กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 4 กรกฎาคม 2552 08:39

บลู คอมเพล็กซ์ ยึด MRT-BTS หนุนเอสเอ็มอีบูม

บลู คอมเพล็กซ์ เผยจัดงบลงทุนกว่า 40 ล้าน พัฒนาโครงการบลู คอมเพล็กซ์ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจตุจักร จำลองงานแสดงสินค้าเอสเอ็มอี เจาะกลุ่มคนทำงาน

นายประพล มิลินทจินดา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้จัดสรรงบลงทุนกว่า 40 ล้านบาท ในการพัฒนาโครงการบลู คอมเพล็กซ์ (Blue Complex) ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจตุจักร พื้นที่ขายรวม 591 ตร.ม. ผู้ประกอบการ 17 คูหา และมีพื้นที่กิจกรรมอีก 424 ตร.ม. ในคอนเซปต์ของการจำลองการจัดงานแสดงสินค้าขนาดย่อมบนพื้นที่จำหน่ายแบบถาวร มีสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

เพื่อเจาะลูกค้าเป้าหมายหลัก กลุ่มคนทำงาน อายุ 22-55 ปี รายได้ตั้งแต่ 6,000 บาทขึ้นไป หรือประชาชนที่เข้ามาใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งมีผู้ใช้บริการหมุนเวียน  2.3-2.5 แสนคนต่อวัน

คาดว่า ช่วงแรกลูกค้าของบลู คอมเพล็กซ์ เป็นสัดส่วนจากผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน 70% อีก 30% เป็นลูกค้าทั่วไปจากภายนอก และจะปรับสัดส่วนเป็น 50% เท่ากันในอนาคต

บลู คอมเพล็กซ์ อยู่ภายใต้โครงการ “ฟ้าสดใส คนไทยยิ้มได้” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รวบรวมสินค้าในโครงการธงฟ้าราคาประหยัด งานแสดงสินค้าต่างๆ อาทิ เมดอินไทยแลนด์ ในรูปแบบการย่อขนาดการจัดงาน คัดเลือกเฉพาะสินค้าพื้นฐาน รองรับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยการเปิดบริการสาขาแรกนำร่อง ระยะเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่ 11 ก.ค. เป็นต้นไป คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

"รถไฟฟ้าใต้ดินจตุจักรเชื่อมโยงกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส มีผู้ใช้บริการหมุนเวียนกว่า 8 แสนคนต่อวัน เป็นทำเลที่มีศักยภาพ ยิ่งวันเสาร์-อาทิตย์ ผู้คนหลั่งไหลมาสวนนัดจตุจักรทำให้เรามองเห็นโอกาสทำตลาด เพราะบริเวณรถไฟฟ้าใต้ดินจตุจักร ยังมีพื้นที่การค้าที่ว่างอยู่มาก ทั้งจากพื้นที่ที่ผู้เช่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไป และพื้นที่ว่างเปล่าที่ยังไม่เคยใช้ประโยชน์มาก่อน" นายประพลกล่าว

ทั้งนี้ จะมีการประเมินผลจากโครงการนำร่องก่อนพิจารณาขยายโครงการดังกล่าวในทำเลอื่นๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยอิงไปกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งหากเศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่โครงการดังกล่าวอาจไม่จำเป็นต้องขยายผลต่อไป เพราะสินค้าที่เป็นจุดขายหลักเน้นสินค้านำมาลดราคา อาจจะขัดต่อกลไกการตลาดในภาวะปกติ อย่างไรก็ตามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีศักยภาพในการเปิดบริการบลู คอมเพล็กซ์ อาทิ สถานีลาดพร้าว รวมทั้ง บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอส 

สำหรับคอนเซปต์ร้านบลู คอมเพล็กซ์ ประกอบด้วยโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มีการออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพของธุรกิจและบริการขนาดย่อม มีสินค้าและบริการกว่า 1,000 ชนิด หมุนเวียนเข้ามาจัดโปรโมชั่น แบ่งเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค 80% ในราคาลดลงเฉลี่ย 30% นอกจากนี้จะมีโซนเซอร์วิส ช่วงแรกจะมีธุรกิจเปิดให้บริการ เช่น สปา ในอนาคตจะขยายสู่กลุ่มธนาคาร สถาบันการเงิน

Tags : บลู คอมเพล็กซ์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4

***ไม่รู้ว่าดูหนังมากหรือเปล่าแต่เห็นเขามักจะพูดกันแนวนี้อ่ะครับในเรื่องของมหภาคที่ใหญ่ๆ และอยากจะตรวจสอบก็ขอดูแผนกบัญชีหรือการจัดการอีกที่อย่างที่เคยเห็นผ่านๆก็พอจะจับแนวว่างบใหญ่ก็ชลประทานอัน2ก็โลจิสติก แต่ถ้าดูในกระดาษรายงานคนไทยไม่อยากรู้กันแน่ว่าอะไรคืออะไรยาวเยียดเลย345678ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรบ้างแต่มีกลิ่นคอรัปชั้นตะหงิดตะหงิดชัวส์ ปีนี้อย่างไงก็ติดอันดับคอรัปชั้นที่10กว่าขึ้นก็ยังดีนะครับที่แล้วมา1/2/3 ทั้งนั้นเลยถ้าเป็นรางวัลก็เกียรตนิยมคอรัปชั้นยอดเยี่ยมของโลกล่ะครับเฮอเฮอเขายกย่องกันมาตลอด

ความคิดเห็นที่ 3

***งานที่ได้จากโลจิสติกก็คงหนีไม่พ้นดัดแปลงซ่อมบำรุงเครื่องยนต์และการขนถ่ายที่ต้องไวและการจัดการระบบที่แน่นอนเหตุที่รถบรรทุกทำไม่ได้ก็คือไหนต้นทุนซื้อรถหาคนและผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนกับกิจการสักอย่างและการเดินทางไม่เป็นเวลาเหมือนกันอีกด้วยแต่โลจิสทำได้เพราะเป็นทั้งเส้นทางส่วนตัวและส่วนรวมเหตุที่รัฐบาลเสี่ยหนุนรถมากเกินไปก็คงเป็นการเอาแผนการตลาดาจากตะวันตกทั้งนั้นดูก็รู้ว่าก๊อปปี๊เขามาด้วยงานส่วนใหญ่เป็นระบบแชร์ทุกรายการตัวอย่างการศึกษาก็ยังได้เคยถามครูวุฒิ ป.ตรีว่าทำไมต้องเรียน ป.โทต่อเขาก็บอกว่าความรู้ในตำราที่ ป.เอกที่เมืองนอกไม่มีที่สิ้นสุดและได้เงินเดือนเพิ่มอีก2000มั้งครับและถามต่อว่าแล้วค่าใช้จ่ายเท่าไร2แสนครับระยะเวลาเรียน2ปีกว่าจะได้เพิ่มไหนจะค่ารถค่าเดินทางอีกไม่ใช่2แสนแหงๆนี่ก็เป็นส่วน1ในการดำเนินการตลาดแชร์ลูกโซ่เหมือนกันเพราะเรียนสูงๆจะมีคนค้ำประกันก็คือคนเรียนสูงด้วยกันแต่ถ้าคนเรียนสูงคนไหนหางานหรือบริษัทให้ลงทำงานไม่ได้คิดง่ายๆเอาเงินค่าเรียนมาเสร็จแล้วก็บอกประสบปัญหาเศรษฐกิจโลกไปเป็นอันจบการเรียนการสอน เคยเห็นคนทำงานที่เรียนสูงๆพูดภาษาไทยปนฝรั่งที่จริงตรงนั้นดูอินเตอร์มีความรู้ดีแต่อีกใจก็เป็นห่วงดูก็รู้ว่าตกงานมาจากเมืองนอกเพราะคนรวยหรือนายทุนไทยส่วนใหญ่ที่จริงในอดีตเขาใช้แค่3อย่างนี้มั้งครับ โชค โอกาส รู้จัก 3อย่างนี้หรือมากกว่านั้นที่เขารวยกันมาได้ส่วนที่ทำงานมักจะพูดปะปนก็ดีครับคนไทยภาษาไทยยังฟังกันไม่ค่อยรู้เรื่องเลยยิ่งมีพูดปนก็พอจะรู้ว่าจบสูงและข้อมูลบางอย่างปกปิดไม่ให้คนไทยส่วนใหญ่ได้รับรู้ คิดแค่ดูง่ายๆเงิน8แสนล้านตรงนั้นข้อมูลตัวเลขยาวเยียดเลยแต่ลองกลับมาคิดดูใหม่หน้าที่ตรงนั้นมันแผนกบัญชีที่เป็นพนักงานแจงตัวเลขมาเพราะการดูภาพรวมในมหภาคถ้าพูดในภาษาที่คนส่วนใหญ่ฟังง่ายและเข้าใจเลยทันทีจะทำให้ยากต่อการโกงกินเพราะต้องทำให้ดูมั่วๆเยอะๆเพื่อที่จะไม่อยากรู้ว่าเงินเอาไปทำอะไรบ้างเพราะมันเป็นเรื่องของภาษาสัญญานิดเดียวเคยดูหนังฝรั่งบ่อยๆการรายงานภาครวมหรือมหภาคเขาจะถามที่ปรึกษาว่าคืออะไรแล้วที่ปรึกษาเขาก็จะอธิบายให้ฟังแบบที่เข้าใจเลยและง่ายเท่านั้นเองส่วนการตรวจสอบก็ต้องไปเอาข้อมูลจากแผนกบัญชีที่พนักงานทำอยู่มาอีกที

