กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 2 เมษายน 2552 01:20

เวิลด์แบงก์แนะสิ่งทอไทยเพิ่มแบบสู้วิกฤติ

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ธนาคารโลก แนะผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มผลิตสินค้าน้อยลง แต่เพิ่มแบบมากขึ้น ด้านสมาคมทอผ้าไทยคาดไทยได้ประโยชน์จากอาเซียนในอีก 5 ปี

นายเดวิด เบิร์นบอม ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมสิ่งทอ ธนาคารโลก กล่าวในการสัมมนาเรื่อง Winning The War Under New Game Rules จัดโดย สมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย วานนี้ (2 เม.ย.)  ว่า วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นส่งผลให้ความต้องการเครื่องนุ่งห่มในตลาดโลกลดลง ผู้ประกอบการต้องหากลยุทธ์เพื่ออยู่รอด เช่น ลดขนาดการผลิตลง ลดจำนวนสินค้าต่อแบบ แต่เพิ่มจำนวนแบบสินค้าที่จะออกสู่ตลาด  และบริหารต้นทุนสร้างซัพพลายเชน โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจะอยู่รอดได้จะต้องเชื่อมโยงกัน ผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มต้องหาผู้ผลิตผ้าทอที่มีศักยภาพเพื่อตอบสนองลูกค้าได้ดีที่สุด 

นายสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย กล่าวว่า การค้าสิ่งทอในอาเซียนมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยจะได้ประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าวใน 5 ปีเพราะไทยไม่สามารถขยายโรงงานทอผ้าได้เหมือนอินโดนีเซีย ที่มีประชากรถึง 200 ล้านคน และเวียดนามมีแนวโน้มพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอขึ้นเอง เนื่องจากอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มเมื่อถึงจุดหนึ่งจะพัฒนาขึ้นไปสู่อุตสาหกรรมสิ่งทอ

"ผู้ประกอบการทอผ้าไทยจะอยู่รอดได้ ต้องเพิ่มเทคโนโลยีการผลิตสูงขึ้นเหมือนญี่ปุ่น  ซึ่งจะทำให้อินโดนีเซียและเวียดนามตามไม่ทัน รวมทั้งผู้ประกอบการอาจไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีแรงงานมากพอ หรือลงทุนตามชายแดน เพื่อใช้แรงงานต่างด้าว นอกจากนี้ยังต้องรวมกลุ่มกันเป็นซัพพลายเชน ตั้งแต่ปั่นด้าย ทอผ้า ฟอกย้อมและตัดเย็บ ในลักษณะเดียวกับอุตสาหกรรมสิ่งทอในญี่ปุ่น "

นายอาร์เจ เกอร์เลย์ ผู้อำนวยการโครงการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอาเซียน (เอซีอี) กล่าวว่า  เอซีอี ร่วมกับสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งอาเซียนผลักดันอุตสาหกรรมสิ่งทอของ อาเซียน เพราะสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของอาเซียน รวมทั้งมีผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แต่มูลค่าการค้าระหว่างกันยังมีน้อย  อาเซียนนำเข้าผ้าฝ้ายทอเนื้อบาง มูลค่า 324 ล้านดอลลาร์ แต่นำเข้าภายในอาเซียนเพียง 5% เอซีอีคาดว่าหากดำเนินโครงการครบ 5 ปี จะเพิ่มการค้าสิ่งทอในอาเซียนเป็นหนึ่งเท่า

"เอซีอี ต้องการพัฒนาตลาดสิ่งทอในอาเซียน  และให้ผู้ประกอบการมีแผนงานที่สอดคล้องกัน หากจะสร้างแบรนด์ภายในควรเชื่อมโยงกับแหล่งวัตถุดิบในอาเซียน รวมทั้งจะพัฒนาอีมาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแต่ละประเทศแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ประกอบการในเว็บไซต์ เพราะที่ผ่านมาบางประเทศไม่รู้จักกัน เช่น ผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มเวียดนาม พบว่าไม่รู้จักผู้ผลิตผ้าไทย ถือเป็นจุดอ่อน"

Tags : สิ่งทอ สมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า