ทีมศึกษาม.หอการค้า รับงบจากสกว. 6 ล้านบาท เดินเครื่องแผนศึกษาสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ เผยกรอบที่วางไว้ มุ่งสตูล-สงขลา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หัวหน้าโครงการ “ศึกษาสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ที่มีผลกระทบต่อมูลค่าเพิ่มของโซ่อุปทาน” เปิดเผยว่า ทางคณะได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จำนวน 6 ล้านบาท เพื่อทำการวิจัยภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาระบบโลจิกติกส์ของประเทศ ในโครงการศึกษาสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ (แลนด์บริดจ์) ที่มีผลกระทบต่อมูลค่าเพิ่มของโซ่อุปทาน ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ (พ.ศ.2550-2554)
กำหนดโครงการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมในการขนส่งสินค้าในประเทศและต่างประเทศ ให้สามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าได้สะดวกและมีมูลค่าที่เพิ่มสูง รวมทั้งลดการพึ่งพิงการขนถ่ายสินค้าของท่าเรือประเทศเพื่อนบ้าน โดยทางเลือกที่วางไว้ก็คือ
แนวคิดโครงการก่อสร้างท่าเรือปากบารา จ.สตูล ฝั่งอันดามัน และท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา ฝั่งอ่าวไทย สำหรับการศึกษาดังกล่าว จะดูภาพรวมทางเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาและสตูล หลังจากมีสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ รวมทั้งผลกระทบต่อมูลค่าเพิ่มของโซ่อุปทานของภาคการผลิตหลังจากมีสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ รวมทั้งการคาดการณ์ทิศทางของอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันการศึกษาครั้งนี้ได้มีการทบทวนผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเรือปากบารา ของกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ซึ่งระบุว่าท่าเรือปากบาราเป็นท่าเรือที่มีศักยภาพ เนื่องจากตั้งอยู่ในช่องแคบมะละกา เป็นเส้นทางเดินเรือหลักที่สำคัญ อีกทั้งท่าเรือแห่งนี้จะเป็นประตูการค้าด้านตะวันตกที่ได้มาตรฐาน เป็นศูนย์กลางสารสนเทศในภูมิภาค ศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมภาคใต้ โดยอุตสาหกรรมหนักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคืออุตสาหกรรมเหล็ก ปิโตรเคมี พลาสติก ส่วนอุตสาหกรรมเบาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ อาหารแปรรูป ยางและผลิตภัณฑ์แปรรูปไม้ กระดาษ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการนำผลการศึกษาของดูไบเวิลด์ มาวิเคราะห์ด้วยเพื่อให้ได้ทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้ข้อเสนอของดูไบเวิล์ดมีการเสนอพิกัดของฝั่งจังหวัดสตูลในหลายพื้นที่ กับจังหวัดสงขลา โดยอ้างถึงการก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ จากการใช้เป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางสู่ประเทศในเอเชียตะวันออก
โดยขนส่งน้ำมันด้วยเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ ขึ้นฝั่งที่ท่าเรือในจังหวัดสตูลแล้วส่งน้ำมันผ่านท่อน้ำมันใต้ทะเลเพื่อขึ้นฝั่งที่ท่าเรือสงขลา จากนั้นขนส่งต่อไปยังประเทศเอเชียตะวันออกด้วยเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่ ซึ่งการขนส่งดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งน้ำมันถูกลง
"ในเดือนกรกฎาคมนี้ก็จะเริ่มการศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ และคาดว่ากรกฎาคมปี 2553 ก็จะแล้วเสร็จ ผลการศึกษาเชิงวิเคราะห์ในทุกมิติจะนำมาวิเคราะห์เพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด ก่อนที่หน่วยงานเกี่ยวข้องจะเสนอต่อรัฐบาลเพื่อขอความเห็นชอบ ถึงแนวพื้นที่ๆ เหมาะสม" เขา กล่าว
Tags : ม.หอการค้า • สกว.
ความคิดเห็นที่ 1
= = , 17 มิถุนายน 2552 07:00
***เฮอเฮอ ของขลังของประเทศเลยนะครับเพราะหากเอาเข็มและด้ายเย็บรอยที่ขาดผิดก็จะทำให้เสียเป็นภาคๆไปเลยนะครับหากเย็บรอยขาดถูกก็จะดีกับภาคนั้นโดยทันที ทำโดยคิดประโยชน์ส่วนตัวยุคนี้มันไม่มีหรอกครับอย่างจะสร้างถนนแล้วไปซื้อที่ดินดักหน้าแบบนั้นอ่ะมันล้าหลังไปแล้วอ่ะครับ ลองเปลียนแนวความคิดแล้วจะดีเองอ่ะครับ 4ทางหลัก 8ทางย่อยมั่งครับดูแผนที่แล้วน่าจะหรือไม่ก็แล้วแต่ สส.ที่คิดว่าตรงไหนคือทำเลเกี่ยวเนื่องเศรษฐกิจ(เกี่ยวเนื่อง)ให้ได้ทั้งภาคจะหาจุดเจออ่ะครับ