กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 29 มิถุนายน 2552 00:09

ทีดีอาร์ไอ เปิดผลศึกษาจำนำข้าว ชาวนายากจนไม่ได้ประโยชน์

เปิดผลศึกษา ทีดีอาร์ไอ ระบุโครงการรับจำนำข้าว ผลประโยชน์ตกกับชาวนาเพียง 40.2% หน่ำซ้ำชาวนาในส่วนที่ยากจนที่สุดในภาคอีสานยังเข้าไม่ถึง

มติครม.ที่กำหนดให้วันที่ 5 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันข้าวและวันชาวนาแห่งชาติ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับชาวนา กระบอกเสียงใหญ่ของนักการเมือง ต้องไม่ลืมว่า ไทยยังเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวหัวแถวของโลก

ด้วยความสำคัญที่ว่านี้ ทำให้ข้าวถูกนำมาใช้เป็น "สินค้าการเมือง" ผ่านโครงการรับจำนำ ที่มักจะกำหนดราคารับจำนำข้าวไว้สูงกว่าราคาตลาด นอกจากจะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดแล้ว ยังทำให้รัฐบาลขาดทุนซ้ำซากเป็นหนี้ธกส.กว่าแสนล้านบาทในปัจจุบัน จากภาวะซื้อแพง-ขายถูก กลายเป็นเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลนำโดยพรรคประชาธิปปัตย์ตัดสินใจล้มประมูลข้าว 2.6 ล้านตันในช่วงที่ผ่านมา สุ่มเสี่ยงต่อการนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง กระทบเสถียรภาพของรัฐบาล

การเปลี่ยนรูปแบบจากการจำนำข้าว เป็นการ "ประกันราคา" ที่คาดหวังกันว่าจะเป็นทางเลือก-ทางรอดของการแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อทำเข้าจริงๆแล้ว จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่ 

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า จากการศึกษาของทีดีอาร์ไอ พบว่าโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งชาวนาน่าจะได้รับผลประโยชน์ไปแบบเต็มๆนั้น แท้ที่จริงผลประโยชน์จากโครงการนี้ตกอยู่กับชาวนาเพียง 40.2%

ที่สำคัญยังเป็นชาวนาในเขตชลประทานภาคกลาง/เหนือตอนล่างที่มีฐานะดี ที่ได้รับประโยชน์มากถึง 35% ยังถือเป็นกลุ่มคนรวยที่สุด 20% แรกของครัวเรือนไทย

ขณะที่ชาวนาที่จนที่สุดได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เพียง 4.6% เท่านั้น เนื่องจากเป็นชาวนาที่อยู่ในภาคอีสาน ซึ่งไม่มีข้าวส่วนเกินเหลือขาย ส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตเพื่อบริโภคเอง

ผลประโยชน์ส่วนที่เหลือตกแก่โรงสี 13.5%  โกดังเก็บข้าว 4.4% ผู้ส่งออก มากถึง 23.7% หน่วยราชการ 14.5% และเงินรั่วไหลสูญเปล่าไป 3.6%

เมื่อข้าวส่วนใหญ่อยู่ในมือรัฐบาล สถานะของรัฐจึงไม่ต่างกับการเป็น "ผู้ค้าข้าวรายใหญ่"  เช่น ปริมาณข้าวนาปรังปี 2552 เข้าโครงการภาครัฐถึง 6 ล้านตัน จากผลผลิตทั้งประเทศที่ 7.7 ล้านตัน

ผลศึกษายังพบว่า รายรับ-รายจ่ายตัวเงินของโครงการ ณ 31 มีนาคม 2552  พบว่า รัฐต้องมีค่าใช้จ่ายในโครงการรับจำนำกว่า 50,000 ล้านบาท แต่กลับมีรายได้จากการขายข้าวเพียง 32,000 ล้านบาท (แบ่งเป็นรายได้จากการขายข้าวเปลือก 72,000 ล้านบาท และข้าวสารมูลค่า 25,420 ล้านบาท) ส่งผลให้รัฐขาดทุนจากการดำเนินการมากถึง 18,000 ล้านบาท จากการประกันราคาข้าวที่สูงกว่าตลาด แต่กลับนำมาประมูลขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด

เฉลี่ยแล้วรัฐขาดทุนจากการดำเนินการ ตันละ 3,093 บาทต่อตัน จากการรับจำนำที่ต้นทุนตันละ 9,393 บาท ส่งผลให้มีเงินคืนกลับเข้ารัฐเหลือเพียงตันละ 6,200 บาท เท่านั้น

ในจำนวนนี้ ยังไม่รวมเงินกู้ที่กู้มาจากธกส.ที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อนำมาใช้ดำเนินการต่างๆ ที่ไม่นำมาคิดมูลค่าในปัจจุบัน ประกอบด้วย เงินให้กู้จำนำยุ้งฉาง 11.62  ล้านบาท เงินให้กู้จำนำใบประทวน 33.17 ล้านบาท การดำเนินงานธกส. 2.35 ล้านบาท การดำเนินงานองค์การคลังสินค้า(อคส.) 1.23 ล้านบาท ค่าจ้างสีข้าว/ขนส่ง 2.32 ล้านบาท และอื่นๆ เช่น จดทะเบียนประชาสัมพันธ์ 0.059 ล้านบาท 

ดร.นิพนธ์ ยังระบุว่า นโยบายจำนำข้าวยังกระทบไปถึงความสามารถในการ "ส่งออก" ของไทย เพราะราคารับจำนำที่บิดเบือนทำให้ราคาข้าวไทยแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ในช่วงต้นฤดูกาลผลิตจึงต้องปล่อยให้เวียดนามส่งออกข้าวไปให้หมดก่อน ค่อยถึงคิวข้าวไทย

ขณะเดียวกัน คุณภาพข้าวของไทยก็ลดต่ำลง เพราะชาวนาปลูกข้าวโดยเน้นเพียงปริมาณ มากกว่าคุณภาพ เพราะหวังขายข้าวให้กับโครงการรับจำนำ

ดังนั้น โครงการรับจำนำข้าว จึงถือเป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้ข้าวไทยคุณภาพต่ำลง

การจำนำยังเป็นวิธีสิ้นเปลืองที่สุดในการช่วยเหลือชาวนา และชาวนาส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลประโยชน์ และยังทำให้เอกชนถลุงทรัพยากรเพื่อใช้วิ่งเต้นให้เข้ามาแบ่งค่าเช่าจากโครงการ

กลายเป็นบ่อเกิดของช่องทางการทุจริตอย่างเป็นกระบวนการ แถมยังเป็นเรื่องยากที่รัฐจะเข้าไปดำเนินการ เริ่มจากการที่ชาวนาจดทะเบียนพื้นที่เพาะปลูกเกินจริง มีการสวมสิทธินำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาจำนำ ขณะที่โรงสีก็เห็นช่องทางสวมสิทธิเป็นชาวนาก่อนจะลักลอบขายข้าวให้รัฐ

นอกจากนี้ ยังมีความเสียหายที่เกิดจากการที่โรงสีแสวงหากำไรจากการโกงส่วนต่างความชื้นและน้ำหนัก รวมถึงการวิ่งเต้นไปจำนำข้าวข้ามเขต ขณะที่กลุ่มโกดังรับฝากข้าวก็สามารถเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะกับเซอร์เวย์เยอร์ (ผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว) และนำข้าวมาลักลอบขาย

ผู้ส่งออกยังเห็นช่องทางซื้อข้าวราคาต่ำ โดยรวมตัวกันฮั้วประมูลเพื่อกดราคาซื้อข้าวจากภาครัฐ รวมไปถึงการวิ่งเต้นเปลี่ยนเงื่อนไขการประมูล หรือ ทิ้งสัญญาประมูล

ขณะที่นักการเมือง ก็รู้เห็นเป็นใจเปิดช่องให้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข หรือถอนรายชื่อผู้ส่งออกออกจากบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) รวมถึงอนุมัติให้จำนำข้ามเขต โดยการตกลงขายข้าวราคาถูกก่อนหน้านั้น รวมไปถึงข้าราชการก็รู้เห็นเป็นใจในกระบวนการดังกล่าว ไม่ว่าจะยินดีหรือฝืนใจ ก็ตามที

กลายเป็น Political Corruption บ่มเพาะการทุจริตในทุกระดับของการผลิตและค้าข้าว

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการรับจำนำจะมีผลเสียนานัปการ แต่รัฐบาลทุกยุคกลับยังใช้นโยบายนี้พยุงราคาสินค้าเกษตร เพราะสามารถเป็นเครื่องมือในการ "หาเสียง" จากเกษตรกรและยังเป็นแหล่งหาเงินแหล่งใหญ่เพื่อนำมาใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า กลายเป็นวงจรอุบาทก์ 

ประกันราคา ใช้เงินต่ำกว่า

ดร.นิพนธ์ ยังกล่าวถึงผลศึกษาโครงการประกันความเสี่ยงราคาข้าวว่า จะมีหลักการเพียงประกันราคา ไม่ใช่การยกระดับราคา เพราะต้องการแก้ไขปัญหาความเสี่ยงจากราคาสินค้าเกษตรที่ผันผวน และชาวนาถูกกดราคารับซื้อ โดยไม่ต้องกังวลว่า เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตจะมีราคาต่ำ

วิธีการดังกล่าว ยังถือเป็นการตัดปัญหาของรัฐที่จะต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการดำเนินการ เพราะระบบการประกันราคา จะเป็นการทำสัญญาระหว่าง ธกส.กับ ชาวนา โดยรัฐมีหน้าที่เพียงจ่ายส่วนต่างระหว่างราคาประกัน กับราคาตลาด นอกจากนี้ยังจะช่วยลดการสวมสิทธินำข้าวประเทศเพื่อนบ้านมาเข้าโครงการรับจำนำ เพราะจะมีการลงทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่เพาะปลูกไว้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ แนวทางการดำเนินงานยังจะ "จำกัดวงเงิน" ให้เกษตกรเข้าร่วมโครงการในวงเงินไม่เกิน 3.5 แสนบาท โดยมีสมมติฐานในการใช้งบประมาณสูงสุดที่ 36,703 ล้านบาท (ต่ำกว่าการใช้งบประมาณจากโครงการรับจำนำข้าว) บนสมมติฐานที่ราคาประกัน ตันละ 8,500 บาท และบนสมมติฐานที่รัฐจะจ่ายค่าเบี้ยประกัน 1,951 บาทต่อตัน

อย่างไรก็ตาม แนวทางการประกันราคา ยังมีปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงหากเกิดกรณีขายสัญญา และมีการสวมสิทธิลงทะเบียนเป็นเกษตรกร ขณะที่การจัดเก็บข้อมูลค่าตลาดกลางค่อนข้างหายาก เพราะได้ถูกทำลายไปแล้วจากโครงการรับจำนำที่ผ่านมา ทำให้การประเมินราคารับประกันค่อนข้างยาก

ขณะที่ ดร.สมพร อิศวิลานนท์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เห็นว่าหากรัฐยังคงดำเนินนโยบายจำนำราคาข้าวต่อไป จะทำให้รัฐบาลขาดทุนจากการดำเนินการมากขึ้นกว่าปัจจุบันที่ขาดทุนไปแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้มาจากธกส.กลายเป็นสาเหตุทำให้ธกส.ไม่เคยปิดบัญชีโครงการรับจำนำได้ แต่กลับยิ่งพอกพูนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้สูงขึ้น

ขณะเดียวกัน รัฐยังไม่มีเงินมาชดเชยธกส.หากปล่อยให้ธกส.คอยเติมเงินมาใช้เป็นเครื่องมือรับจำนำให้กับรัฐบาลก็จะทำให้ธกส.เดินสู่ภาวะขาดทุนสะสมอย่างหนัก จนอาจจะต้องปิดกิจการภายใน 2 ปีจากนี้ ดร.สมพร คาดการณ์และว่า

โครงการรับจำนำที่ผ่านมา ถือว่าเป็นกุศโลบายของนักการเมืองซึ่งใช้เป็นเครื่องมือหาเสียง โดยมี "โรงสี" ที่สนิทกับนักการเมืองเข้ามาช่วยรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาสูง และขายในราคาต่ำ แต่เมื่อนำมาแปรสภาพเป็นข้าวสารโรงสีจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ตั้งแต่การรับจำนำเพื่อกินส่วนต่าง

นอกจากนี้ ยังเปิดช่องทางให้นำข้าวเก่ามาเวียนเทียนจำนำใหม่ หรือ นำข้าวใหม่ไปขายในช่วงที่ราคาข้าวสูง และเมื่อสิ้นสุดกระบวนการที่รัฐนำข้าวที่จำนำไปประมูลแล้ว ก็จะได้รับค่าฝากเก็บ และค่าแปรสภาพ

Tags : ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ทีดีอารืไอ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19

ปกติช่วงเก็บเกี่ยว ข้าวจะมีส่วนเกิน ราคาจึงตกต่ำ พอกินๆไประยะหนึ่งราคาจะเริ่มสูงขึ้น จึงเกิดโครงการรับจำนำข้าวขึ้น เพื่อให้โอกาสชาวนาได้มีเงินไปใช้จ่ายก่อน แล้วรอขายข้าวเมื่อราคาสูงขึ้น แต่ตอนเริ่มแรกการจำนำก็ใช้ราคาตลาดและให้จำนำแค่ 80% ของมูลค่าข้าว ก็ไม่มีปัญหา ต่อมาการเมืองเริ่มเห็นช่องทางหาผลประโยชน์โดยเพิ่มวงเงินจำนำเป็น 100 % แถมยังให้ราคาจำนำสูงกว่าตลาดมากๆอีก เลยสนุกกันใหญ่ทั้งนักการเมือง พ่อค้าและข้าราชการที่ไม่ดี รวมทั้งยังไม่มีความรู้ความสามารถในด้านการตลาดอีก ข้าวจึงเหลือตกค้าง เสียทั้งค่าเช่าโกง ข้าวก็เสื่อมคุณภาพลง(เสีย20%ก็รายงานว่าเสีย 100% จะได้ขายผู้ส่งออกราคาถูกๆ) กลไกตลาดปกติตายสนิท ทุกคนในวงการค้ามุ่งเข้าสู่โครงการจำนำหมด ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่การบริหารงานมากกว่าผิดที่ตัวโครงการจำนำครับ เพราะตอนทำแรกๆไม่เห็นมีปัญหาเลย

ความคิดเห็นที่ 18

ต้องแก้ปัญหาด้วยการตลาด โดยแยกแยะข้าวหอมมะลิกับข้าวเหนียว ออกมาทำการตลาดเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ของประเทศไทย กำหนดตำแหน่งของสินค้าให้ชัดเจน ส่วนข้าวเปลือกเจ้าให้มีสีเป็นข้าวนึ่งเพราะลดต้นทุนมากกว่าเวียตนามยังสู้ไทยไม่ได้อินเดียก็ขายแพงกว่าไทย สหรัฐเป็นคู่แข่งตัวจริง สรุปว่าภาครัฐมีรู้เรื่องตลาดข้าวจริง กำหนดนโยบายจากโรงสีและผู้ส่งออกที่ใกล้ชิดมองแต่ผลประโยชน์ของพวกพ้องไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตาม น่าสงสารประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 17

อ่านแล้วเสียใจนะครับว่าชาวนาไทยก็ยังคงถูกเอาเปรียบ ทำไมต้องมาแทรกแซงกับราคา ทำไมไม่แก้ปัญหาที่ต้นตอ ปรับปรุง logistics และตัวกลางเพื่อให้ชาวนาเข้าถึงผู้ซึ้อโดยตรง รัฐเก็บค่าขนส่งและจ้างสีข้าว แต่ทุกอย่างต้องอิงตามราคาตลาด

ความคิดเห็นที่ 16

The reason why farmers and people are on the losing side because Thai ruling system allows officials and politicians to get rich and get away from corrupt practice and cheating.
Just look at Korea & Singapre where the laws are very effective. Without good laws and powerful enforcement Thailand will remain Amazing and hopeless.