ความคิดเห็นที่ 2

***แล้วผังข้อมูลประเทศที่ทำเป็นรูปแบบอนิเมชั้นหรือ3มิติใช้ได้หรือยังอ่ะครับเพราะนั่นก็เป็นส่วน1ที่ญี่ปุ่นจะต้องทำและลงทุนเป็นธนาคารกลางให้อาเชียนมั้งครับเพราะหากทำลองเสนอกัมพูชาในรูปแบบของบัตรประชาชนที่มีเลขหมายและที่สแกนลายนิ้วมือการเดินทางออกจากชายแดนตรงนี้ถ้าทำแบบรถไฟฟ้าก็คือการใส่บัตรประชาชนและเทียบลายนิ้วมือว่าใช่โดยกล้องก็มองเช็คว่าใช่หน้าและนิ้วคนเดียวกันหรือเปล่าเพราะหากชาวกัมพูชาเดินผ่านชายแดนเพื่อมาซื้อของการจะไม่กลับที่เดิมเพื่อตรวจสินค้าจากรัฐบาลที่นั่นก็จะทราบทันทีว่าหายไป และการตรวจสอบก็แค่ให้คนของรัฐบาลที่นั้นเดินไปดูที่บ้านหรือที่ระบุตามผังขัอมูลประเทศเพราะการตรวจเช็คคนของเขาเองจะง่าย และการที่รัฐบาลกัมพูชามีฐานข้อมูลประเทศล้วการที่ประเทศเขาเองจะเอางบไปลงส่วนไหนนั่นก็เป็นเรื่องที่ผู้นำเขาตัดสินใจเองและก็น่าจะเป็นโลจิสติกที่ทำก็จะดีกับทุกส่วนง่ายต่อการตรวจเช็คและปัญหาการคอรัปชั้นก็จะน้อยและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาก็ง่ายอีกด้วย 2อย่างเท่านั้นเองเพราะทุกๆหน้าเก็บเกี่ยวของเขมรที่ตะวันออกกลางเช่าที่เกษตร การขนถ่ายผลผลิตก็ต้องมีปัญหาเรื่องรถบรรทุกและโดยสารและการตรวจเช็ค ส่วนกำไรถึงจะไม่เยอะมากมายแต่ก็กินใจมั้งครับเพราะอยู่นานและเป็นที่น่าขอคำปรึกษาอีกด้วยและหากรายได้เพิ่มขึ้นสินค้าอื่นๆก็จะเข้ามาเอง

ความคิดเห็นที่ 1

***มีความรู้สึกว่าธนาคารประเทศไทยมีหุ้นส่วนหลายประเทศจังส่วน1ก็เป็นสถาบันและอีกส่วนก็เป็นจากญี่ปุ่นมั้งครับเพราะดูจาก SMEที่ธนาคารหนุนแต่นั่นก็เป็นส่วนดีเพราะญี่ปุ่นเกิดเหตุการ์ณต่างๆก็ไม่ถอนทุนหนีไปไหนดีอยู่ร่วมถังแตกด้วยกันเช็คเอาจาก10ปีที่แล้วต่างชาติคนไหนอยู่ร่วมวงถังแตกก็มิตรที่ดีและเมื่อปีที่แล้วอีกร่วมวงถังแตกไปด้วยก็น่าสนับสนุนอยู่อ่ะครับเพราะหากด้วยการดำเนินธุรกิจที่ผิดพลาดจากผลงานในเมื่อ10ปีที่แล้วเกิดผลกระทบแค่ไหนก็ไม่หนีหายนั่นก็เป็นส่วนดี

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Video

advertisement

advertisement