เครือข่ายปชช.ระยองเตรียมฟ้องยูเอ็นดีพี คดีสิ่งแวดล้อมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อให้สังคมทั่วโลกช่วยจับตา
นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด ได้มีการไต่สวนนายสุทธิ 1 ใน 43 ผู้ร่วมฟ้องระงับ 76 โครงการชั่วคราว นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง ศาลได้ตั้งประเด็นการไต่สวน 3 ประเด็น 1. พื้นที่มาบตาพุด เต็มความสามารถในการรองรับอุตสาหกรรมหรือยัง 2. การประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2552 มี 8 ประเภท โครงการรุนแรงมีความเหมาะสมหรือไม่ และ 3. ความพยายามของรัฐที่จะดำเนินการตามมาตรา 67 มีความพยายามมากน้อยเพียงใดมาก่อน
การไต่สวนทั้ง 3 ประเด็น โดยการหยิบยกข้อเท็จจริง พร้อมเอกสารหลักฐานและความเห็นของกรรมาธิการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นข้อมูลประกอบในช่วงการซักค้านของนายบัญญัติ วิสุทธิมรรค อัยการฝ่ายปกครองสูงสุด ซักถามโดยใช้คำพูดที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดี และมีการกล่าวหาว่าไปชุมนุมป่วนเมืองกวนบ้านกวนเมือง และพูดจาไม่เหมาะสมต่อหน้าศาล ซึ่งเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม
นายสุทธิ กล่าวอีกว่า ต้องเรียกร้องให้ทั่วประเทศจับตาดูคดีนี้ เพราะเกรงว่าจะเป็นมวยล้ม และทางเครือข่ายจะออกไปรณรงค์เรื่องนี้ทั่วทุกภาค ให้ประชาชนจับตาดูคดีนี้ และในวันที่ 13 พ.ย. จะนำขบวนการพิจารณาทั้งหมดไปยื่นต่อยูเอ็น องค์การสหประชาชาติ เรียกร้องให้สังคมทั่วโลกจับตาดูคดีนี้ พร้อมจะแจ้งไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก UNDP (องค์การสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน) ว่าการพิจารณาคดีนี้มีความเที่ยงธรรมเป็นกลางหรือไม่
นายสุทธิ กล่าวด้วยว่า ได้ไปพบนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเรียนเชิญเข้าร่วมคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ในการแก้ไขปัญหามลพิษมาบตาพุด ซึ่งท่านตอบรับด้วยดี
ส่วนกรณีนายสุทธา เหมกมล นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมบ้านฉาง จ.ระยอง ได้นำรายชื่อผู้ตอบแบบสอบถามถึงการแก้ไขปัญหาในนิคมมาบตาพุด จำนวน 1 หมื่นรายชื่อ มามอบให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งให้หาข้อยุติ และไม่ให้กระทบกับ 76 โครงการที่ถูกคำสั่งศาลปกครองกลางระงับโครงการชั่วคราว ว่า เชื่อว่านายอภิสิทธิ์คงทราบเบื้องหน้าเบื้องหลังของคนกลุ่มนี้ดี อีกทั้งมั่นใจว่ารัฐบาลคงไม่สามารถทำอะไร ที่ละเมิดคำสั่งศาลปกครอง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการไต่สวน ทั้งนี้ ยังอยากเรียกร้องให้นายสุทธา นำรายชื่อชาวบ้านที่ตอบแบบสอบถาม ว่า สนับสนุนอุตสาหกรรมมาเปิดเผยต่อสาธารณะ หรือใช้แค่เลขที่บัตรประชาชน 13 หลักก็จะทำให้ทราบว่าเป็นคนที่อยู่มานาน หรือเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่
นายสุทธิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางเครือข่ายยังเตรียมทำหนังสือถึงคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อขอให้เพิ่มเติมโครงการสำรวจแหล่งกำเนิดมลพิษ และขึ้นบัญชีขึ้นบัญชีแหล่งกำเนิดมลพิษในมาบตาพุด อยู่ในแผนลดและขจัดมลพิษของ จ.ระยองที่ทางจังหวัดได้เสนอเข้าพิจารณา
ภายหลังมีการประกาศเขตควบคุมมลพิษในพื้นที่ เพราะไม่อย่างนั้น จะไม่ตอบโจทย์แผน และสามารถแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ตรงจุด เพราะล่าสุดถึงแม้จะยังอยู่ระหว่างการไต่สวนจากศาล แต่ในพื้นที่ก็มีความเคลื่อนไหวจากครู นักเรียน และชาวบ้านหนองแฟบ ที่เข้าคัดค้านโรงงานแห่งหนึ่งที่เริ่มทดลองเดินระบบวันแรก แต่เกิดปัญหากลิ่นเหม็นและเสียงดังรบกวน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมาตรการที่ไม่เชื่อถือของหน่วยงานที่กำกับ
Tags : มาบตาพุด