"พาณิชย์" เตรียมของบพิเศษ 13,000 ล้านบาท กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และส่งเสริมการส่งออก หวังดันยอดส่งออกปีหน้าขยับขึ้นเป็นบวก 10%
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถผลักดันยอดการส่งออกของไทยในปี 2553 ให้เป็นบวก 10% จากประมาณการยอดส่งออกปีนี้คาดว่าจะติดลบ 15-19% จากปัจจัยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกและไทยมีแนวโน้มดีขึ้น และกระทรวงจะเร่งมาตรการเพิ่ม ในการรุกเปิดตลาดใหม่ และการรักษาฐานลูกค้าเดิม
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การผลักดันยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 10% ปีหน้านั้น จะต้องให้ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ในต่างประเทศทำหน้าที่เป็นเซลส์แมนอย่างแท้จริง และเน้นไปที่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น จีน
"ปี 2553 ปริมาณการส่งออกจะเพิ่มทั้งปริมาณและมูลค่า เพราะราคาสินค้าน่าจะขยับขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการส่งออกลดลง และยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนส่งออกตลาดใหม่และตลาดหลัก จากเดิม 50:50 เป็น 55:45 % ในปี 2553" นายศิริพล กล่าว
นายศิริพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังเตรียมที่จะของบพิเศษอีก 13,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางนอกเหนือจากงบประมาณของกระทรวงที่ได้รับ 6,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และส่งเสริมการส่งออก
แนวทางการใช้งบพิเศษดังกล่าว จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 40% จะใช้เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ตามโครงการต่างๆ ของกระทรวง เช่น โครงการ บลู โปรเจค โครงการเมดอินไทยแลนด์ การจัดทำย่านการค้า การพัฒนาเอสเอ็มอี และการสนับสนุนสินค้าโอท็อป และ OPOP (สินค้าหนึ่งจังหวัดหนึ่งผลิตภัณฑ์) ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ไปศึกษาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เช่น ยุทธศาสตร์ BUY AMERICAN หรือ BUY CHINESE เพื่อนำมาเป็นต้นแบบ และประยุกต์ใช้ในการกระตุ้นการใช้จ่ายของคนในประเทศ
ขณะที่งบอีก 60% จะถูกทุ่มให้กับการส่งเสริมการส่งออก ทั้งการจัดงานแสดงสินค้า และใช้สำหรับส่งเสริม และช่วยเหลือผู้ส่งออกในการจัดแสดงสินค้าในประเทศที่มีศักยภาพ เบื้องต้นมองว่าตลาดที่มีศักยภาพขณะนี้เป็นตลาดแอฟริกา รองลงมาคือตะวันออกกลาง กลุ่มประเทศ CIS (กลุ่มประเทศรัสเซียเดิม)
ส่วนกลุ่มอาเซียน แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นตลาดที่มีอนาคต โดยเฉพาะจีน เพราะเป็นประเทศที่รายได้จากการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ไทยส่งออกสินค้ามายังจีนมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ขยับขึ้นมาแทนที่สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น
นายศิริพล กล่าวต่อว่า ในการขยายตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ให้มากขึ้นนั้น จำเป็นต้องอาศัยอัตรากำลังมากขึ้นกว่า 1,000 คน ดังนั้นเมื่อเร็วๆ นี้ จึงเสนอไปยังคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) เพื่อขออัตรากำลังเพิ่มเติม
นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สินค้าที่กระทรวงพาณิชย์จะให้ความสำคัญมากขึ้นอีกประเภทหนึ่ง คือธุรกิจบริการ อาทิ การศึกษา สปา ตกแต่งภายใน บันเทิง เป็นต้น เนื่องจากทำรายได้เข้าประเทศมากขึ้นตามลำดับ คาดว่าปีนี้จะขึ้นไปถึงระดับ 1 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะขึ้นไปถึงระดับ 2 ล้านล้านบาทในอนาคตอันใกล้ ซึ่งการส่งเสริมธุรกิจนี้ ปัจจุบันอยู่ภายใต้ระดับกอง ในกรมส่งเสริมการส่งออก ทำให้การจัดกิจกรรมไม่ได้เต็มที่ จึงมีแนวทางที่จะเสนอให้มีการจัดตั้งกรมส่งเสริมธุรกิจบริการขึ้น ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งเสริมธุรกิจดังกล่าว และผลักดันให้มีการเพิ่มรายได้มากขึ้น
Tags : พรทิวา นาคาศัย
ความคิดเห็นที่ 1
linkgfx.com , 28 มิถุนายน 2552 02:35
LINKGFX เว็บท่า ทางธุรกิจ เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลทางธุรกิจแบบ realtime