กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 10:07

คาดศก.ไทยครึ่งปีหลัง หดตัวน้อยกว่าครึ่งแรก

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังหดตัวน้อยกว่าช่วงครึ่งแรก แต่ยังคงเผชิญความเสี่ยง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดผลวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2552 ว่าจะหดตัวร้อยละ 0.7-3.6 ปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะติดลบร้อยละ 6.3 โดยคาดว่าจีดีพีในไตรมาสที่ 3/2552 จะหดตัวร้อยละ 4.2-5.0

ขณะที่ในไตรมาสที่ 4/2552 อาจอยู่ในช่วงหดตัวร้อยละ 2.3 ถึงขยายตัวร้อยละ 2.9 ส่งผลให้จีดีพีตลอดทั้งปี 2552 ปรับขึ้นมาเป็นหดตัวร้อยละ 3.5-5.0 จากเดิมคาดการณ์ว่าจะหดตัวร้อยละ 3.5-6.0 โดยกรอบล่างของประมาณการอยู่ภายใต้สมมติฐานกรณีเลวร้ายที่เศรษฐกิจโลกอาจยังคงฟื้นตัวได้ล่าช้า และความไม่แน่นอนทางการเมืองจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของรัฐบาล

โดยคาดว่า การบริโภคของภาคครัวเรือนจะหดตัวร้อยละ 1.7-2.1 การลงทุนหดตัวร้อยละ 9.0-10.0 การส่งออกหดตัวร้อยละ 14.5-19.0 ขณะที่การนำเข้าหดตัวลงร้อยละ 23.5-28.5 ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูงขึ้นมาที่ 16,000-16,500 ล้านดอลลาร์ฯ

สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2552 คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยจากดัชนีความเป็นไปได้ของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ (Probability Index for Economic Recovery) ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จัดทำขึ้นนั้น พบว่าโอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะ 3 เดือนข้างหน้า (เดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2552) เพิ่มขึ้นมาที่เฉลี่ยร้อยละ 63 จากจุดต่ำสุดที่ระดับร้อยละ 19 เมื่อเดือนมีนาคม

โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีปัจจัยบวกมากขึ้นกว่าที่เคยประเมินไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศชั้นนำหลายประเทศมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม รวมทั้งอัตราการว่างงานในประเทศแม้ว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนแต่ก็ไม่รุนแรงเท่ากับที่เคยหวั่นเกรงกัน

ขณะเดียวกัน ความกังวลต่อสถานะการคลังของรัฐบาลลดน้อยลง หลังจากพ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ เป็นวงเงิน 400,000 ล้านบาทได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เปิดทางให้รัฐบาลมีเงินทุนเพียงพอสำหรับใช้จ่ายในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 รวมทั้งการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในเดือนพฤษภาคมเริ่มกลับมาสูงกว่าเป้าหมายเป็นครั้งแรกในรอบปีงบประมาณปัจจุบัน โดยในไตรมาสที่ 3/2552 น่าจะมีการเบิกจ่ายงบกลางปีในส่วนที่เหลืออยู่ และเริ่มมีโครงการลงทุนภายใต้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 จำนวนหนึ่งในไตรมาสที่ 4/2552 ซึ่งถ้าดำเนินการได้จริงก็จะทำให้มีการกระจายการลงทุนและมีเงินหมุนเวียนลงไปยังท้องถิ่นได้ ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้ระดับความเสี่ยงภายใต้สมมติฐานประมาณการเศรษฐกิจในกรณีเลวร้ายที่สุด ลดลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะยังคงเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ความรุนแรงของการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ สถานการณ์การเมืองในประเทศและเสถียรภาพของรัฐบาล ปัญหาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคซึ่งจะมีผลต่อราคาน้ำมัน ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในอีกด้านหนึ่งก็อาจเป็นตัวเร่งเงินเฟ้อ หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นรวดเร็วกว่าอุปสงค์ที่แท้จริง นอกจากนี้ ภาคการส่งออกอาจได้รับแรงกดดันจากทิศทางค่าเงินบาท ซึ่งอาจยังคงมีแรงหนุนให้อยู่ในระดับที่แข็งค่า เนื่องจากไทยยังมีแนวโน้มเกินดุลบัญชีเดินสะพัดและมีแนวโน้มเงินทุนไหลเข้าในช่วงครึ่งปีหลัง 

Tags : เศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement