กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 15:53

นครหลวงไทยชี้ GDPปีหน้า แนวโน้มเป็นบวก1.75%

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

สถาบันวิจัยนครหลวงไทยประเมินเศรษฐกิจไทยปี2553 มีโอกาสขยับเป็นบวกได้เล็กน้อย ผลจากแผนไทยเข้มแข็งต่อเนื่องถึงปีหน้า ดันGPDกระเตื้องขึ้น1.75%

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย (SCRI) ประเมินแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน มิ.ย. 2552 ยังคงเป็นการปรับหดตัวลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคอุปสงค์ในประเทศ แต่เมื่อเทียบเป็นรายเดือนถือได้ว่ามีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับระดับในเดือนก่อนหน้า

โดย SCRI ประเมิน ทิศทางของเศรษฐกิจไทยในช่วงเดือน มิ.ย. 2552 คาดว่าภาพโดยรวมน่าจะยังคงเป็นการทรงตัวจากระดับในเดือน พ.ค. เท่านั้น โดยถ้ามองถึงในด้านของการบริโภคภาคเอกชนในประเทศ ถือได้ว่าภาพโดยรวมยังคงค่อนข้างที่จะมีความผันผวนสูง ซึ่ง SCRI มองว่าจากปัจจัยลบทางด้านปัญหาทางการเมือง รวมไปถึงในด้านของระดับความเชื่อมั่นของประชาชนที่ตกต่ำลง ยังคงจะส่งผลกดดันให้ทิศทางของระดับการใช้จ่ายในประเทศ ให้ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ซึ่งถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนในระยะสั้นเข้ามาช่วยแล้วก็ตาม ซึ่งจะสังเกตได้จากยอดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในช่วงเดือน พ.ค. 2552 ที่ปรับเพิ่มจากระดับในเดือนก่อนหน้าได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2552 ยังคงจะเป็นการหดตัวลงต่อเนื่องก่อนที่จะมีโอกาสปรับขยายตัวเป็นบวกได้เล็กน้อยในช่วง Q4/52 ภาวะเศรษฐกิจของไทยในช่วง Q1-Q3 ของปี 2552 SCRI ประเมินว่ายังคงมีปัจจัยลบหลักๆมาจากการชะลอตัวลงของภาคอุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะในด้านของการลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงมีการหดตัวลงอย่างต่อเนื่องตามทิศทางของเสถียรภาพทางการเมืองที่ยังคงมีความเปราะบางอยู่สูง รวมไปถึงการฟื้นตัวของภาคการส่งออกที่ยังคงไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนมากนัก ซึ่งโดยรวมส่งผลให้ผู้ประกอบการ รวมไปถึงผู้ผลิต ต่างขาดความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งส่งผลถึงการตัดสินใจชะลอการลงทุนในโครงการใหม่ๆลง เพื่อดูสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน

ในขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ที่หวังว่าจะช่วยให้ภาพรวมของเศรษฐกิจมีการฟื้นตัว ผ่านทางปริมาณการใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยรวมแล้วก็ค่อนข้างที่จะส่งผลบวกได้น้อยกับภาพรวมทางเศรษฐกิจ

ทำให้โดยรวมแล้ว SCRI จึงยังคงมองภาพรวมเศรษฐกิจในช่วง Q1-Q3 ของปี 2552  ภาพโดยรวมยังคงมีโอกาสสูงที่จะเป็นการหดตัวลงจากระดับในปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน

ในขณะที่ SCRI ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มมีการกลับมาฟื้นตัวได้เล็กน้อยในช่วง Q4/52  จากปัจจัยในด้านของฐานที่ต่ำในช่วงปีก่อนหน้า และรวมไปถึงการคาดการณ์ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเริ่มคลี่คลาย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ภาพรวมของภาคการส่งออกของไทย มีโอกาสที่จะฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

โดยสรุป SCRI ยังคงประมาณการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของไทย (GDP) ในปี 2552 อยู่ที่ระดับโดยเฉลี่ยประมาณ -4.1% ชะลอจากระดับในปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน ขณะที่ให้กรอบของการหดตัวลงของ GDP อยู่ที่ระดับ -5.1% ถึง -3.0% โดยที่ SCRI มองว่าปัจจัยลบจากการหดตัวลงของภาคอุปสงค์ ทั้งในด้านของระดับการบริโภคและการลงทุน  ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ส่งผลให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจในระยะสั้นยังคงไม่ส่งสัญญาณในการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากนัก โดยนอกจากนั้นแล้ว SCRI มองว่าปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงต่อไป ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ความต่อเนื่องของการใช้จ่ายภาครัฐ และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งโดยรวมอาจจะส่งผลให้ภาพรวมของเศรษฐกิจมีโอกาสที่จะปรับแย่ลงกว่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ก็เป็นได้

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2553 คาดว่าแนวโน้มกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้เล็กน้อย โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)ขยายตัว 1.75% โดย SCRI มองว่าแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2553 น่าจะเริ่มเข้าสู่ระดับที่ถือได้ว่ามีเสถียรภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับในปี 2552 เนื่องจากภาพโดยรวมของภาคการค้าของโลกจะเป็นการกลับเข้าอยู่ในระดับเสถียรภาพ ซึ่งจะช่วยหนุนให้ทิศทางของภาคการส่งออกของไทย จะมีการขยายตัวได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อเทียบกับในปีก่อนหน้า ซึ่งโดยรวมจะส่งผลสืบเนื่องไปสู่ทิศทางของภาคอุปสงค์ในประเทศ ให้มีโอกาสที่จะขยายตัวกลับเข้าสู่ในระดับปกติ โดยเฉพาะในด้านของการลงทุนภาคเอกชน ที่มีการหดตัวลงอย่างรุนแรง และนอกจากนั้นแล้วยังรวมไปถึงปัจจัยบวกจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปี 2552 – 2553 ตามแผนปฏิบัติการ “ไทยเข้มแข็ง” ที่ประเมินว่าจะเริ่มมีการใช้จ่ายได้ตั้งแต่ในช่วง Q4/52 เป็นต้นไป ซึ่งทำให้ในเบื้องต้นแล้ว SCRI ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2553 ตัวเลข GDP จะขยายตัวเป็นบวกได้ต่อเนื่องโดยตลอดทั้งปี แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าในภาพรวมจะสามารถขยายตัวอยู่ในระดับประมาณ 0.5-2.5% เท่านั้น เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานในประเทศ อย่างในด้านของปัญหาการเมืองยังคงกดดันบรรยากาศโดยรวมอยู่

Tags : สถาบันวิจัยนครหลวงไทย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

เงินฝืด มาแน่นอน ฝันร้ายของนักเศรษฐศาสตร์ ทั่วโลก คนซื้อไม่อยากซื้อ คนขายก็ไม่อยากขาย .... ก็คิดดูเองละกันว่าเงินหายไปจากระบบประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาทต่อปี ย้ำว่า "ต่อปี" ยิ่งนานก็ยิ่งฝืด กระตุ้นด้วยเงิน 1.5 ล้าน ล้านในระยะ 3 ปี ไม่ช่วยเท่าไรหรอก ว่ากันตามตัวเลข

ความคิดเห็นที่ 1

เงินฝืดมาแน่นอน แล้วจ้า ทางแก้คือ อย่าโกหกตัวเอง โกหกประชาชน ฝืดมาก ๆ ด้วย ไม่เชื่อ คอยดูกันอีก 8 เดือนข้างหน้า สาหัส ๆ รับรอง คนไทนต้องประหยัด

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Video

advertisement

advertisement