กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 31 ตุลาคม 2552 02:00

บอร์ด สวล.ไฟเขียวออกประกาศ ตีกรอบโครงการลงทุนมาบตาพุด

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

นายกฯ มั่นใจปัญหามาบตาพุดใกล้ยุติ บอร์ด สวล.ไฟเขียวออกประกาศ ตีกรอบโครงการลงทุนมาบตาพุด

บอร์ดสิ่งแวดล้อมไฟเขียวออกประกาศชั่วคราวดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ตีกรอบแนวปฏิบัติของกิจการกระทบชุมชนอย่างรุนแรง สั่งทำ อีไอเอ ควบคู่ เอชไอเอ  แต่แยกรับฟังความเห็นประชาชน พร้อมลดเวลาองค์กรอิสระให้ความเห็นประกอบการออกใบอนุญาตจากเหลือ 45 วัน คาดเสนอนายกฯ สัปดาห์หน้า "อภิสิทธิ์" มั่นใจปัญหามาบตาพุดใกล้ยุติ

นายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วานนี้ (30 ต.ค.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 โดยเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ตามมาตรา 46 (2) และ มาตรา 51 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบวิธีปฏิบัติและแนวทางจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)  สำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรีลงนามได้ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ร่างประกาศดังกล่าวได้กำหนดประเภทและขนาดกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง โดยโครงการใดที่ต้องศึกษาอีไอเอ 34 กิจการตามระเบียบของกระทรวงทรัพยากรฯจะพิจารณาว่ากระทบชุมชนอย่างรุนแรงหรือไม่ ซึ่งจะดูจากพื้นที่ตั้งโครงการว่าอ่อนไหวหรือไม่ โดยจะออกระเบียบหลักเกณฑ์พื้นที่อ่อนไหวหรือพื้นที่ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษอีกครั้ง เช่น พื้นที่ลุ่มน้ำ

"ร่างประกาศดังกล่าวกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณากรณี มีผู้ร้องว่าโครงการส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง หากคณะกรรมการพิจารณาว่ากระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ และถ้ามีกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นกิจการที่กระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน เช่น ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องกิจการกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง 8 กิจการ"

สั่งจัดทำอีไอเอควบคู่เอชไอเอแยกประชาพิจารณ์

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้การจัดทำอีไอเอและการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพ (เอชไอเอ) ดำเนินการพร้อมกัน โดยออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์อีกครั้ง และกำหนดให้การรับฟังความเห็นจากประชาชนดำเนินการแยกจากการทำอีไอเอ  โดยใช้หลักเกณฑ์ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

ส่วนการจัดตั้งองค์กรอิสระให้ความเห็นประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตนั้น จะเปิดกว้างให้บุคคลและนิติบุคคลที่สนใจแสดงความเห็นมาจดแจ้งต่อกระทรวงทรัพยากรฯ โดยองค์กรอิสระดังกล่าวต้องเสนอความเห็นภายใน 45 วัน จากเดิม 90 วัน

ตั้งกก.พิจารณารายละเอียด 76 โครงการ

นายสรยุทธ์ กล่าวอีกว่า ร่างประกาศดังกล่าวจะใช้ไปจนกว่าร่าง พ.ร.บ.การรักษาและส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จะผ่านสภา หากโครงการลงทุนใหม่เข้าหลักเกณฑ์ ก็ต้องดำเนินการตามรายละเอียดดังกล่าว ส่วนโครงการที่ถูกศาลปกครองสั่งระงับ 76 โครงการ คงต้องรอการพิจารณาคำอุทธรณ์ต่อศาลปกครองก่อน  โดยนายกฯ ต้องการให้ตั้งคณะกรรมการทบทวนโครงการ 76 โครงการ และแยกรายละเอียดแต่ละโครงการเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขรายโครงการอีกครั้ง เพราะโครงการที่ถูกศาลปกครองสั่งระงับบางโครงการเป็นการลงทุนเพื่อลดมลพิษในมาบตาพุด

"การดำเนินโครงการของ 76 โครงการ นั้น จะตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาพิจารณารายละเอียดว่าจะเดินหน้าลงทุนได้หรือไม่  เพราะบางโครงการไม่มีผลกระทบต่อชุมชนรุนแรง เช่น เป็นโครงการที่ช่วยลดมลพิษสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้การเดินหน้าโครงการลงทุนทั้ง 76 โครงการต้องหยุดไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งศาลออกมา ซึ่งในวันที่ 2 พ.ย. นี้ จะมีการนัดไต่สวนในชั้นศาลปกครอง"

นายกฯมั่นใจปัญหามาบตาพุดใกล้ยุติ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าได้พบกับแกนนำจากเครือข่ายประชาชน จ.ระยอง เกี่ยวกับการแก้ปัญหามาบตาพุด  โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ เห็นชอบแนวปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2  โดยจะออกประกาศที่มีความชัดเจนตั้งแต่การพิจารณาโครงการที่เข้าข่ายมาตรา 67 วรรค 2 ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ 4 ช่อง ทางคือ 1.เป็นประกาศของกระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ  2.เป็นพื้นที่ที่อ่อนไหวและโครงการนั้นกระทบกับความอ่อนไหวในพื้นที่  3. เมื่อมีการร้องเรียนมายังคณะอนุกรรมการว่าโครงการใดมีผลกระทบอย่างรุนแรง และ 4.โครงการใดที่ดำเนินการไปแล้ว มีผลกระทบจริงสามารถย้อนกลับมาสู่กระบวนการนี้ได้

ส่วนการจัดทำ อีไอเอและเอชไอเอ จะใช้แนวทางที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเห็นชอบ โดยจะเปิดรับฟังความเห็น ซึ่งกระบวนการนี้จะเจาะจงไปที่เรื่องสิ่งแวดล้อมมากกว่าระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และเปิดโอกาสให้ผู้สนใจ ทั้งองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพ กับผู้แทนสถาบันการศึกษา ร่วมเป็นกรรมการอิสระที่สามารถรับรายงานของผู้ชำนาญการรับไปพิจารณาก่อนส่งความเห็นกลับมาให้หน่วยงานที่ตัดสินใจได้

"ดังนั้น กระบวนการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายลูกรองรับ ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าจะออกประกาศเร็วๆ นี้ ส่วนการแก้ปัญหาอื่นๆ คือ 1.การเยียวยาคนในพื้นที่ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ จะจัดทำแผน  2.แผนที่จะประกาศในเขตควบคุมมลพิษส่งมาถึงมือผมแล้ว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว และว่า สุดท้ายตนจะให้ตั้ง

คณะกรรมการที่มีตัวแทนภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้เกี่ยวข้องมาดูว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้เกิดความมั่นใจว่าโครงการต่างๆ จะไม่มีผลกระทบ รวมทั้งติดตามตรวจสอบด้วย ส่วนการศึกษาภาพรวมโครงการต่างๆ ในพื้นที่มาบตาพุด ตนจะเร่งหารือในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง กระบวนการทั้งหมดนี้น่าจะสามารถหาคำตอบต่อปัญหาต่างๆ ได้

เอกชนพร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องรอติดตามรายละเอียดตามประกาศอีกครั้ง ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะออกมาอย่างไร โดยภาคเอกชนเห็นว่าภาครัฐควรเร่งดำเนินการกำหนดรายละเอียดตามประกาศให้เสร็จเร็ว เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับนักลงทุนและถ้าสรุปได้เร็วก็จะมีผลดีต่อการลงทุน และภาคเอกชนพร้อมที่จะดำเนินการตามขั้นตอนที่จะกำหนดออกมา ซึ่งเชื่อว่าภาคอุตสาหกรรมและชุมชนจะอยู่ร่วมกันได้ ส่วนระยะเวลาการให้ความเห็นขององค์กรอิสระที่กำหนดไว้ 45 วัน ถือว่าเหมาะสมแล้ว เพราะ 90 วันนานเกินไปและอาจมีผลต่อการดำเนินโครงการลงทุน

Tags : สวล.

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement