จีนแสดงความวิตกเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองในไทย แต่มั่นใจการประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา เดินหน้าได้ตามกำหนดที่วางไว้
นายหู เจิ้ง หยู รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีน กล่าวแสดงความวิตกเกี่ยวกับการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในไทย และระบุว่าจีนกำลังจับตาเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด แต่เขามั่นใจว่ารัฐบาลไทยมีศักยภาพในการรับรองความปลอดภัยของคณะผู้แทนและผู้นำต่างชาติ ที่จะเข้าร่วมการประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 10-12 เม.ย.
นายหูไม่ได้ตอบคำถามว่าจีนคิดจะยกเลิกการเดินทางของนายเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรี ที่จะเข้าร่วมการประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาหรือไม่ หากอุณหภูมิการเมืองในไทยร้อนแรงขึ้น
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาที่พัทยา จะขึ้นตามกำหนดแม้มีการชุมนุมในกรุงเทพฯ
"กษิต"ประเมินสถานการณ์ระบุแจงทูตให้เชื่อมั่นไทย
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง และได้ชี้แจงสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และได้สั่งการให้เอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ชี้แจงให้เกิดความเชื่อมั่น ในการเมืองของไทย
นายกษิต กล่าวว่า ผู้นำ 15 ประเทศที่จะเดินมาร่วมการประชุมอาเซียนระหว่างวันที่ 10-12 เม.ย. ทุกประเทศพร้อมเดินทางมาร่วมประชุม โดยมีการวางระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
นายกษิต กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มีการตกลงเจรจากับต่างประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ลี้ภัยอยู่ โดยได้ขอความร่วมมือกับประเทศนั้นๆ เนื่องจากไม่ต้องการให้ทักษิณใช้ประเทศไหนเป็นเวทีโจมตีประเทศไทย รวมถึงการออกหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งประเทศนั้นๆ ต้องใช้ดุลยพินิจเลือกว่าจะมีความสัมพันธ์กับประเทศไทยหรืออดีตนายกฯทักษิณ อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศกำลังประสานกับทางตำรวจสากลเพื่อขอให้ช่วยเหลือติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีในไทยด้วย
สื่อนอกตีข่าว
ด้านหนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ของอินโดนีเซีย รายงานว่า การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงอาจเป็นภัยคุกคามเสถียรภาพรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ทำให้เขาต้องเผชิญปัญหาท้าทายแบบเดียวกับนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าควรจะเลือกใช้กำลังสลายกลุ่มผู้ประท้วงที่เสี่ยงทำให้เผชิญกับผลลัพธ์ที่จะตามมา หรือจะนิ่งเฉยและหวังว่ากระแสประท้วงจะค่อยๆ ลดความรุนแรงลงไปเอง
นายไมเคิล มอสเทสาโน นักวิจัยของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาของสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า ยุทธวิธีที่ดีที่สุดของนายอภิสิทธิ์ คือยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่ก็มีความเสี่ยงจะถูกมองว่าอ่อนแอ ซึ่งจะทำให้ผู้ประท้วงฮึกเหิม และอาจนำไปสู่การรัฐประหาร นายมอสเทสาโนระบุว่าตราบใดที่นายกรัฐมนตรียังใช้ความสุขุม ผู้ประท้วงก็ไม่สามารถทำให้เสถียรภาพของนายกฯ ในสภาสั่นคลอน แต่หากกองทัพเห็นว่าการใช้ไม้อ่อนของนายกฯ ไม่ได้ผล และไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้ กองทัพอาจตัดสินใจยึดอำนาจ
นอกจากนั้น สื่อต่างประเทศหลายสำนักยังรายงานข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันครั้งใหญ่ที่สุดเพื่อโค่นล้มรัฐบาล จนก่อให้เกิดความวิตกว่าจะเกิดความผันแปรที่รุนแรงครั้งใหม่ในวิกฤติการเมืองไทย ส่วนเว็บไซต์ของบีบีซีจัดข่าวนี้ไว้ในข่าวเด่นประจำวัน
ขณะเดียวกัน นายพาย สีพัน เลขาธิการคณะรัฐบาลกัมพูชา กล่าวว่าฝ่ายไทยได้ยินข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีข่าวลือว่าเคยอยู่ในกัมพูชา นายพาย กล่าวว่าจริงๆ แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้อยู่ในกัมพูชา
Tags : ประชุมอาเซียน+3
