กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 16:34

สินค้าอาหาร-ของใช้ ตั้งรับกฎหมายลดโลกร้อนสหรัฐ

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ผู้ผลิตสินค้าตั้งรับกฎหมายลดโลกร้อนของสหรัฐ เข้าคิวติดฉลากคาร์บอนและคาร์บอนฟรุตพริ้นซ์ ชี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าในครัวเรือนและใช้ในชีวิตประจำวัน

นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์   ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์ การมหาชน)   กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   (ทส.) เปิดเผยว่า   หลังจากประเทศสหรัฐอเมริกาในยุคของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน ได้แสดงท่าทีและเจตนารมย์ที่จะลดปัญหาโลกร้อน ภายใต้พิธีสารเกียวโต   ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   ในระยะแรกที่จะสิ้น สุดลงในปี 2555  

หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับที่ 1 ของโลกยังไม่ยอมให้สัตยาบันในพิธีสารเกียวโต   แต่ล่าสุดปรากฎว่าทางสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐได้ผ่านร่างกฎหมาย   American Clean Energy and Security Act of 2009 ( ACES 2009 ) ซึ่งแม้ขณะนี้จะยังไม่ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาก็ตาม

เนื้อหาหลักของกฎหมายดังกล่าว ตั้งเป้าหมายที่จะลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้   17% จากระดับการปลดปล่อยในปี 2548   และ 80% ในปี 2593 พร้อมกับกลไกต่างๆ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ใช้พลังงานหมุนเวียน การประหยัดพลังงานไฟฟ้า การพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า การส่งเสริมกองทุนปลูกป่าดูดซับคาร์บอน

นายศิริธัญญ์   กล่าวว่า   โดยเฉพาะหนึ่งในกลไกที่จะคาดว่าจะสหรัฐฯ จะผลักดันออกมาเป็นกฎหมายลูกของ   ACES 2009   และจะเกี่ยวข้องกับการส่งออกนำเข้าสินค้าของไทยโดยตรงก็คือ   Cap-and-Trade Program   เนื่อง จากจะมีการกำหนดปริมาณอนุญาติการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยให้ค้าขายปริมาณอนุญาตได้   รวมทั้งการเก็บภาษีคาร์บอนสำหรับสินค้านำเข้า ที่ต้องผ่านการรับรองก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยหรือลดจากการผลิตสินค้า หรือเรียกว่าฉลากคาร์บอน และคาร์บอนฟุตพริ้นซ์นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แต่ขณะนี้ไทย เป็นชาติแรกในเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ ที่นำร่องกำหนดให้ผู้ประกอบการที่สนใจลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต   10% - 30% ให้ติดฉลากคาร์บอน ปัจจุบันมีการอนุมัติฉลากคาร์บอนรวม 9 ราย จำนวน 33 ผลิตภัณฑ์แล้ว   ส่วนโครงการคาร์บอนฟุตพริ้นซ์   ถือเป็นการตั้งรับการส่งออกสินค้าโดยตรง ปัจจุบันได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ   ทำการประเมินวงจรชีวิตว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจก นำร่องสินค้า   25 รายการ จะศึกษาแล้วเสร็จปลายปีนี้

“แม้ว่ากฎหมายลูกของสหรัฐที่เตรียมจะออกมาบังคับให้ต้องควบคุมสินค้า ที่ต้องแสดงฉลากคาร์บอน และคาร์บอนฟรุตพริ้นก็ตาม แต่ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีว่า หลังพิธีสารเกียวโต ระยะแรกสิ้นสุดลงในปี 2555   และ อยู่ระหว่างกระบวนการเจรจาระหว่างประเทศอย่างเข้มข้นก่อนการประชุมอนุสัญญาฯ ที่กรุงโคเปญเฮเกน ประ เทศเดนมาร์กในปลายนี้ จะส่งผลให้ตลาดค้าขายคาร์บอนเครดิตจะยังคงมีอยู่ และคึกคักมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากความชัดเจนของสหรัฐ ที่อาจเข้าร่วมกับข้อตกลงใหม่ และสหรัฐจะกลายเป็นผู้ซื้อรายใหม่และรายใหญ่ที่สุดนั่นเอง  

อย่างไรก็ตาม   สำหรับไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก   เป็นอันดับที่ 25 ของโลก   มีอัตราการปล่อยก๊าซ   344 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี คิดเป็น 0.7%   แต่ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมให้เอกชนเข้าร่วมโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด รวม 82 โครงการและขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของสหประชาชาติแล้ว สามารถลดก๊าซเรือนกระจก   5 ล้านตันคาร์บอนฯ มูลค่า 3 , 000 ล้านบาท ” นายศิริธัญญ์ กล่าว

ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก   กล่าวอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าภาคเอกชนผู้ผลิตสินค้า ที่ขยับตัวเข้าร่วมลดโลกร้อนส่วนใหญ่เป็นสินค้าใกล้ตัว และอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ซึ่งกรณีของสินค้า   25 รายการที่กำลังประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เช่น เนื้อไก่สด ไก่ย่างเทอริยากิ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ม่าม่า ข้าวหอมมะลิ อาหารบริการลูกค้าสายการบินของ บริษัท การบินไทย มหาชน จำกัด หรือเครื่องดื่มโคคาโคล่ากระป๋อง น้ำผลไม้    รวมทั้ง ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า    สินค้ายางรถยนต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ในส่วนของภาคการขนส่ง โดยเฉพาะองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณารถยนต์เอ็นจีวี 4 , 000 คันที่จะนำเข้าใช้ในระบบขนส่ง ก็ให้ความสนใจที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้ก๊าซเอ็นจีวี ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย

Tags : ฉลากคาร์บอน คาร์บอนฟรุตพริ้นซ์

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement