กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ

วันที่ 31 มีนาคม 2552 08:00

กรุงเทพธุรกิจโพลล์เผยวิกฤติไม่กระทบงบเพื่อสวย

กรุงเทพธุรกิจโพลล์ เผยผลสำรวจ"งบเพื่อความสวย ความงาม" ยุคเศรษฐกิจซบ ผู้หญิง 77.3% ไม่ตัดงบความงาม ใช้จ่ายเท่าเดิม

กรุงเทพธุรกิจโพลล์ เผยผลสำรวจ"งบเพื่อความสวย ความงาม" ยุคเศรษฐกิจซบ พบผู้หญิง 77.3% ไม่ตัดงบความงาม ยังคงใช้จ่ายเท่าเดิม ขณะเดียวกันไม่ตั้งงบ เลือกซื้อจากโปรโมชั่นที่พอใจ ขณะที่ผู้ประกอบการเครื่องสำอาง ปรับกลยุทธ์ดึงลูกค้า ชูความคุ้มค่า อัดโปรโมชั่นแรง ซื้อชิ้นที่ 2 ลด 50% หวังสร้างโอกาสการขาย

 ปัจจุบันคนให้ความสนใจเรื่องความสวยความงามเป็นอย่างยิ่ง  เพราะรูปร่างหน้าตา และบุคลิกภาพ เป็นสิ่งสำคัญในการเข้าสังคม  ดังนั้นสินค้าและบริการด้านความสวยความงาม  จึงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  รวมถึงมีแบรนด์ใหม่ๆ  เปิดตัวลงแข่งขันในตลาดอย่างไม่ขาดสาย

"กรุงเทพธุรกิจโพลล์" ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างผ่านเว็บไซต์ www.bangkokbiznews.com ในประเด็นที่ว่าด้วย "งบเพื่อความสวย ความงาม"  ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ - 6 มีนาคม 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจงบประมาณและพฤติกรรมการจับจ่ายสินค้า หรือบริการเพื่อความสวยความงามของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ซึ่งจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 555 ราย แบ่งออกเป็น  เพศหญิง  จำนวน 51.5 % เพศชายจำนวน 45.3%  และเพศทางเลือก จำนวน  3.2%

โดยกลุ่มตัวอย่างมีระดับรายได้ต่อเดือน  กลุ่มแรกต่ำกว่า 15,000 บาท  จำนวน 49 %  ระดับรายได้ตั้งแต่ 15,001-25,000 บาท  จำนวน 21.3 % ระดับรายได้ตั้งแต่ 25,001-35,000 บาท  จำนวน 17.5%  ระดับรายได้ตั้งแต่ 35,001-45,000 บาท จำนวน 12.4%  ระดับรายได้ตั้งแต่ 45,000 บาทขึ้นไป  จำนวน 37.1 %  และกลุ่มสุดท้าย  คือผู้ที่ยังไม่มีรายได้ /ว่างงาน จำนวน 2.9%

กลุ่มตัวอย่างจำนวน 555 ราย  ได้กำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายสำหรับความสวยความงามต่อเดือน  ดังต่อไปนี้  กลุ่มแรกมีงบความสวยความงามต่ำกว่า 1,000 บาท  จำนวน 31%  ตั้งแต่ 1,001-3,000 บาท  จำนวน 32 % ตั้งแต่ 3,001-5,000 บาท  จำนวน 6 %  ตั้งแต่ 5,001-7,000 บาท  จำนวน 2%  ตั้งแต่ 7,001 บาทขึ้นไป  จำนวน 3 % และกลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มที่ไม่เคยตั้งงบประมาณไว้หรือซื้อตามความพอใจ  จำนวน 26%

ชี้ 77% ยังคงใช้จ่ายความงามเท่าเดิม

โดยมีพฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อความสวยความงาม  ดังต่อไปนี้  กลุ่มตั้งอย่าง จำนวน 5.4 %  ตอบว่าได้เพิ่มเงินค่าใช้จ่ายเพื่อความสวยความงาม  จำนวน 17.3 % ใช้จ่ายลดลง  และจำนวน  77.3 % ตอบว่ายังใช้จ่ายเท่าเดิม และเมื่อถามว่า  สินค้าหรือบริการเพื่อความสวยความงามอะไร  ที่คุณขาดไม่ได้ถึงแม้ภาวะเศณษฐกิจจะย่ำแย่หรือเงินในกระเป๋าลดน้อยลง  กลุ่มตัวอย่างจำนวน 23.5%  ตอบว่าครีมกันแดด จำนวน 19.5 % ตอบว่าแป้งตลับ  จำนวน 15.5 % ตอบว่าลิปสติก  จำนวน 12 % ตอบว่าไว์เทนนิ่ง  จำนวน 7 % ตอบว่าการรักษาผิวหน้าในคลินิก  จำนวน 3.5 % ตอบว่าลงทุนไปกับคอร์สนวดหน้า  และอื่นๆ จำนวน 18 %

จากการสำรวจในครั้งนี้ พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งเพศหญิง  และเพศชาย ที่เข้ามาตอบแบบสอบถามมีจำนวนที่ใกล้เคียงกัน  เพราะปัจจุบันคนทั้ง 2 กลุ่มนี้ต่างให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่างและหน้าตา  ให้ดูดีอยู่เสมอ  ทั้งนี้เพื่อต้องการเข้าสังคม หรือติดต่อธุรกิจ

โดยกลุ่มหลักที่ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านความสวยความงามมากกว่ากลุ่มอื่นๆ  ประกอบด้วย  กลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่เริ่มทำงานหรือ First jobber  ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนที่อายุยังน้อย  กับกลุ่มที่มีระดับรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 45,000 บาทขึ้นไป  ซึ่งถือว่าเป็นระดับซีเนียร์ไปจนถึงกลุ่มผู้บริหาร  กลุ่มนี้เนื่องจากอาจเริ่มมีอายุมากขึ้นประกอบกับหน้าที่การงานต้องติดต่อธุรกิจหรือเข้าสังคมมากขึ้น  จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องความสวยความงามเช่นกัน

ไม่ตั้งงบการซื้อดูโปรโมชั่นที่พอใจ

ในขณะที่วงเงินสำหรับใช้จ่ายสำหรับสินค้าหรือบริการเพื่อความสวยความงาม  ต่อเดือนจำนวนเงินจะอยู่ที่ต่ำกว่า 1,000 บาท  และ 1,001-3,000 บาท  โดยสัดส่วนของทั้ง 2 กลุ่มนี้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน  แต่มีอีกจำนวนมากถึง 26 % ที่ตอบว่าไม่เคยตั้งงบหรือซื้อตามความพอใจ  กลุ่มนี้อาจซื้อตามการโฆษณา  ประชาสัมพันธ์  หรือการจัดโปรโมชั่น ดังนั้นแบรนด์สินค้าหรือบริการจึงต้องสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาด  เพื่อดึงคนกลุ่มนี้ให้เป็นลูกค้าของตน   เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่ไม่เคยตั้งงบหรือซื้อเพราะความพึงพอใจ ไปสู่กลุ่มที่ตั้งงบประมาณสำหรับการใช้จ่ายด้านความสวยความงาม และต้องใช้จ่ายสำหรับแบรนด์ของเราเท่านั้น

จากการสำรวจในครั้งนี้  พบว่าแม้ภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไรก็ตาม แต่กลุ่มตัวอย่างยังให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อความสวยความงาม  โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากถึง 77.3 %บอกว่าจะยังใช้จ่ายเท่าเดิม ไม่ตัดงบส่วนนี้ทิ้ง โดยกลุ่มที่ตัดงบส่วนนี้ทิ้งมีจำนวน 17.3%  และมีจำนวน 5.4% ที่ตอบว่าจะเพิ่มงบในส่วนนี้ 

จากแบบสอบถามในครั้งนี้ พบว่า สินค้าหรือบริการเพื่อความสวยความงาม ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่จำเป็นสำหรับกลุ่มคนทำงาน  แม้งบการใช้จ่ายจะไม่สูงมากนัก แต่ก็ไม่ได้ตัดงบส่วนนี้ออกไป เพราะการดูแลรูปร่าง หน้าตา เป็นเรื่องสำคัญ  สินค้ากลุ่มนี้จึงยังอยู่รอดได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ที่ยังต้องอาศัยกิจกรรมการตลาดที่ดึงดูดการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

Tags : กรุงเทพธุรกิจโพลล์

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า