บัณฑูร ล่ำซำ โวยรัฐบาลทำได้แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขาดมาตรการแก้ไขระยะยาวเพราะมัวแต่ทะเลาะกันเอง พร้อมชี้ครึ่งหลังมีหวังเศรษฐกิจอาจฟื้น
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานเสวนา “กระบวนการยุติธรรมช่วยแก้วิกฤติเศรษฐกิจอย่างไร” ที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ว่าประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ในการบริหารประเทศรวมถึงแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจคือปัญหาการเมืองที่ไม่นิ่ง
“รัฐบาลไหนเข้ามาก็เจอสองโจทย์นี้คือ อำนาจบริหารไม่เบ็ดเสร็จ ต้องมีการต่อรองกันตลอดเวลา ทำให้ไม่สะดวกในการแก้ปัญหา สองคือกติกาของเราไม่นิ่ง เปลี่ยนรัฐธรรมนูญกันอยู่ตลอดเวลา ใครจะมาแก้ปัญหาก็ไม่ไหวหรอก”
ความขัดแย้งที่มีขึ้นตลอดเวลาทำให้ทุกรัฐบาลไม่มีสมาธิที่จะพูดถึงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเลยนั่นคือ ระบบสาธารณูปโภค การศึกษา ระบบกฎหมายและยุติธรรม นั่นคือสาเหตุที่ทำให้การจัดอันดับแต่ละครั้งประเทศไทยต้องถอยหลังลงคลองทุกครั้ง
ส่วนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมาก็ยังพอไปได้ในระดับหนึ่ง ส่วนตัวพอใจที่ได้เห็นความตั้งใจที่จะลงทุนในระบบสื่อสารโทรคมนาคมรวมถึงการศึกษาเช่นเรียนฟรี แต่รัฐบาลก็ยังไม่มีสมาธิมาแก้ไขปัญหาระยะยาวอยู่ดีเพราะมีปัญหาภายในจากพรรคร่วมรัฐบาลเองที่ทำให้ขาดประสิทธิภาพ
“ผมคิดว่าประเทศตอนนี้อยู่ในระดับวิกฤติขั้นหนึ่งแล้ว ต่อไปถ้าเรายังไม่มีกติการที่ชัดเจนต่างชาติเขาก็ไม่อยากจะมาลงทุนเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะเปลี่ยนความคิดว่าประเทศไทยยังน่าลงทุนเมื่อไร ที่สำคัญคือเมื่อความคิดเปลี่ยนแล้วแก้ไขยาก”
ส่วนการกู้เงิน4แสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็เป็นหนทางที่ทุกรัฐบาลต้องหยิบขึ้นมาใช้ตอนนี้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะบริหารจัดการได้ดีกว่ากัน ส่วนตัวเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะเริ่มดีขึ้น ตอนนี้มีสัญญาณมาจากต่างประเทศที่เริ่มฟื้นแล้ว
Tags : บัณฑูร ล่ำซำ

ความคิดเห็นที่ 15
54321 , 12 มิถุนายน 2552 21:38
ทุก คห วิจารณ์เป็นตุเป็นตะ เก่ง ๆ กันทั้งนั้น แต่โง่อยู่อย่างเดียว ไม่อ่านเนื้อข่าวให้ละเอียด แล้วสังเคราะห์ด้วย คุณปั้นพูดออกกลาง ๆ คุณอ่านแค่หัวข่าว ก็วิเคราะห์กันเป็นตุเป็นตะ แบบหมอลักษณ์ไปได้
ความคิดเห็นที่ 14
kra daw , 12 มิถุนายน 2552 15:07
ฏุฏ * ก็ว่าอย่างนั้น แต่ก็ดีกว่าเก่าที่ตรงมันกลับใจที่ดาหน้าใส่ประชาธิปัต เฮงววย
ความคิดเห็นที่ 13
khuay ku eng , 12 มิถุนายน 2552 15:05
* * ยังฉลาดกว่าพวก * เยอะ ทำนา ทำงานอดทน หลังสู้ฟ้า ทนฝน ให้คุณค่า แต่พวก * โง่ สันดานโง่ แถมเซ่อ * นะตรับ
ความคิดเห็นที่ 10
marcie , 12 มิถุนายน 2552 14:57
หึ หึ โง่เลือกประชาธิปัตย์ก็ดีกว่าโง่เป็นทาสทักษิณน่ะนะ
ความคิดเห็นที่ 8
poo , 12 มิถุนายน 2552 14:53
นี้ขนาดคนชอบ ปชป.นะเนี้ย
ความคิดเห็นที่ 7
KHAUY KUB HE , 12 มิถุนายน 2552 14:52
เสือกเลือกประชาธิปัตก็เป็นอย่างนี้ โง่เองช่วยไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 6
kra daw , 12 มิถุนายน 2552 14:50
ฑซฏฒ฿.ฒฺฬ๙ฆณ์ฮ ?ฑษฏํฯฬศ๋ฌศ์ฮพวก * ไม่ใช่หรือที่พากันใส่เสื้อแดง ไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง * ขี้ครอก เสือกโง่เองช่วยได้
ความคิดเห็นที่ 5
แอร์ , 12 มิถุนายน 2552 13:57
โง่เองช่วยไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 4
namo , 12 มิถุนายน 2552 13:52
พูดได้โดนเต็ม ๆ ครับ คนทำธุรกิจเจ็บปวดกับเรื่องการเมืองมากว่า 4 ปี เพราะการมุ่งเล่นเกมการเมืองของนักการเมือง เราขาดนักการเมืองที่มีวิสัยทัศน์ ขาดนักการเมืองที่พูดถึงเรื่องนโยบายการนำพาประเทศ มีแต่นักการเมืองแก่หลักการ แก่กฎหมาย เน้นเฉพาะเรื่องผลประโยชน์เฉพาะหน้าที่ตนเองจะได้ เซ็นสัญญาทีแบมือกันเป็นแถว เร่งทำกันจัง * พวกงบประมาณเบิกจ่าย แต่สุดท้าย นักการเมืองก็เป็นอาชีพที่มีรายได้สูงสุดในยามวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่น่าเชื่อนะครับ อาชีพนักการเมือง มีเงินเป็นพันล้าน
ความคิดเห็นที่ 3
วิเชียร , 12 มิถุนายน 2552 13:52
อะไรที่มีสาระมาก ก็ควรทำอย่างนั้นก่อน อะไรที่ไม่ได้จำเป็นหรือคนอื่นทำได้ ก็ให้คนอื่นทำ โดยเฉพาะอะไรที่ควรแสดงจุดยืนก็ควรแสดงออกมาเลย แล้วก็ไปทำอย่างอื่น จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ผู้นำก็ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ให้รวดเร็ว เช่นเรื่องรถเมล์ ก็เสียเวลาไปไม่รู้เท่าไหร่ เรื่องอื่นที่มีลักษณะเดียวกันก็คงมี หันไปเลือกทำเฉพาะเรื่องสำคัญ แล้วเร่งด่วนจะดีกว่า ไม่ควรทำงานเพื่อแก้ปัญหาไปวัน ๆ หรือรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยมาพูดหรือค่อยมาแก้ ความจริงปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ได้ลี้ลับอะไร
ความคิดเห็นที่ 2
แจ็ค , 12 มิถุนายน 2552 13:51
จากที่ได้อ่านข่าวมาไม่กี่วัน ประเทศฟิลิปปินส์ เขาก็ยังวุ่นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และผู้ึนก็อกมาต่อต้านการแก้ไข ไม่แน่ใจ ปชช ชาวฟิลิปปินส์ เลียนแบบ พธม หรือไม่ หรือมันเป็นวัตถกรรมที่ ปชช ตื่นตัว ปชช เริ่มไม่ยอมที่จะให้ นักการเมือง ที่เข้ามาเพื่อเสวยสุขเพื่อตนเองและพวกพ้อง ชนิด ผัวห้ามเป็น สส ให้เมียมาเป็น เมียเป็นไม่ได้ ก็ให้ คนขับรถ ดู ๆ ไป ประเทศไทยชักจะบ้ากันไปใหญ่ คราเมื่อย้อนมาดูพรรคการเมืองใหม่ ก็เริ่มเมื่อยในอารมณ์ หลาย ๆ คนของผู้ที่มีบทบาทของ พธม เมื่อคราวิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่น และเสนอวิธีทางออกของปัญหานั้น ไม่ว่า อ.ปานเทพ แกนนำต่าง ๆ คุณสำราญ ฟังแล้วก็ต้องชมว่า แนวคิดเช่นนี้ใช้ได้ แต่พอย้อยเข้ามา พรรคการเมืองใหม่ มันฟังแล้วเหมือนมีวาระซ่อนเร้น คราเมื่อเห็น คุณสนธิ พูดผ่านสื่อ มันเหมือนยิ่งมีวาระซ่อนเร้นยิ่งขึ้น หลายคนอาจคิดว่า สิ่งที่กล่าวระแวงเกินไปหรือไม่ ก็ว่ากันไป ก็น้อมรับฟัง แต่หลายสิ่งมันแปลก ๆ เช่น การจัดงานครบรอบ พธม ชุมนุมครบ 1 ปี ที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อเข้าไปสู่งาน จะเจอรูปคุณสนธิ เดี่ยว ๆ 3x5 เมตรน่าจะได้ และมีบอร์ดรูปคุณสนธิอีก หลายคนอาจคิดว่า ไม่มีอะไร ก็ไม่ว่ากัน แต่ก็อดสังเกตไม่ได้ว่ามีความแปลก ๆ ยังมีอีกหลาย ๆ คำพูดที่ผ่านมา คือ การถอนฟ้องคดี คุณตี๋ ศิลปิน พธม กับ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง ซึ่งทนายสุวัจน์ บอกผ่านสื่อ ASTV ว่า เป็นการตัดสินใจ คุณสนธิ และคุณสนธิ ไม่ได้ออกมาปฏิเสธ เมื่อข่าวเป็นเช่นนี้ เพื่อนพ้องน้องพี่ ต่างแสดงออกผ่านข่าวชิ้นนั้นอย่างถล่มทลาย ต่างติติง บาง คห ถึงกับด่า แกนนำกันเลยทีเดียว แม้จะมีบาง คห พยายามออกมาปกป้องการถอนฟ้องครั้งนี้ แต่ก็ไม่อาจทำใจได้ ถ้ามองย้อนหลังไปไม่นาน เรื่อง ครอบครัวน้องโบ ถอนฟ้อง พล.ต.ต.สุพล คนนี้แหละ ไม่ทันไร ตำรวจกลับพูดเรื่องน้องโบร์ ในทางไม่ดีอีก ซึ่ง คุณสนธิ ก็ออกอาการไม่น่าถอนฟ้อง น่าจะสู้ให้ถึงที่สุด อันนี้ดูจากสีหน้าคุณสนธิ อันนี้จะผิดก็ต้องขออภัย แต่นั่น ครอบครัวน้องโบร์ถอนเอง พธม เองจะตำหนิไม่ได้เลย และถ้า ครอบครัว คุณตี๋ จะถอนฟ้องเอง พธม เองก็จะพูดอะไรในเชิงตำหนิก็ไม่ได้อีก แต่นี่คุณสนธิ เป็นคนตัดสินใจ พธม ก็ต้องถาม คุณสนธิ ถือสิทธิ์อะไรไปตัดสินว่า ถอนฟ้อง หรือคิดว่า เป็นแกนนำแล้ว จะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ เรื่องนี้ต้องบอกว่า คุณสนธิ ถูกตำหนิอย่างมากจริง ๆ ส่วนเรื่องเงินของคดีความ มันขาดแคลน แล้วโยกเงินจาก กองทุนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ มาสู่ กองทุนสู้คดี แม้ดูว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การนึกจะโอนย้ายเงินอย่างไรก็ได้ มันก็มีคำถาม ถ้าจะโอนไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวก็ได้อย่างนั้นหรือไม่ หรือบางคนบอกว่า เชื่อใจเถอะ แกนนำไม่โกงแน่ ๆ ซึ่งคำนี้ หลายคนคงจำได้ นช ทักษิณ ปชช ทั้งประเทศต่างเชื่อว่า รวยแล้วไม่โกง และแล้วเป็นอย่างไร เพราะเชื่อกันลอย ๆ เพราะฉะนั้น คุณสนธิเองนั่นแหละต้องแสดงบัญชีการเงินทั้งหมด ที่ พธม บริจาคไปสู่หลาย ๆ แหล่งว่ามันไปสู่ที่ใดบ้าง ไปใช้จ่ายอะไรบ้าง เงินที่ไปขยายธุรกิจ ข้าว ASTV คือเงินมาจาก พธม ที่ไปบริจาคหรือไม่ ถ้าใช่ มันเป็นสิ่งถูกต้องแล้วหรือ อันนี้คุณสนธิ ก็ต้องทำความกระจ่างให้กับสังคมได้รับรู้ว่า คุณสนธิ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ถ้ายังคลุมเครือ แล้วคิดว่า จะมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ มันก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเข้มข้น เพราะการเมืองใหม่ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือความโปร่งใสนั่นเอง
ความคิดเห็นที่ 1
ผ่านมา , 12 มิถุนายน 2552 13:45
เมืองไทยมีกรรมนักการเมืองไม่ดีทั้งฝ่ายรัฐบาล ทั้งฝ่ายอดีตรัฐบาล ทำให้ประชาชนระแวง ไม่ไว้วางใจเห็นว่า เข้ามาเพื่อต่อรองผลประโยชน์ ทำภาษีประชาชนให้ขาดทุน โครงการต่างๆ ไม่คืบหน้า นักการเมืองเอาแต่ตัวเองรอด แต่ทุกข์สุขประชาชนเป็นเรื่องรอง ข้าราชการช่วยอำนวยความสะดวกให้เศรษฐีนักการเมืองผู้มีอำนาจ เป็นสาเหตุอันดับ 1 ทำลายประเทศไทย