กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 14:33

พาณิชย์ยันเปิดเสรีการค้าอาเซียนไม่กระทบสินค้าเกษตร

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"ยรรยง"ย้ำชัดเปิดเสรีการค้าอาเซียนปี 53 กว่า 8พันรายการไม่กระทบสินค้าเกษตรไทย ระบุเป็นโอกาสไหลเวียนสินค้า-บริการมากขึ้น

เชียงใหม่-นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการเปิดเสรีสินค้าภายใต้กรอบเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) ในปี 2553 ที่จะมีสินค้ากว่า 8,000 รายการ ทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมจะถูกลดภาษีเป็น 0% และยกเว้นรายการสินค้าอ่อนไหวที่แต่ละประเทศสมาชิกสงวนการลดภาษีเหลือเพียง 5% ว่า กรอบเสรีการค้าอาเซียนจะทำให้มีการไหลเวียนสินค้า และบริการมากขึ้น เป็นการดึงดูดการลงทุนกลุ่มประเทศอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มอาเซียนเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีโดยส่วนรวม แต่ต้องยอมรับว่าบางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง ซึ่งก็ต้องยอมรับแต่โดยส่วนมากแล้วในภูมิภาคเดียวกันประเทศไทยได้เปรียบและทำได้ดีกว่า โดยสินค้าที่ส่งไปขายในประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่เป็นของประเทศไทย แต่ส่วนสินค้าที่นำเข้ามานั้นจะมาจากประเทศจีนซึ่งไม่ใช่กลุ่มอาเซียน

ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นกังวลเมื่อมีการเปิดเสีการค้าอาเซียนนั้นคือเรื่องคุณภาพมาตรฐาน เช่น ข้าวโพดจากพม่าและลาว ข้าวจากประเทศกัมพูชา ฯลฯ โดยสินค้าเหล่านี้จะมีปัญหาเรื่องคุณภาพมาตรฐาน เมื่อมีการเปิดเสรีการค้าอาจจะมีการปนกับสินค้าของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้คุณเอาข้าวเค้ามาปนกับของประเทศไทยจะทำให้ข้าวคุณภาพต่ำลงไป ซึ่งข้าวของประเทศไทยจะเป็นข้าวเม็ดยาว หากเอามาปนจะทำให้ประเทสไทยเสียชื่อเสียงได้

ดังนั้น จึงมีการพูดคุยกำหนดให้มีการขออนุญาตนำเข้า มีใบอนุญาตผู้นำเข้า ใบอนุญาตโรงงานต่างๆ ที่จะเป็นผู้ผลิต โดยในส่วนของข้าวซึ่งถือเป็นสินค้าที่ประเทศไทยส่งออกมากที่สุดนั้นโรงสีต้องเป็นคนบรรจุกระสอบได้ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดระยะเวลานำเข้า เช่น ช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. จะเป็นช่วงที่ประเทศไทยเก็บเกี่ยวผลผลิตจะมีการชลอการนำเข้า ส่วนสินค้าอื่นๆ จะมีการกำหนดผู้นำเข้าโดยเฉพาะ เช่น องค์การคลังสินค้า ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ

ส่วนความกังวลเรื่องการเปิดเสรีการค้าแล้วจะมีการสวมสิทธิ์โครงการประกันรายได้เกษตรกรในโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลที่มีการนำร่องพืช 3 ชนิด คือ ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นั้น ยืนยันว่าไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากการประกันรายได้รัฐบาลจะมีการจดทะเบียนเกษตรกรเป็นรายบุคคล รวมถึงมีการทำประชาคมตรวจสอบโดยคนในท้องถิ่นเอง โดยรัฐบาลจะชดเชยรายได้ด้วยการนำพื้นที่จริงคูณจำนวนที่จะชดเชยให้ ถ้าเป็นข้าวจากประเทศอื่นก็จะไม่อยู่ในรายชื่อที่ขึ้นทะเบียนก็จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ในโครงการดังกล่าวได้

Tags : ยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

1.ที่ท่านว่าไม่กระทบ คงจะเป็นการไม่กระทบต่อพ่อค้าคนกลางมากกว่า
2.ท่านจะทำอย่างไร? ถ้าไม่เป็นไปตามที่ท่านคาดและ คนที่เป็นเบี้ยล่างคือชาวนา เกษตรกร และเอสเอ็มอี เล็กๆ แม้แต่เงินหนุนช่วยยังแสนยาก
3.ผมว่า ให้ท่านวางแผนรองรับตัดคนกลางกดราคาสินค้าของเราเองดีไหม?
4.การจะสู้ ตปท.ได้ ต้นทุนต่ำ ดี ราคาขายไม่แพง คนไทยต้องกินของไทย ใช้ของไทย ก็รอด
5.เปิดเสรี ทำได้ แต่เสรีแล้ว คนไทยต้องตายเหมือน การเงินที่ล้มมาแล้ว ก็ดูต่อไป
6.รัฐต้องรีบดูเรื่องการถลักสินค้าชายแดน มาแน่ คอยดู ของถูกๆจีน รอตามตะเขบชายแดนไทย พม่า ลาว เขมร(ทำแผนรับได้เลย ขอบอก)

เลิกหลอกตนเองเถิด**อย่าฝันมากไป แบบ ซีผี ทฤษฎี สองสูง เป็นไง?
****จาก นายสัณฑพงศ์ โสไกร ปชช.3301800004283 ชมรมประชาอาสา**

ความคิดเห็นที่ 2

พูดไปวันๆ อ่ะครับ ถ้าผลออกมาฟลุ๊คว่าดีก็จะบอกว่า ผลงานตัวเอง ถ้าออกมาแย่ก็จะบอกว่า เกษตรกรต้องปรับตัว

ความคิดเห็นที่ 1

.เห็นด้วยอาเซียนร่วมมือ พึ่งพาใกล้ชิดเศรษฐกิจ เดินหน้าเปิดการค้าเสรีกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย แต่รัฐบาลไทยต้องปกป้องผลประโยชน์ชาวไร่ ชาวนาไทย ระวังอย่าให้ประเทศปลาใหญ่มากินประเทศปลาเล็กแบบประเทศไทย ปัจจุบันนี้การสูญเสียไม่ได้เกิดขึ้นกับเนื้อที่ดิน ผืนที่ดินอาณาเขตไทยอย่างเดียวแล้ว (เช่นนพดลเคยทำพลาดกรณีพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหาร) แต่มันมาในรูปแบบการสูญเสียอธิปไตยเศรษฐกิจ ทางวัฒนธรรม การเซ็นต์สนธิสัญญาฯลฯ (ตัวอย่างเช่นการเซ็นต์สัญญาเปิดเสรีให้ห้างค้าส่ง ห้างใหญ่ต่างชาติ ร้านเปิด 24 ชั่วโมง ทำโชวห่วยไทยสูญพันธ์) ...นักบริหาร ข้าราชการ ที่ฉลาดต้องรู้เท่าทันการสูญเสียรูปแบบใหม่ ...ต้องรักษาประโยชน์ให้ประเทศไม่ใช่ทำงานไปวันๆ เอาแต่ตัวเองรอด เอาแต่นโยบาย ที่ธุรกิจตัวเองจะไม่โดนผลกระทบ หรือเอาแต่นโยบายที่ธุรกิจพรรคพวกตัวเองได้กำไร

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement