กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 00:00

กทม.เข็น บีอาร์ที ต่อ...เมิน คดี ฮั้ว ไม่ ฮั้ว

บีอาร์ที, กทม.
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

บีอาร์ที ฮั้ว หรือ ไม่ฮั้ว ประมูลยังไม่ตัดสิน แต่กทม.ประกาศชัด เดินหน้าต่อแน่ ซื้อรถบีอาร์ทีไม่ได้ เช่าแทนไปก่อน หวั่นซ้ำรอยโฮปเวลล์

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เชิญท่านผู้อ่านร่วมรับรู้ความคืบหน้าของโครงการบีอาร์ทีและเชิญแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หาทางออกไม่ให้ซ้ำรอยโฮปเวลล์ 

หลังจากมีกระแสข่าวว่า โครงการรถเมล์โดยสารประจำทางด่วนพิเศษ "บีอาร์ที" ดูแลโดยบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ที่กรุงเทพมหานครถือหุ้น 100% อาจเข้าข่าย "ฮั้ว" ประมูลตัวรถบีอาร์ที ไม่โปร่งใสในกระบวนการประกวดราคาจัดซื้อ ในราคาคันละ 7 ล้านบาท แพงกว่าราคาในท้องตลาดที่ขายกันอยู่ที่ 4 ล้านบาท และกำหนดสเปคไว้สูงเกินกว่าที่บริษัทรถยนต์ชั้นนำทั่วไปจะสามารถผลิตได้ ไม่ว่าจะเป็น ทีโออาร์ที่กำหนดเกี่ยวกับระบบเบรก และความสูงของรถยนต์ที่กำหนดให้พอดีกับชานชาลา ซึ่งเรื่องดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อ

ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร "ฮั้ว" หรือ "ไม่ฮั้ว" คงไม่มีใครทราบได้จนกว่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนของผู้ที่เกี่ยวข้องเปิดเผยออกมา แต่ ณ เวลานี้ หลายคนคงมีคำถามขึ้นในในว่า แล้วโครงการบีอาร์ที จะเป็นเช่นไรต่อไป? เดินหน้าต่อได้หรือไม่? หรือต้อง "หยุด" โครงสร้างตัวสถานีที่แล้วเสร็จเกือบ 100% จะถูกปล่อยทิ้งร้าง ซ้ำรอยประวัติศาสตร์โครงการ โฮปเวลล์อีกครั้งหรือไม่? วันนี้ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกับการพูดคุยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง

นายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะผู้ที่ดูแลโครงการดังกล่าว กล่าวยืนยันว่า "กทม.จะเดินหน้าโครงการบีอาร์ทีต่ออย่างแน่นอน เพราะไม่อยากให้ประชาชนเสียประโยชน์ และมันเสียเวลามามากแล้ว ไม่ควรให้ประชาชนเสียโอกาส"

เขายังเล่าให้ฟังถึงกระบวนการหลังจากนี้ ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากการที่ รถบีอาร์ที ที่จัดประกวดราคาถูกมองว่า ไม่โปร่งใส ดังนั้นตามกระบวนการแล้ว รถบีอาร์ทีที่ถูกมองว่าไม่โปร่งใสก็ไม่สามารถใช้ได้ แต่โดยตัวโครงสร้างไม่ได้มีปัญหาอะไร จึงสามารถที่จะเปิดดำเนินการได้ต่อ เพียงแต่ รถที่จะนำมาวิ่งนั้น กทม.อยู่ระหว่างพิจารณาว่า เบื้องต้นอาจจะเช่ารถมาวิ่งก่อนในจำนวนที่ใกล้เคียงกับที่ต้องซื้อ จนกว่าจะได้ข้อสรุปว่าความไม่โปร่งใสของการจัดประกวดราคาของรถบีอาร์ทีนั้นจริงหรือไม่ หากมีความผิดจริงก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น แต่หากไม่ผิด ก็นำรถมาใช้ตามปกติ ซึ่งลักษณะของรถบีอาร์ทีจะพิเศษกว่ารถเมล์ปกติ สเปกของรถที่จะเช่ามาใช้ก็ต้องสอดคล้องกันด้วย

สำหรับประเด็นนี้ ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า จะใกล้เคียงกับสเปกเดิมหรือไม่? นายจุมพลก็ตอบว่า ต้องมีลักษณะที่คล้ายกัน เพราะระบบรางของบีอาร์ทีจำเป็นต้องใช้รถลักษณะพิเศษจริงๆ

หากใกล้เคียงจากสเปกเดิม หลายคนคงสงสัยว่า รถบีอาร์ทีสเปกเดิมยังมีปัญหา รถเช่าสเปกใกล้เคียงกัน จะไม่มีปัญหาได้อย่างไร? นายจุมพล ตอบว่า ก็จะต้องทำทุกอย่างให้โปร่งใสมากที่สุด ใช้ทุกวิถีทางที่จะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส อะไรที่เป็นจุดอ่อนของปัญหารอบที่แล้วก็จะพยายามปิดจุดอ่อนที่จะก่อให้ข้อสงสัยถึงความไม่โปร่งใสได้ ซึ่งจุดอ่อนที่กล่าวถึงนั้น ดีเอสไอ หรือป.ป.ช.ผู้ที่ดูแลคดีนี้จะเขียนรายงานส่งมายังกทม.ว่า รถบีอาร์ทีมีกระบวนการที่ส่อเค้าให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสอย่างไรบ้าง พอเราทราบแล้ว ทุกอย่างก็ต้องดำเนินไปตามกระบวนการ และหากมีการดำเนินการใหม่ เราก็จะไม่ให้เกิดความผิดพลาด บกพร่องอีก

"ที่ผ่านมาเรามั่นใจว่าได้ดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการอย่างถูกต้อง ถ้าพิสูจน์ว่าบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดในฐานะผู้ที่ดูแลโครงการนี้ บกพร่อง ไม่โปร่งใสก็ต้องมาดูว่าบกพร่องที่บุคคลหรือว่าส่วนไหน ก็ให้ดำเนินการตามนั้น"

สำหรับสเปกของรถบีอาร์ทีคร่าวๆ นั้น นายจุมพล เล่าให้ฟังว่า รถบีอาร์ทีมีความแตกต่างจากรถเมล์ประจำทางทั่วไปมาก โดยรถบีอาร์ทีจะต้องมีเครื่องยนต์ที่แรงกว่า ความเร็วสูงกว่า ระบบเบรกดีกว่า เพื่อจอดให้ตรงกับป้าย พื้นล้อกับชานชาลาต้องเสมอกัน มีระบบ GPS เพื่อเชื่อมต่อกับสัญญาณไฟจราจร ให้สิทธิรถบีอาร์ทีได้ไปก่อน และเชื่อมต่อกับป้ายประจำทางที่สถานี เพื่อให้ผู้โดยสารรับทราบว่าในอีกกี่นาทีรถบีอาร์ทีจะมาถึงสถานี เดินรถทุก 3-4 นาที

ส่วนเรื่องการเดินรถ นายจุมพล อธิบายให้ฟังว่า เดิมมีมติครม.ออกมาว่า ให้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) เป็นผู้มีสิทธิในการเดินรถประจำทางสาธารณะในเขตกรุงเทพฯ แต่เพียงผู้เดียว แต่ถ้าผู้ประกอบการเอกชนมีความสนใจจะร่วมเดินรถในบางเส้นทางด้วยนั้น สามารถทำได้ใน 2 รูปแบบ ดังนี้ 1. ดำเนินการในลักษณะรถร่วมของขสมก. คือ อยู่ภายใต้การดูแลของขสมก.เหมือนรถร่วมของเอกชนที่พบเห็นในปัจจุบัน และ 2. ดำเนินการขอยกเว้นมติครม.เพื่อเป็นหนึ่งในผู้เดินรถด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับกรณีของรถประจำทาง เมโทรบัส ที่ขอยกเว้นมติครม.เป็นผู้เดินรถด้วยตัวเอง จำนวน 34 เส้นทาง ไม่ใช่รถร่วม

