธุรกิจน้ำตาล

กลุ่มน้ำตาลมิตรผล ถือเป็นผู้ดำเนินธุรกิจน้ำตาลเบอร์ 1 ของประเทศ โดยปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจน้ำตาลในประเทศที่ 18 % และมีสัดส่วนการส่งออกมากถึง 70% ของกำลังการผลิตน้ำตาล ที่จะรับทรัพย์ไปเต็มๆ ไปตามระดับราคาน้ำตาลที่ทยานขึ้น

โดยในขณะนี้ราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลก อยู่ในระดับสูงถึง 22.4 เซ็นต์ต่อปอนด์ 

ไม่เฉพาะธุรกิจน้ำตาลในประเทศที่มีโรงงานน้ำตาลอยู่ 5 โรง (โรงงานน้ำตาลด่านช้าง มิตรกาฬสินธุ์ รวมเกษตรอุตสาหกรรม มิตรภูเวียง และสิงห์บุรี)

ในจีนมิตรผลยังมีโรงงานน้ำตาลอีก 5 โรง (โรงงานน้ำตาลฉงจั่ว ฝูหนาน ทั่วหลู หนิงหมิง และไห่ถัง)  โรงงานเยื่อกระดาษ 1 โรง และกำลังจะผุดโรงงานไฟฟ้าชีวมวลอีก 1 โรงในเร็วๆนี้

ในลาวและเวียดนาม โดยในลาว มิตรผลได้สัมปทานปลูกอ้อยและสร้างโรงงานน้ำตาลมิตรลาว และมีโรงงานน้ำตาลในเวียดนาม นอกจากนี้ยังได้สัมปทานที่ดินในกัมพูชา ปักธงรอผุดโรงงานน้ำตาล

ในธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล มิตรผลมีโรงงานไฟฟ้าชีวมวล 2 โรง (โรงไฟฟ้าด่านช้าง และโรงไฟฟ้าภูเขียว) กำลังจะขึ้นโรงที่ 3 ในปลายปี 2554 และในธุรกิจเอทานอล มิตรผลมีโรงงานเอทานอล 3 โรง กำลังจะขึ้นโรงที่ 4 ในปลายปีนี้ ไม่นับรวมธุรกิจปาร์ติเกิล บอร์ด

นอกจากนี้ ธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล 2 โรง ยังอยู่ระหว่างรอไฟเขียวจาก "ยูเอ็นเอฟซีซีซี" เพื่อขายคาร์บอน เครดิต ในปริมาณ 2 แสนตันคาร์บอน

ที่ทั้งหมดนี้ ล้วนใช้วัตถุดิบจากอ้อย ตั้งแต่ อ้อย กากน้ำตาล ชานอ้อย มาเจนเนอเรทรายได้

ธุรกิจที่ออกแนวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ ยังกลายเป็น "เทรนด์" สำคัญของโลกในขณะนี้และในอนาคต ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีของธุรกิจของมิตรผล

ถึงขั้นที่มิตรผล วางวิสัยทัศน์ส่อเจตนารมย์ชัดเจนว่า จะขอเป็น "บริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมน้ำตาลและชีวพลังงาน โดยการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการจัดการ"

กฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทน้ำตาลมิตรผล หนุ่มใหญ่ที่เข้ามารับตำแหน่งนี้ภายหลังการปรับโครงสร้างธุรกิจของมิตรผลเมื่อ 2 ปีก่อน เขาถือเป็น "มืออาชีพ" คนแรกที่มีโอกาสขึ้นนั่งตำแหน่งนี้ แทนคนในตระกูล ว่องกุศลกิจ

ขณะที่อิสระ ว่องกุศลกิจ ลอยตัวขึ้นนั่งในตำแหน่ง ประธานกรรมการ  

กฤษฎา ยอมรับว่า ใน 2 ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของธุรกิจอ้อยและน้ำตาล โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าในปีนี้มิตรผลคาดว่าจะมีรายได้ราว 49,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% โดยรายได้ในสัดส่วน 84% จะมาจากธุรกิจน้ำตาล

ไม่เฉพาะราคาน้ำตาลที่ทะยานขึ้น แม้แต่ราคากากน้ำตาล (โมลาส) และราคาเอทานอล ในตลาดโลก ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการใช้ไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานทดแทน (แก๊สโซฮอล์) ซึ่งมิตรผลเป็นเจ้าของแหล่งผลิต ที่จะรับประโยชน์ไปเต็มๆในฐานะผู้ขายวัตถุดิบ และยังประโยชน์ไปเต็มๆหากลุยทำเอง เพราะต้นทุนจะต่ำกว่าชาวบ้าน

"ปัจจุบันรายได้จากธุรกิจน้ำตาลในประเทศ มีสัดส่วนประมาณ 40% ธุรกิจน้ำตาลในต่างประเทศมีสัดส่วนรายได้อีก 40% ส่วนรายได้อีก 20% ที่เหลือ จะมาจากธุรกิจอื่นๆที่เหลือ ซึ่งในช่วง 1-2 ปีนี้ รายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลจะมาแรง จากการขยายกำลังการผลิต เรายังตั้งเป้าหมายว่าในอนาคตรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าจะมีสัดส่วนมากถึง 20% ของรายได้ทั้งหมด" กฤษฎา เผย

ปัจจุบันมิตรผลยังมีลูกไร่อยู่มากถึง 3 หมื่นราย ปริมาณการผลิตอ้อยทั่วประเทศที่ 72 ล้านตันอ้อย ในจำนวนนี้ 13 ล้านตันอ้อย อยู่ในความครอบครองของมิตรผล

เขายังมั่นใจว่า ราคาน้ำตาลดีๆเช่นนี้ จะกลายเป็นแรงจูงใจสำคัญทำให้พื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะเกษตรกรจะเปลี่ยนจากการปลูกพืชอื่น หันมาปลูกอ้อยมากขึ้น เฉพาะในฤดูกาลผลิต 2552/2553 พื้นที่ปลูกอ้อยในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 10% ทำให้ปริมาณการผลิตอ้อยเพิ่มจาก 66 ล้านตันอ้อย มาอยู่ที่ 70-72 ล้านตันอ้อยในปัจจุบัน

ขณะที่มิตรผล ก็มีแผนที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตอ้อยเพื่อซัพพอร์ทโรงงานน้ำตาลในกลุ่มเช่นกัน โดยคาดว่าจะขยายพื้นที่ปลูกอ้อยอีกราว 8 หมื่นไร่ คิดเป็นปริมาณน้ำตาลที่จะหีบได้เพิ่มขึ้น 8 หมื่น - 1 แสนตันน้ำตาล

เพิ่มเติมจากกำลังการผลิตน้ำตาลของกลุ่มมิตรผลที่วันละ 1.3 แสนตัน

กฤษฎา ยังบอกด้วยว่า มิตรผลยังมีความสนใจที่จะเข้าไปขยายการลงทุนโรงงานน้ำตาลในต่างประเทศ เพียงแต่รูปแบบการลงทุนอาจจะต่างจากเดิม โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าไป ซื้อกิจการโรงงานน้ำตาลในต่างประเทศ แทนการลงทุนเอง

"เมื่อก่อนเราใช้เวลานานถึง 4 ปีกว่าจะสร้างโรงงานน้ำตาลในลาว ตอนนี้เราก็กลับมาคิดโมเดลใหม่ ทำยังไงให้เวลามันสั้นลง" กฤษฎา ระบุและว่า 

ในส่วนของ "ธุรกิจใหม่" มิตรผลยังสนใจที่จะ "ต่อยอด" ธุรกิจจากน้ำตาล ด้วยการนำน้ำตาลมาผลิตเป็น "ไบโอพลาสติก" ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ในปีหน้า โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) และ บมจ.ปตท.ถึงความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ด้านการผลิตและการทำการตลาด 

 

Tags : น้ำตาล มิตรผล ว่องกุศลกิจ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Video

advertisement

advertisement

advertisement