ความคิดเห็นที่ 15

ผลศึกษาดีเยี่ยม ระดับเทพ ขึ้นหิ้ง .... ไปพรีเซ็นต์ขอทุนได้ทั่วโลก ..... แล้วไงต่อครับพี่ ... ชาวนาก็ยากจนเหมือนเดิม ... อีกซักพัก พี่ก็ทำวิจัย มีผลการศึกษาออกมาอีก ... ระดับเทพ ขึ้นหึ้ง ... แต่ผลสรุปเหมือนเดิม เหมือนรุ่นก่อนๆ ทำไว้นั่นแหล่ะ .... ห้วยยย บั้กซีเด๋อ

ความคิดเห็นที่ 14

ผลการศึกษานี้ รมต.อ่างน้ำเอาไปกรอกใส่สมองทั้งของตัวเองและที่บงการอยู่ข้างหลังด้วย อย่าเหิมเกริม บทบาทชักใยสร้างม๊อบก่อกวนสร้างสถานะการณ์รับผิดชอบด้วย พวกกระสือชาติชั่ว...

ความคิดเห็นที่ 13

ต้องที่นี่สิครับ ได้ผล ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ แต่ นน. มันมากจนเป็นความดันแล้ว เลยต้องหาวิธีลด เพื่อนแนะนำที่นี่ ได้ผลดี มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล อธิบายให้เราเข้าใจ ว่าทำอย่างใร แล้วได้ผลอย่างไร เข้าโปรแกรม ลดไป19 โล สุขภาพดีขึ้นมาก เลย อยากแบ่งปันครับ ที่นี่
Thaidietc
enter.com/gooddiet

ความคิดเห็นที่ 12

มีโครงการไหนที่ข้าราชการ น้กการเมือง หรือแม้แต่นักวิชาการเข้าไปยุ่งแล้วประชาขนได้ประโยชน์ มีแต่พวกพ่อค้า มาเฟีย นักธุรกิจ นักการเมือง ข้าราชการ ได้ประโยชน์ทั้งนั้น * ที่บอกว่าสร้างโครงการขึ้นมาเพื่อประชาชนนั้น มันโกหกทั้งเพ ที่ผ่านมาสร้างมาแล้วไม่รู้กี่ร้อยโครงการ แล้วก็ไม่เห็นมีประชาชนที่ไหนได้ประโยชน์อะไร มีแต่พวกกินหัวคิวทั้งนี้น

ความคิดเห็นที่ 11

ทีดีอาร์ไอ.และนักวิชาการแทบทุกสาขา เห็นตรงกันว่าการรับจำนำผลิตภัณฑ์เกษตรทุกชนิด เกษตรกรตัวจริงได้รับเงินน้อยมาก ทำกันมาเป็นสิบๆปีเกษตรกรก็ยังยากจน มีหนี้สิน เช่นเดิม ในขณะที่รัฐต้องจ่ายเงินภาษีเป็นจำนวนมหาศาล ให้กับนักเลือกตั้ง และบริวารจนร่ำรวยกันถ้วนหน้า แล้วนำเงินที่ได้มาซื้อเสียงจากเกษตรที่ยังยากจน และต้องการเงินอยู่ บางครอบครัวต้องตกเป็นทาษเงิน และอิทธิพลของนักเลือกตั้งเหล่านี้ ก็ต้องจำใจยอมทุกอย่าง แก๊งค์ไหนชนะเลือกตั้งก็รับสัมปทานประเทศไทย แบ่งกระทรวงกันทำมาหากินหมุนเวียนกันไป ที่สำคัญนักเลือกตั้งเหล่านี้ จัดตั้งหัวคะแนนที่มีความสามารถในการปลุกระดม พร้อมสนับสนุนทางการเงินที่โกงไว้ เพื่อให้เคลื่อนไหวคัดค้านนโยบายรัฐบาล ที่เกษตรกรจะได้ประโยชน์ แต่คนพวกนี้เสียผลประโยชน์มหาศาล ทั้งค่าหัวคิวที่พวกนี้หลอกเก็บจากเกษตรกรที่ยากจนอยู่แล้ว บวกเงินงบประมาณที่รับจำนำอีก50%ที่ขบวนการนี้ร่วมกันโกงมานาน และที่กลัวมากที่สุดคือเกษตรกรจะรู้ทัน ทำมาหากินไม่ได้อีกต่อไป ดูตัวอย่างจากแกนนำพวกนี้จัดตั้งคนมาต่อต้าน ดร.สังสิต ทั้งที่เขาทำงานเพื่อช่วยเกษตรกรอย่างแท้จริง ไม่มีทุจริต แต่ถ้าทำสำเร็จ พวกนักปลุกระดมเหล่านี้จะหลอกใช้ไม่ได้อีกต่อไป เขาจึงดิ้นสุดแรงแม้การเรียกร้องไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง งานด่วนที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำคือ จับตา ทำประวัติแกนนำพวกนี้ ว่ามีกี่คน ทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์อยู่ที่ไหน มีที่ดินเพื่อการเกษตรเท่าไร ตัวเองเดือดร้อนจริงหรือไม่ ใครจ้างมา ที่สำคัญเคยจับจอบจับไถหรือไม่ (ไถหมายถึงไถนา ไม่ใช่รีดไถค่าหัวคิว) จะเห็นว่าคนพวกนี้ส่วนใหญ่ร่ำรวย ฐานะดีกวาชาวนามามายนัก และอยู่ในกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเห็นว่าผิดกฏหมายก็หาทางดำเนินคดีให้หลาบจำต่อไป ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้เกษตรกรให้รู้ทันขบวนการเหล่านี้ เพื่อจะไม่ให้เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือหากินอีกต่อไป ถ้าสามารถขจัดขบวนการเหล่านี้ให้หมดไปได้ รัฐฯจะประหยัดเงินได้เป็นจำนวนมาก เกษตรกรจะมีความเป็นอยู่ดีขึ้นแน่นอน เกิดภัยพิบัติ หรือความเสียหายที่เขาไม่สามารถป้องกันได้ขึ้นมา รัฐสามารถนำเงินจำนวนมากนี้ มาช่วยเหลือได้อย่างเพียงพอ เกษตรกรทุกคนก็มีความสุข หมดห่วงเรื่องหนี่สินช่วยกันสร้างผลิตผลที่มีคุณภาพออกมาขาย ภายใต้ราคาตามกลไกตลาด ได้มากขึ้น ไม่กี่ปีประเทศไทยอาจได้เป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรมากที่สุดในโลกก็ได้ รัฐบาล นักวิชาการ และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเดินมาถูกทางแล้ว ขอให้ต่อสู้กับนักเลือกตั้ง

ความคิดเห็นที่ 10

และคุณคาดการณ์ว่า หากการประกันราคาข้าว ไม่ถูกแก้ไข ธกส. จะเจ๊ง ภายใน 2 ปี ผมก็คาดการณ์ถูก(โดยไม่ได้ข้อมูลละเอียดอย่างคุณ) ผมได้จากการอ่าน และดูเศรษฐกิจ โดยภาพรวม รัฐ * ้เงินจาก ธกส. มาจำนำข้าว แต่ไม่เคยจ่ายคืนเลย(เพราะทำขาดทุนตลอดมา)
เพื่อผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง คนไทยนั้นขื่นขมมากในเรื่องข้าว เสมอมาแต่บรรพบุรุษแล้ว เราเก็บไว้ในส่วนลึเสมอ ยิ่งพูดยิ่งแค้น แค้นต้องชำระ เมื่อเวลามาถึง

ความคิดเห็นที่ 9

ใครงการไหนที่รัฐบาลทำแล้วดี ประชาชนได้ประโยชน์ น่าสงสัยจริง ๆ ประโยชน์ไม่ถึงประชาชน ก็แสดงว่ามันถึงพ่อค้าบ้าง มาเฟียบ้าง ข้าราชการบ้าง นักการเมืองบ้าง หรือไม่พวกพ่อค้า พวกมาเฟีย กับนักการเมืองก็คือคน ๆ เดียวกัน วนเวียนกันอยู่ในพวกนี้ทั้งนี้น

ความคิดเห็นที่ 8

คุณบอกว่า รัฐบาล(กี่รัฐบาลมาแล้ว) กับโครงการ รับจำนำข้าว(จากโรงสี จากพ่อค้า) ไม่ใช่ ..จากชาวนา สูงกว่าราคาตลาด ถึงตันละ 3099 บาท หมายความว่านี่คือราคา ที่รัฐขาดทุน ตลอดมา และข้าวที่รับจำนำ มีมากถึง 7.7 ล้านตัน..ก็เอา 3099 คุณด้วย 7.7 ล้าน จะเป็นเงินที่มากมายมหาศาลมาก (คิดว่ามากกว่า งบประมาณของประเทศทั้งปี) ผมรู้ โกยมานาน หลาย ทศวรรษแล้ว

ความคิดเห็นที่ 7

คิคิๆ จำนำข้าว ชาวนาไม่ได้ประโยชน์ ต้องนี่สิ เผด็จการทรราชฟันน้ำนมกำลังทำประโยชน์ของแท้ จำนำประเทศใกล้ได้เงินแล้ว 1.2 ล้านๆ บาท กับขึ้นภาษีสารพัดนึก ทั้งๆ ที่ไม่มีโครงการใดๆ เพื่อการพัฒนาชาติบ้านเมือง หรือแผนงานการใช้เงิน หรือแผนงานการหารายได้เข้าประเทศเลย ประชาชนต้องทนอดตายก่อน ... บริหารชาติบ้านเมืองเก่งชิกหาย 99 วันชิกหายเจรงๆ เอิ๊กๆ

ความคิดเห็นที่ 6

ลดนน. เพื่อดูแล ความดัน และเบาหวาน โรคหัวใจ

ลดนน.หลังคลอด

3-7โล ใน 1 เดือน
เริ่มต้น ...หุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี ด้วยโปรแกรมดูแล
รูปร่าง และ สุขภาพ จากสหรัฐอเมริกา
* ได้รับ อ.ย.
* ไม่ต้องทานยา
* ไม่ต้องออกกำลังกายหักโหม
* ได้ผลลัพธ์ ทั้งน้ำหนัก และรูปร่าง
* คิดค้น และวิจัยโดยแพทญ์ และ ผู้เชี่ยวชาญ
สนใจ โปรแกรม
Thaidietcent
er.c
om/gooddiet

ความคิดเห็นที่ 5

เราเดินมาถูกทางแล้ว คนรวยต้องมาก่อน

ความคิดเห็นที่ 4

แม่ คห 1 คงไม่ได้เป็นชาวนา แต่ว่าขายตัวให้ชาวนา 5555

ความคิดเห็นที่ 3

คห.1 ถ้าโง่ก็เงียบๆไว้บ้างก็ได้ ไม่ต้องชอบออกแสดงความโง่นักหรอก คำพูดมันส่อ
ถึงมันสมองอันน้อยนิด ถ้าโง่ก็เงียบๆไว้ ใครเค้าจะได้ไม่รู้ว่าโง่

ความคิดเห็นที่ 2

ก็พ่อแกที่มีตัวตนมาได้ ก็เพราะชาวนา ถ้าไม่มีชาวนาแกจะอยู่ได้หรอ พวก ควา_ย นึกว่าตัวเองวิเศษนักหรอ ลองไม่มีชาวนาซิ แกต้องไปทำนา ปลูกข้าวกินเอง โง่แล้วยังชอบ ออกมาแสดงความโง่

ความคิดเห็นที่ 1

ชาวนามันโง่.. แปลกใจที่ทำไมยังไข่กันออกมาได้ไม่เว้นแต่ละวัน ผลิตแต่ประชากรโง่เง่า ชอบการพนันและขี้โกงเหมือนบรรพบุรุษ * ้แล้วไม่จ่าย รวมตัวกันมากดดันเจ้าหนี้หรือหายไปเฉย ๆ

ชาวนาอีสานเป็นกันมาก.. คิดถึงฮิตเล่อร์

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Video

advertisement

advertisement