กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 20 ตุลาคม 2552 12:09

ม.หอการค้าชี้เปิดเสรีสินค้าเกษตรไทยเสียรายได้ 2 พันลบ.

อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

(แก้ไข)หอการค้าไทย ชี้ขีดความสามารถสินค้าเกษตรไทยแพ้อาเซียน คาดเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอีก 5 ปี ไทยเสียรายได้กว่า 2,040 ล้านบาท

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์ตำแหน่งตลาดสินค้าเกษตรของไทย ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า สินค้าเกษตรไทยที่สำคัญหลายชนิดมีขีดความสามารถด้านการผลผลิต และต้นทุน น้อยกว่าอาเซียน หากเปิดเสรีภายใน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2558 คาดว่า มูลค่าการส่งออก สินค้า 4 ชนิด ดังกล่าว ที่ไทยจะต้องเสียส่วนแบ่งทางการตลาด ในตลาดอาเซียน โดยเฉลี่ย 5 ปี จะคิด เป็นเงินมูลค่า 2,040 ล้านบาท (ประมาณ 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

โดยแยกเป็นข้าวจะสูญเสีย ตลาดให้เวียดนาม เพิ่มขึ้น 0.5 % มูลค่า 13 ล้านเหรียญสหรัฐ ,น้ำมันปาล์ม สูญเสียตลาดให้มาเลเซีย ลดลง ไป2.6 % มูลค่า 46 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ,กาแฟ จะสูญเสียตลาด ให้เวียดนาม ลดลง 0.1 % คิดเป็นมูลค่า0.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ยกเว้นสินค้ามันสำปะหลัง ที่ไทยยังคงมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.1 คิดเป็นมูลค่า 5 พันดอลลาร์สหรัฐ และไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของอาเซียน แต่ไทยต้องส่งเสริมการวิจัย และพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังให้ได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และลดต้นทุนการผลิตต่อไร่ลง
 
"หลังจากอาเซียน เริ่มทยอยลดภาษีสินค้าเกษตร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 ซึ่งจะมีผลให้สมาชิกอาเซียน 6 ประเทศ ต้องลดภาษีสินค้าเกษตรบางรายการ เหลือร้อยละ 0  เช่น ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม เมล็ดกาแฟ และถั่วเหลือง  รวมทั้งการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558  จะทำให้สินค้าเกษตรของไทยส่วนใหญ่ สูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่ง ในช่วง 5 ปีข้างหน้าเพิ่มขึ้นสินค้าข้าว จะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้เวียดนาม เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 น้ำมันปาล์ม สูญเสียตลาดให้มาเลเซียและกาแฟ สูญเสียตลาดให้เวียดนาม เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 แสนดอลลาร์สหรัฐ“ เขากล่าว 

เขากล่าวต่อว่า อาเซียน ถือเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทย โดยช่วง 8 เดือนแรกของปี 2552 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปยังอาเซียน 41,315 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีมูลค่าการส่งออก 73,627 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 43.9 คิดเป็นสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 16.2 ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจของตลาดส่งออกหลักของไทยอยู่ในภาวะถดถอย ทำให้การบริโภคชะลอตัว และกำลังซื้อที่ลดลง

 

ทั้งนี้ นโยบายการพัฒนาสินค้าเกษตรยังเป็นแบบไร้ทิศทาง โดยเฉพาะ ข้าว และน้ำมันปาล์ม แม้ข้าวจะเป็นสินค้าส่งออกสำคัญในอาเซียนมานา และเคยครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุดในอาเซียน แต่ปัจจุบันได้สูญเสียตลาดให้แก่เวียดนามไปแล้ว

โดยเฉพาะข้าวขาว มีโอกาสถูกเวียดนามแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้เปรียบด้านต้นทุน และปริมาณผลผลิต ขณะที่น้ำมันปาล์ม ก็เป็นแรงทำให้สินค้าไยมีราคาสูงกว่าคู่แข่ง การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะยิ่งส่งผลกระทบต่อสินค้าของไทย

รวม ไปถึง เมล็ดกาแฟ ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไทยมีการผลิตน้อยกว่าประเทศคู่แข่งในอาเซียน เมื่อเทียบกับเวียดนาม ซึ่งมีการผลิตสูง และได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ ซึ่งมีต้นทุนและผลผลิตต่อไร่ของไทยนั้นยังเสียเปรียบประเทศในอาเซียน

นายอัทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้าวไทยอย่างจริงจัง ทั้งการกำหนดงบประมาณ ขั้นตอนระยะเวลาพร้อมตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องข้าวโดยเฉพาะ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างจุดเด่นของสินค้าข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง ดึงงบประมาณเข้าเสริมในด้านการเพิ่มผลผลิต ส่วนสินค้าน้ำมันปาล์ม จะต้องเร่งรักษาและพัฒนาคุณภาพผลผลิต เพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ และลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการรวมตัวระหว่างสวนปาล์ม และโรงงานแปรรูป เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบ การผลิต และราคา ขณะที่เมล็ดกาแฟ จะต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม สร้างเอกลักษณ์กาแฟไทยในด้านรสชาติ และกลิ่นที่มีความแตกต่าง

ดร. อัทธ์ยังกล่าวถึง กรณีของสหภาพแรงงานรถไฟ หยุดงาน จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าในประเทศ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจ ที่ประชาชนจะเดินทางไปต่างจังหวัด เพื่อไปเยี่ยมญาติ ส่วนการส่งออกไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากการส่งออกของไทยส่วนใหญ่ จะเป็นการส่งออกทางเรือ  แต่กระทบการส่งออกสินค้าในประเทศมากกว่า

Tags : เปิดเสรีการค้า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เกษตร ส่งออก มหาวิทยาลัยหอการค้า

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

เอ่ออ..ทำไงได้เรามีรบ.ที่อ่อนแอเอามากๆเอาใจแต่พรรคร่วมกลัวเค้าไปหมด"ห้อย"คุมเกมอยู่หมดแล้ว..แมงสาปน้อยหมดน้ำยา..อีกหน่อยชาวนาไทยก็ขายนาตัวเองมารับจ้างทำนาในนาตัวเองให้กับนายทุนคนจีนหรือเวียดนาม..น่าเศร้าอะไรขนาดนั้น..:(

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement