บอร์ด ทอท.สั่งคิง เพาเวอร์ จ่ายชดเชยใช้พื้นที่เกินสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีกว่า 900 ล้านบาท หลังพบใช้พื้นที่เกินกว่า 6,000 ตร.ม.
นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ วานนี้ (30 ก.ค.) ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติข้อตกลงระหว่าง ทอท. กับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ผู้รับสัมปทานร้านค้าปลอดภาษีในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้บริษัท คิง เพาเวอร์ จ่ายเงินชดเชยการใช้พื้นที่เกินกว่ากำหนดในสัญญาสัมปทานตั้งแต่เปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อเดือน ก.ย.2549 จนถึงเดือน พ.ค.2552 วงเงิน 989 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัท คิง เพาเวอร์ ขอแบ่งจ่าย 2 งวดๆ แรก 514 ล้านบาท ภายในวันที่ 30 ส.ค.นี้ งวดสอง 475 ล้านบาทวันที่ 31 ต.ค.นี้ สำหรับสัญญาสัมปทานกำหนดให้ใช้พื้นรวม 5,000 ตารางเมตร แต่บริษัท คิง เพาเวอร์ ใช้พื้นที่จริง 11,000 ตารางเมตร ซึ่งบริษัทคิง เพาเวอร์ก็ยอมจ่ายเงินเพิ่มจากการใช้พื้นที่เกิน
ส่วนการใช้พื้นที่ของบริษัท คิง เพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด ผู้รับสัมปทานร้านค้าเชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งสัญญากำหนดให้ใช้พื้นที่ 20,000 ตารางเมตรนั้น พบว่า มีการใช้พื้นที่จริงช่วงแรก 22,000 ตารางเมตร ภายหลัง ทอท.ขอคืนพื้นที่เพื่อใช้ด้านความปลอดภัย ทำให้เหลือพื้นที่ใช้จริง 18,000 ตารางเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาและคำนวณความเสียหายที่เกิดขึ้น
นอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้พิจารณากรณี บริษัท ไทย แอร์พอร์ตส์ กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ แท็กส์ ผู้รับสัมปทานงานให้บริการรถเข็นสัมภาระในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยื่นฟ้องศาลให้คุ้มครองชั่วคราวกรณีที่ ทอท.ยกเลิกสัญญาสัมปทาน โดยฝ่ายบริหารได้รายงานว่าศาลยกฟ้อง ทำให้ไม่มีการคุ้มครองชั่วคราว และกระบวนการจะดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายปกติ
ทั้งนี้ ทอท.อยู่ระหว่างการติดตามให้แท็กส์ชำระค่าปรับคิดเป็นเงิน 2,000 ล้านบาท หากแท็กส์ไม่ชำระก็จะฟ้องร้องศาลต่อไป ซึ่งขั้นตอนนั้น ทอท.ไม่สามารถยุติการฟ้องร้องได้ เพราะถือว่าแท็กส์เป็นผู้ผิดสัญญา ส่วนวงเงินค่าปรับนั้นก็คงไม่ลด เพราะคำนวณบนพื้นฐานของสัญญาที่ทั้งทอท.และแท็กส์ตกลงร่วมกันที่จะลงนามสัญญาไว้ก่อนหน้านี้
“ส่วนตัวก็เห็นว่าวงเงินค่าปรับค่อนข้างสูง เพราะมูลค่าสัญญาสัมปทานมีวงเงินประมาณ 500 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งศาลจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทอท.คงไม่ปรับลดเอง เพราะจะเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน และหลังจากแท็กส์เปลี่ยนผู้บริหารผมก็ยังไม่ได้พบหรือเจรจาใดๆ” นายปิยะพันธ์ กล่าว
นายปิยะพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการป้องกันการลักขโมยทรัพย์สินในกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตามที่ผู้บริหารเสนอ โดยแบ่งเป็น 4 มาตรการ คือ
1.มาตรการทั่วไป จะเพิ่มความเข้มงวดเรื่องการเข้าออกของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในพื้นที่การขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระระหว่างสายพานลำเลียงกระเป๋าไปยังตู้คอนเทนเนอร์
2.มาตรการเพิ่มเติม จัดชุดเฉพาะกิจและเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในช่วงที่มีเที่ยวบินขึ้นลงจำนวนมาก และกำหนดเวลาให้เจ้าหน้าที่ไปรอปฏิบัติงานเพียง 30 นาที
3.มาตรการในอนาคต จะเพิ่มกล้องวงจรปิดอีก 327 ชุด พร้อมกำหนดให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสวมเสื้อผ้าที่ไม่มีกระเป๋า และสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสง บอกชื่อสังกัดที่ชัดเจน มีการจัดลอคเกอร์เก็บของสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งจำกัดจุดเข้า-ออกต้องผ่านการตรวจค้น
และ 4.มาตรการลงโทษขั้นรุนแรง เมื่อพบผู้กระทำผิดนอกจากไล่ออกแล้ว ยังต้องลงโทษบริษัทต้นสังกัดคือ บริษัท บางกอกไฟล์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ (บีเอฟเอส) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยโทษสูงสุดคือยกเลิกสัญญา และให้หน่วยงานดังกล่าวรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการข้างต้นด้วย
Tags : คิงเพาเวอร์