เมื่อพิจารณาถึง 2 แนวทางแล้ว กทม.มองว่าจะเลือกรูปแบบที่ 2 คือ การขอยกเว้นมติครม.และเป็นผู้เดินรถเองเฉพาะเส้นทางเหมือนกับเมโทรบัส โดยการเดินรถในเส้นทางสายแรก จากช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ระยะทางรวม 16.5 กิโลเมตร ได้ผ่านขั้นตอนของการขอยกเว้นมติครม.ให้เป็นผู้เดินรถได้เองเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการใบอนุญาตเดินรถ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนการก่อสร้างสถานีต่างๆ แล้วเสร็จไปกว่า 90% แล้ว คาดว่าภายใน 2 เดือนงานก่อสร้างจะแล้วเสร็จทั้งหมด พร้อมเปิดใช้บริการจริง วางแผนที่จะทดลองวิ่งในช่วงต้นปี 2553 และเปิดใช้จริงในเดือนพ.ค. 2553 โดยมอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ที่มีกทม.ถือหุ้น 100% เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด

ทั้งนี้ รายละเอียดของรถเมล์โดยสารประจำทางด่วนพิเศษ "บีอาร์ที" บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลจัดหารถบีอาร์ที จำนวน 45 คัน ภายใต้งบประมาณ 387 ล้านบาท เฉลี่ยคันละ 7 ล้านบาท นายจุมพล กล่าวว่า ถ้าถามว่าราคาสูงกว่าที่ขายกันในท้องตลาดไหม อาจจะสูงกว่า เพราะเป็นรถแบบพิเศษ อีกทั้ง กทม.ตั้งสเปกให้นำเข้ามาประกอบในประเทศ เพื่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศ หากจะซื้อยกคัน หรือนำเข้ายกคันก็เป็นไปได้ เพราะตอนนี้ภาษีนำเข้ารถเมล์สาธารณะถูกลงแล้ว นำเข้า หรือประกอบในประเทศไม่แตกต่างกัน ไม่เหมือนในอดีตที่การนำชิ้นส่วนมาประกอบในประเทศจะถูกกว่านำเข้ารถทั้งคัน แต่อย่างที่กล่าวแล้วว่า กทม.ต้องการให้เกิดการจ้างงานในประเทศ จึงกำหนดเงื่อนไขให้นำชิ้นส่วนมาประกอบในประเทศมากกว่าซื้อเป็นรถทั้งคัน

นายจุมพล กล่าวต่ออีกว่า ในหลายประเทศเลือกใช้บีอาร์ทีเป็นรถประจำทางสาธารณะ บางประเทศไม่ใช้รถไฟฟ้าเลย เพราะใช้บีอาร์ทีแทน โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลียถือว่าประสบความสำเร็จมากกับการใช้บีอาร์ที หรืออย่างอเมริกาใต้ โคลัมเบีย ก็ยอมรับการใช้บีอาร์ที และสำหรับในกรุงเทพฯ บีอาร์ทีจะเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับผู้โดยสารในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งมวลชนประเภทอื่นๆ โดยจะคิดค่าบริการตามระยะทางเช่นเดียวกับรถปรับอากาศของขสมก. เริ่มต้นที่ 12 บาท

ไม่ว่าจะอย่างไรแล้ว นายจุมพล กล่าวทิ้งท้ายว่า กทม.มั่นใจว่าจะเปิดให้บริการรถเมล์บีอาร์ทีได้อย่างแน่นอน

โครงการรถเมล์โดยสารประจำทางด่วนพิเศษ "บีอาร์ที" เป็นโครงการที่หลายคนอาจจะเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ ณ วันนี้ เงินงบประมาณของกทม. ภาษีของประชาชนได้ถูกใช้ไปกับการก่อสร้างโครงการดังกล่าวไม่น้อยแล้ว หากไม่สามารถเปิดให้บริการได้ คงน่าเสียดายไม่น้อย ซึ่งบีอาร์ที ไม่ใช่โครงการแรกที่ต้องตกอยู่ในภาวะ "สูญญากาศ" เช่นนี้ ที่ผ่านมามีหลายโครงการที่หน่วยงานรัฐประกาศว่าทำเพื่อประชาชน แต่ก็ไม่สามารถใช้งานได้จริง เพราะตรวจพบเจอการ "คอร์รัปชั่น" ความไม่โปร่งใสในกระบวนการต่างๆ

เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้ว ทางออกของโครงการบีอาร์ทีจะเป็นอย่างไร จะเปิดใช้ได้ตามที่ "คนกทม." ประกาศกร้าวหรือไม่? หรือทางออกควรเป็นอย่างไร? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ขอเชิญท่านผู้อ่านร่วมแสดงความคิดเห็น ได้ที่นี่

เรื่องโดย สุกัญญา สินถิรศักดิ์

Tags : บีอาร์ที กทม.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24

เดิมมีแผนรถไฟฟ้าขนาดเบาจากถนนตกมาตามแนวถนนพระราม 3 มาเชื่อม BTS ที่สถานีนราธิวาศ วางแผนไว้สมัยพิจิตต ส่วน BRT ที่อภิรักษ์จะทำหาเสียงไว้ที่เกษตร-นวมิทร์ ที่ผู้รู้บอกสร้างไม่ได้ แต่ไปกดดันทักษิณ เขาเลยบอกให้ไปสร้างที่ถนนพระราม 3 มาเชื่อม BTS คน กทม ก็เลยได้ BRT สายพระราม 3 โดยไปแย่งถนนอย่างที่เห็นทุกวันนี้ไปแทน นี่เป็นตัวอย่างของการเมืองเล่นกระแส กดดัน ซึ่งถ้ากดดันในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผลก็จะบิดเบี้ยวไป และคนที่หลงกระแสคิดว่าถูก ก็รับกรรมไป อย่างทุกวันนี้ กทม ก็กำลังสร้างกระแสกดดันเรื่องสีเขียวอีก โดยไม่ดูตนเองว่ามีขีดความสามารถบริหารจัดการ ทั้งเรื่องงบประมาณ และ บริการประชาชนได้เองหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 23

ความเห็นที่ 22 ทำไมต้องรุนแรงขนาดนี้ แค่เรื่องรถ BRT มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า แถมให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่เคยได้ยินว่ามีโครงการรถไฟฟ้าที่จะวิ่งบนคลองพระราม3 เลย ไม่ทราบว่าเป็นรถไฟฟ้าสายสี?

ความคิดเห็นที่ 22

สาทร พระรามสาม นราธิวาส รถจะติด * บรรลัย จากที่รถมันวิ่งได้อยู่ดีดี เพราะ BRT จัญไร ของพรรคแมงสาบ ปชป พอมี BRT มาขวาง โครงการรถไฟฟ้า ที่จะว่ิงบนคลองพระราม3 นราธิวาส มาต่อกับสาย สาทรตากสิน ก็จะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะมี BRT จัญไร ของ * อภิรค วย โกษะโยค วย มาขวางทางอยู่

ความคิดเห็นที่ 21

นายจุมพลเอ่ยอย่าไปพูดถึงโฮบเวลเลย.เอาแค่สถานีจอดแท็กซี่อัฉริยะแบบป่าช้าก็หนาวแล้วเสียเงินภาษีโดยใช่เหตุกินกันเท่าไหร่ประโยชน์ที่ประชาชนได้กี่สตางค์หละ โอละหนอ.

ความคิดเห็นที่ 20

สรุปง่าย BTR แพงกว่า NGV ที่เอกชนเขาซื้อ ประมาณ 2.5 เท่า วางสเปคสูงเกินความจำเป็นทั้งๆที่รถ NGV ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย

ความคิดเห็นที่ 19

จะบอกว่า ราคารวม BRT ต่อคัน ณ ปชป แพงกว่ารถ NGV ของ พรรคห้อย ประมาณ 1.5 เท่า คิดกันเอาเองละกัน

ความคิดเห็นที่ 18

BTR แพงๆ แบบอภิรักษและแบบคุณชาย ไม่เวอร์คหรอก เงินจำนวนนั้นเอามาสร้างต่อขยายรถใต้ดิน รถลอยฟ้าเสริมของเดิมจะดีกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่า 1)ประชาชนไม่ต้องเสียค่าเดินทางหลายช่วง 2)แม้ในทางเทคนิค วิศวกรบอกทำได้แน่ แต่ค่าก่อสร้างแพงบรรลัย เพราะจะมีปัญหาจุดที่ตัดกับระบบรถไฟลอยฟ้าของเดิมและทางด่วนที่สร้างไว้แล้ว ซึ่งจะเป็นตัวบังคับให้ต้องสร้างทางลอยฟ้าที่สูงกว่าเดิมเพื่อหนีปัญหาจุดตัด ราคาค่าก่อสร้างพุ่งพรวด 2 เท่าแน่นอน 3) การสร้างทางลอยฟ้าสูงๆทำให้เกิดทัศนีภาพทุเรศลูกกะตา

ความคิดเห็นที่ 17

- สถานีของ BTS และรถไฟใต้ดิน ปัจจุบันออกแบบให้รองรับได้อย่า่งมาก 6 ตู้/ขบวน
- ที่เสนอ BRT ยกระดับ เพราะไม่ต้องมีระบบอาณัติสัญญาณ เพียงแต่สร้างตัวสะพานเหมือนสะพานรถยนต์ทั่วไป แต่กว้างเพียง 2 เลน (คนไทยมีความชำนาญในการสร้างมาก) แล้วนำรถเมล์มาวิ่ง (ตัวรถ ต่อ/ประกอบได้ในเมืองไทย) จึงน่าจะเป็นระบบที่ประหยัด อย่างไรก็ดีควรมีการศึกษาในรายละเอียดต่อไป แต่อยากใ้ห้เป็นในลักษณะ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ

ความคิดเห็นที่ 16

ลืมบอกไปว่า BTS ถ้าวิ่งเต็ม Capacity คือ 9 ตู้ต่อขบวนครับ (ถ้าจำไม่ผิด ดูที่ความยาวชานชลาได้ ออกแบบไว้รับเต็มขบวนรถไฟฟ้า)

ดังนั้น ขีดความสามารถในการขนคน คือ 9 ขบวน x 300 คนต่อขบวน x (60 นาที/3 นาทีต่อขบวน) = 54,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง

ถ้าอยากเอส BRT ยกระดับ แล้วขนคนเป็นหมื่น ก็ลองใช้ Light Rail ตู้หน้าแคบแบบของอังกฤษที่วิ่งใต้ดิน หรือ TUBE ของเขา ก็ได้ไม่แพง

ความคิดเห็นที่ 15

เห็นด้วยครับ แต่ 1 นาที ต่อขบวน ดูจะฉุกละหุกไปหน่อยเพื่อต้องการทำขีดความสามารถในการขนคน

ปกติ ระบบของเครื่องมือทางวิศวกรรมมันมีข้อเท็จจริงในตัวเองอยู่แล้ว และเห็นด้วยถ้าในเมืองอยากสร้าง BRT ก็ยกระดับมันซะ แต่นักหาเสียงดันไปคุยว่า สร้างง่าย 6 เดือนได้ใช้ แล้วไปยกขีดความสามารถเท่ารถไฟฟ้าขนส่งในระดับที่สูงขึ้นไปเลยติดกับต้องมาทำกลางถนน ลองคิดดูถ้าวันนี้ทำเกษตร-นวมินทร์จริง เอาแค่เลี้ยวซ้ายจากนวมินทร์เข้าพหลโยธิน ผ่านหน้าเสนา การจราจรแถวนั้นจะวิปริตขนาดใหน คงไม่แคล้วไปขอยกเลิกสะพานลอยเกษตรอีก

เลยอยากบอกนักการเมืองว่าคิดฝันโครงการแต่ต้องถามคนที่เขารู้เสียก่อน อย่าฝันโครงการแค่เพราะอยากขอตำแหน่งทางการเมืองเขา ชาวบ้านดูออก

และไม่คิดว่าคนที่มาร่วมกันแสดงความเห็นเป็นนักการเมืองแปลงกายมา เพราะนักการเมืองส่วนใหญ่ที่เห็น ของปลอมทางวิชาการทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 14

คุณคิดดังๆครับ คุณอาจจะคิดว่าผมเป็นนักการเมืองมาโพสเรื่องโกหก BRT นั้น ผมไม่ใช่นักการเมืองและเป็นวิศวกรที่เคยศึกษาอยู่ในประเทศที่มีการใช้ระบบการขนส่งมวลชนอย่างมาก ผมมีความเห็นส่วนตัวว่าเราควรสร้างระบบที่เหมาะสมกับตัวเรา ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
- BTS (Heavy rail) ปัจจุบันใช้ 3 ตู้ ขนาดตู้ 3.2x20 m พื้นที่รวม 192 ตร.ม คนยืนได้ 4 คน/ตร.ม หากรถมาทุก 3 นาทีขนส่งคนได้ 15360 คน/ช.ม./ทิศทาง
- BRT บนทางยกระดับ ขนาดรถ 2.5x20 m (รถพ่วง) พื้นที่รวม 50 ตร.ม คนยืนได้ 4 คน/ตร.ม หากรถมาทุก 1 นาทีขนส่งคนได้ 12000 คน/ช.ม./ทิศทาง
ระบบขนส่งมวลชนจะ work ต้องมีหลายสาย เป็นโครงข่าย ผมจึงเสนอ BRT บนทางยกระดับเพราะสร้างได้หลายสายในจำนวนเงินเท่ากัน

ความคิดเห็นที่ 13

ตัวอย่างของการคิดฝันโครงการแบบกะสร้างข่าวผลงานโดยไม่คำนึงถึง ความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม


จากข่าว กทม.กางแผนสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล “เชื่อมสายสีเขียว ขนคนศรีนครินทร์-บางนา”
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 กรกฎาคม 2552 07:14 น.

รายละเอียดจากลิงค์
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8102541/P8102541.html

กทม.เล็งสร้างโมโนเรล ระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวแทนสะพานข้ามแยกอโศก-เพชรบุรี ขนคนจากราชเทวีปลายทางที่ กทม.2 ดินแดง ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคลเตรียมทางแก้สร้างอุโมงค์ทางลอดให้แทน ขณะที่ชาวศรีนครินทร์ถึงบางนา มีเฮ! กทม.มีแผนสร้างโมโนเรลรับคนเข้าต่อขยายบีทีเอสเช่นกัน

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบรถไฟฟ้ามวลชนรางเดี่ยว (Mono Rail) ระบบรถไฟฟ้าขนาดเบา (Light Rail ) ระบบล้อยาง(Rubber Tire Type ) ซึ่งระบบนี้จะไม่มีคนขับ สามารถหักมุมเลี้ยว 45 องศาได้ทันที และไม่ต้องศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม(EIA) ซึ่ง กทม.มีแผนที่จะก่อสร้างในเส้นทางถนนบางนา-ตราด เชื่อมถนนศรีนครินทร์ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรโดยเส้นทางนี้จะช่วยรับคนในย่านศรีนครินทร์ ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง และคอนโดจำนวนมากวิ่งมาทางเส้นบางนา-ตราด เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวที่ กทม.กำลังดำเนินการก่อสร้างจากอ่อนนุช-แบริ่งในช่วงสี่แยกบางนา คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท

นายธีระชน กล่าวอีกว่า จากที่ กทม.เตรียมที่จะรื้อสะพานเหล็กข้ามแยกอโศก-เพชรบุรีเพื่อก่อสร้างใหม่นั้น ตนมีแนวคิดที่จะก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวบนเส้นทางดังกล่าวแทน โดยไม่ต้องสร้างสะพานข้ามแยกขึ้นมาใหม่ แต่ให้สร้างเส้นทางรถไฟฟ้าพร้อมกับรื้อสะพานข้ามแยกอีก 2 แห่งได้แก่แยกราชเทวี-แยกประตูน้ำ ออกไปเพื่อนำมาทำเป็นทางรถไฟฟ้าต่อไปยังศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดงตามแผนที่ได้วางเอาไว้

ส่วนสะพานที่รื้อออกก็จะสร้างอุโมงค์ลอดใต้ดินทดแทนในแต่ละช่วงที่ต้องข้ามแยกสำหรับให้รถยนต์ส่วนบุคคลสัญจรแทนสะพานที่ได้รื้อ ซึ่งแนวคิดนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เห็นด้วยในหลักการแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทม.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทั้ง 2 เส้นทางว่าควรจะใช้ระบบใด งบประมาณการลงทุน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้วซึ่งจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 3 เดือน

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ทางบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี ได้เสนอที่จะลงทุนในโครงการระบบรถไฟฟ้ามวลชนรางเดี่ยว ระบบรถไฟฟ้าขนาดเบา ระบบล้อยาง เนื่องจากมีความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งแหล่งเงินทุนที่จีน และองค์ความรู้ (Know How) ที่มีอยู่พร้อมสรรพ ซึ่งทาง กทม.ก็จะต้องพิจารณา และท้ายสุดต้องให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบด้วยเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 12

ลด นน. ด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพี่ยงพอต่อความต้องการของร่างกาย ได้รับ อย.
ลดแล้วไม่โทรม ไม่เหี่ยว หย่อนคล้อย ผิวพรรณ สุขภาพดี 3- 10 กก./เดือน
ด้วยกลไกการเผาผลาญพลังงาน ตามธรรมชาติของร่างกาย
ไม่ต้องทรมานกับความหิว เหมือนการอดอาหาร
ไม่ขาดสารอาหารเหมือน กับการลด นน. ด้วยการควบคุมปริมาณอาหาร
ร่างกายไม่โทรมเหมือนการใช้ยา ไม่มีสารเคมี และตัวยา
ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยสารอาหาร ลดภาวะความเสียงต่อการ เป็น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ด้วย
การสร้าง นน. ตัวที่ได้มาตรฐาน สร้างสุขภาพดี สร้างรูปร่างที่สมส่วน ชวนมอง
สร้างภาวะสมดุลให้แก่ร่างกาย ด้วยโปรแกรมทางโภชนาการ จากธรรมชาติ ที่
Thaidietcenter.com/gooddiet ไม่ต้องพิมพ์ www.

ความคิดเห็นที่ 10

เรื่องขีดความสามารถการขนส่งผู้คน เรียงลำดับแบบนี้

รถเมล์ 5,000 คน/ชั่วโมง
รถเมล์ด่วน BRT 8,000-10,000 คน/ชั่วโมง
Monorail 10,000-15,000 คน/ชั่วโมง
รถไฟฟ้าขนาดเบา Light Rail 10,000-25,000 คน/ชั่วโมง
รถไฟฟ้าขนาดหนัก Heavy Rail 20,000-40,000 คน/ชั่วโมง


ถ้าต้องการยกระดับ ค่าก่อสร้างอาจต่างไม่มาก เพียงแต่จะเลือกระบบใหนมาใส่อยู่ที่คาดการ ผู้โดยสาร Ridership

ดังนั้น การที่นักการเมืองมาบอก BRT สร้างง่ายไม่เถียงเพราะซับซ้อนน้อยกว่า แต่ขนผู้โดยสารได้เท่ารถไฟฟ้า BTS ซึ่งเป็น Heavy Rail คงต้องฟันธงว่า โกหกครับ

ของแบบนี้ วิศวกรที่เป็นวิศวกรอาชีพ ไม่ใช่วิศวกรหาตำแหน่งการเมืองเขาไม่กล้า Present Fake หรอก เพราะไม่ต้องกลัวว่าจะเสนอนโยบายหาเสียงแล้วอธิบายยาก อยากได้ตำแหน่งก็เลยหาอะไรที่ดูง่ายๆขายฝันไม่ต้องอธิบายมาก แค่นั้น แต่คนเหล่านี้ ทำกรรม โดยลืมไปว่า สุดท้ายของดีๆ เพราะคนไปคิดว่าใช้ไม่ได้ วันหน้าใครจะนำมาใช้ในที่เหมาะสมถูกที่ถูกเวลา ก็ถูกจะขัดขวางเพราะไปรับรู้ว่ามันใช้ไม่ได้ไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 9

ยกเลิก BRT แล้วเร่งสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีชมพู ดีกว่าเป็นไหนๆ ใช้ผิวจราจรเดิมที่มีอยู่จำกัดไม่มากนัก แต่สามารถขนส่งมาลชนได้ในแบบ Heavy กว่ากันมากๆ
รถไฟ รฟท. รางคู่เช่นกัน ต้องเป็นระบบมาตราฐานใหม่รางกว่างเท่านั้น จึงจะขนส่งในแบบ Heavy ได้ดี ทั้งสิ้นค้า ทั้งผู้คนสดวกสบายกว่ากันเป็นไหนๆ ค่อยๆ ทำไปตามงบประมาณในแต่ละปี

ความคิดเห็นที่ 8

BRT บนทางยกระดับจะมีความสามารถในการรับส่งผู้โดยสารใกล้เคียงกับ BTS ในปัจจุบัน (3 ตู้) แต่ค่าก่อสร้างถูกกว่ามาก ทำได้รวดเร็ว ด้วยเงินเท่ากันทำได้หลายเส้นทาง เป็นโครงข่ายเสริม BTS และรถไฟใต้ดิน ทำให้สะดวก คนจะมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 7

BRT (Bus Rapid Transit) เป็นรถเมล์ด่วนที่ต้องการทางพิเศษหรือที่เรียกตามช่างว่า Guided Way Bus หรือระเมล์ที่มีทางบังคับวิ่งอาจจะไม่ต้องมีคนขับยังได้ เป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดเบามาก

อยากบอกว่าเป็นของดี แต่ความที่คนคิดเอาไปคิดเพื่อแสวงหาตำแหน่งเลยเสนอแบบตามใจ อภิรักษ์ที่อยากเป็นผู้ว่า เลือกอยากโชว์เสียใจกลางเมือง มันเลยกลายเป็น BRT ที่อยู่ผิดที่ผิดทาง แล้ววันหนึ่งเกิดปัญหาใช้การไม่ได้อย่างที่เขาใช้กัน ก็กลายเป็นสรุปว่า BRT ใช้การไม่ได้

อยากชี้นำให้เห็นว่าลองนึกดูว่าระบบ BRT ที่เอามาแสดงกันเขาวางเส้นทางที่ใช้งานมีการจราจรในรูปแน่ติดขัดแบบเมืองไทยมั๊ย แต่เราเวลาดูรูปที่เขาเอามาแสดงหาเสียงกันดันมองแต่ตัวรถ เลยถูกพวกนักการเมืองสร้างภาพ นักแสวงหาตำแหน่งที่ไม่รู้จริง หลอกให้เสียเวลากันไปเรื่อยๆ

สุดท้ายอย่าโทษนักการเมืองที่สัญญาแล้วทำไม่ได้ แต่โทษตัวเองดีกว่า ว่ารู้ไม่ทันนักการเมือง แต่เราหลอกตัวเองว่าเรารู้ทันนักการเมืองพวกนั้น

ความคิดเห็นที่ 6

เส้นทาง BRT เส้นต่อไป ควรเป็นทางยกระดับ ซึ่งจะทำควบคุมเวลาเดินทางได้แน่นอนกว่า เดินทางได้รวดเร็วกว่า ค่าก่อสร้า่งทางยกระดับในปัจจุบันก็ไม่สูงมาก และถูกกว่าค่าก่อสร้างทางของรถไฟฟ้าหลายเท่า นอกจากนั้นรถ BRT ก็จะไม่ไปแย่งช่องจราจรของรถทั่วไป ซึ่งมีน้อยอยู่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 5

เห็นด้วยกับโครงการรถ BTR .... แต่ขอดักคอคนพรรคประชาธิปัตย์ ..... ไม่เห็นด้วยกับการผลาญงบเงินซื้อรถสเปกสูงเกินความจำเป็นมาใช้ ..... เพราะรถขับเร็วในกรุงเทพไม่ได้ ควรใช้รถปรับอากาศธรรมดาคันไม่เกิน 3 ล้านบาทก็หรูแล้ว ...... คนประชาธิปัตย์ต้องสำนึกให้มากกว่านี้ ...... อย่าได้วางสเปกสูงเกินความจำเป็นเพื่อล็อกสเปคให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ....... หรือผลาญเงินหลวงเพื่อกินเปอร์เซ็นเยอะๆ

ความคิดเห็นที่ 4

อย่างไรก็อยากให้รีบทำให้สำเร็จและรีบเปิดใช้งานเร็ว ๆ ส่วนเรื่องคอร์รับชั่น ก็ไปจัดการกันทีหลัง โครงการต้องไปต่อครับ เนื่องจากเส้นนี้ไม่ค่อยมีรถเมล์วิ่ง ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 3

ลงทุนทำมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงก็ต้องเปิดใช้แล้วหละ ส่วนคอร์รับชั่นก็ไปตามบี้เอาทีหลัง

ความคิดเห็นที่ 2

ส่วนไอเหียหม่อม * ดอด พานักข่าว ไปนอน ไปแดรกหรู ที่พูลวิลล่า เดือนก่อน นี่ * ยังไม่พอใจใช่ไม๊ * เอาเงิน ประชาชน ไปถลุง พานักข่าวไปเที่ยวเล่น ให้เขียนข่าว อวย * * ยังไม่พอใจใช่ไม๊ จะมาสานต่อโครงการจังไร นี่อีก

ความคิดเห็นที่ 1

เหอๆ ปชป พรรคแมงสาบ ได้โอกาสมา แทนที่รีบกำจัด ไอพวกพรรคเหีย ทรท เสือก จะรีบ หาเรื่องแดรก พวก * นี่มันฟรายยยย จริงๆ พระรามสาม นราธิวาส รถมันวื่งของมันดีดี จะติดบรรลัย ก็เพราะไอ BRT ริยำ นี่แหละ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement