กรุงเทพธุรกิจโพลล์ เผยผลสำรวจ"งบเพื่อความสวย ความงาม" ยุคเศรษฐกิจซบ ผู้หญิง 77.3% ไม่ตัดงบความงาม ใช้จ่ายเท่าเดิม
กรุงเทพธุรกิจโพลล์ เผยผลสำรวจ"งบเพื่อความสวย ความงาม" ยุคเศรษฐกิจซบ พบผู้หญิง 77.3% ไม่ตัดงบความงาม ยังคงใช้จ่ายเท่าเดิม ขณะเดียวกันไม่ตั้งงบ เลือกซื้อจากโปรโมชั่นที่พอใจ ขณะที่ผู้ประกอบการเครื่องสำอาง ปรับกลยุทธ์ดึงลูกค้า ชูความคุ้มค่า อัดโปรโมชั่นแรง ซื้อชิ้นที่ 2 ลด 50% หวังสร้างโอกาสการขาย
ปัจจุบันคนให้ความสนใจเรื่องความสวยความงามเป็นอย่างยิ่ง เพราะรูปร่างหน้าตา และบุคลิกภาพ เป็นสิ่งสำคัญในการเข้าสังคม ดังนั้นสินค้าและบริการด้านความสวยความงาม จึงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีแบรนด์ใหม่ๆ เปิดตัวลงแข่งขันในตลาดอย่างไม่ขาดสาย
"กรุงเทพธุรกิจโพลล์" ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างผ่านเว็บไซต์ www.bangkokbiznews.com ในประเด็นที่ว่าด้วย "งบเพื่อความสวย ความงาม" ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ - 6 มีนาคม 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจงบประมาณและพฤติกรรมการจับจ่ายสินค้า หรือบริการเพื่อความสวยความงามของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ซึ่งจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 555 ราย แบ่งออกเป็น เพศหญิง จำนวน 51.5 % เพศชายจำนวน 45.3% และเพศทางเลือก จำนวน 3.2%
โดยกลุ่มตัวอย่างมีระดับรายได้ต่อเดือน กลุ่มแรกต่ำกว่า 15,000 บาท จำนวน 49 % ระดับรายได้ตั้งแต่ 15,001-25,000 บาท จำนวน 21.3 % ระดับรายได้ตั้งแต่ 25,001-35,000 บาท จำนวน 17.5% ระดับรายได้ตั้งแต่ 35,001-45,000 บาท จำนวน 12.4% ระดับรายได้ตั้งแต่ 45,000 บาทขึ้นไป จำนวน 37.1 % และกลุ่มสุดท้าย คือผู้ที่ยังไม่มีรายได้ /ว่างงาน จำนวน 2.9%
กลุ่มตัวอย่างจำนวน 555 ราย ได้กำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายสำหรับความสวยความงามต่อเดือน ดังต่อไปนี้ กลุ่มแรกมีงบความสวยความงามต่ำกว่า 1,000 บาท จำนวน 31% ตั้งแต่ 1,001-3,000 บาท จำนวน 32 % ตั้งแต่ 3,001-5,000 บาท จำนวน 6 % ตั้งแต่ 5,001-7,000 บาท จำนวน 2% ตั้งแต่ 7,001 บาทขึ้นไป จำนวน 3 % และกลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มที่ไม่เคยตั้งงบประมาณไว้หรือซื้อตามความพอใจ จำนวน 26%
ชี้ 77% ยังคงใช้จ่ายความงามเท่าเดิม
โดยมีพฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อความสวยความงาม ดังต่อไปนี้ กลุ่มตั้งอย่าง จำนวน 5.4 % ตอบว่าได้เพิ่มเงินค่าใช้จ่ายเพื่อความสวยความงาม จำนวน 17.3 % ใช้จ่ายลดลง และจำนวน 77.3 % ตอบว่ายังใช้จ่ายเท่าเดิม และเมื่อถามว่า สินค้าหรือบริการเพื่อความสวยความงามอะไร ที่คุณขาดไม่ได้ถึงแม้ภาวะเศณษฐกิจจะย่ำแย่หรือเงินในกระเป๋าลดน้อยลง กลุ่มตัวอย่างจำนวน 23.5% ตอบว่าครีมกันแดด จำนวน 19.5 % ตอบว่าแป้งตลับ จำนวน 15.5 % ตอบว่าลิปสติก จำนวน 12 % ตอบว่าไว์เทนนิ่ง จำนวน 7 % ตอบว่าการรักษาผิวหน้าในคลินิก จำนวน 3.5 % ตอบว่าลงทุนไปกับคอร์สนวดหน้า และอื่นๆ จำนวน 18 %
จากการสำรวจในครั้งนี้ พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งเพศหญิง และเพศชาย ที่เข้ามาตอบแบบสอบถามมีจำนวนที่ใกล้เคียงกัน เพราะปัจจุบันคนทั้ง 2 กลุ่มนี้ต่างให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่างและหน้าตา ให้ดูดีอยู่เสมอ ทั้งนี้เพื่อต้องการเข้าสังคม หรือติดต่อธุรกิจ
โดยกลุ่มหลักที่ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านความสวยความงามมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ประกอบด้วย กลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่เริ่มทำงานหรือ First jobber ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนที่อายุยังน้อย กับกลุ่มที่มีระดับรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 45,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นระดับซีเนียร์ไปจนถึงกลุ่มผู้บริหาร กลุ่มนี้เนื่องจากอาจเริ่มมีอายุมากขึ้นประกอบกับหน้าที่การงานต้องติดต่อธุรกิจหรือเข้าสังคมมากขึ้น จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องความสวยความงามเช่นกัน
ไม่ตั้งงบการซื้อดูโปรโมชั่นที่พอใจ
ในขณะที่วงเงินสำหรับใช้จ่ายสำหรับสินค้าหรือบริการเพื่อความสวยความงาม ต่อเดือนจำนวนเงินจะอยู่ที่ต่ำกว่า 1,000 บาท และ 1,001-3,000 บาท โดยสัดส่วนของทั้ง 2 กลุ่มนี้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน แต่มีอีกจำนวนมากถึง 26 % ที่ตอบว่าไม่เคยตั้งงบหรือซื้อตามความพอใจ กลุ่มนี้อาจซื้อตามการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือการจัดโปรโมชั่น ดังนั้นแบรนด์สินค้าหรือบริการจึงต้องสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาด เพื่อดึงคนกลุ่มนี้ให้เป็นลูกค้าของตน เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่ไม่เคยตั้งงบหรือซื้อเพราะความพึงพอใจ ไปสู่กลุ่มที่ตั้งงบประมาณสำหรับการใช้จ่ายด้านความสวยความงาม และต้องใช้จ่ายสำหรับแบรนด์ของเราเท่านั้น
จากการสำรวจในครั้งนี้ พบว่าแม้ภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไรก็ตาม แต่กลุ่มตัวอย่างยังให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อความสวยความงาม โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากถึง 77.3 %บอกว่าจะยังใช้จ่ายเท่าเดิม ไม่ตัดงบส่วนนี้ทิ้ง โดยกลุ่มที่ตัดงบส่วนนี้ทิ้งมีจำนวน 17.3% และมีจำนวน 5.4% ที่ตอบว่าจะเพิ่มงบในส่วนนี้
จากแบบสอบถามในครั้งนี้ พบว่า สินค้าหรือบริการเพื่อความสวยความงาม ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่จำเป็นสำหรับกลุ่มคนทำงาน แม้งบการใช้จ่ายจะไม่สูงมากนัก แต่ก็ไม่ได้ตัดงบส่วนนี้ออกไป เพราะการดูแลรูปร่าง หน้าตา เป็นเรื่องสำคัญ สินค้ากลุ่มนี้จึงยังอยู่รอดได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ที่ยังต้องอาศัยกิจกรรมการตลาดที่ดึงดูดการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
Tags : กรุงเทพธุรกิจโพลล์