กำลังซื้อที่หดหาย ไปตามวิกฤติเศรษฐกิจ ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการต้องเดินเกมต่างๆนาๆ เพื่อเป้าหมายในการดึงเงินจากกระเป๋าลูกค้า
โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า "รีเทล" ที่ศูนย์การค้าจังซีลอน เลือกใช้เป็นมัดเด็ด โดยยังคงผนึกกำลังกับพันธมิตรอย่าง Play Boy และ ToysRUs
ประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เล่าว่า ในปี 2552 จังซีลอนจะเน้น "กลยุทธเชิงรุก" อัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในตลาด "ค้าปลีก" ในศูนย์การค้า เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
โดยจะหันมาเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศที่เป็นคนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในไทย มากกว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศหน้าใหม่เหมือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้จะปรับสัดส่วนรายได้ของกลุ่มคนไทย และต่างชาติที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในไทยเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 40% ขณะที่ลูกค้าต่างประเทศหน้าใหม่จะให้ความสนใจน้อยลงเหลือเพียง 60% จาก 70% ในปีก่อน
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศระมัดระวังการใช้จ่ายเงินมากขึ้น จากวิกฤติเศรษฐกิจโลก แม้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ก็ตาม
เขาเล่าว่า จังซีลอนจะ”อัด”แคมเปญต่างๆ เข้าไปในแผนการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสีสันและอารมณ์ช็อปปิงให้ลูกค้า”อยากซื้อ” แม้ว่าในปีนี้จังซีลอนได้วางงบการตลาดไว้ราวๆ 40 ล้านบาทเท่ากับปีก่อน แต่ก็มีแผนที่จะทบทวนใหม่อีกครั้งในช่วงกลางปีนี้ เพื่อให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจที่เป็นจริง
“เปรียบเทียบการทำตลาดปี 2251 กับปี 2552 ของจังซีลอนถือว่ามีความแตกต่างกันมาก ปีนี้เป็นปีของการปรับกลยุทธให้เข้าภาวะเศรษฐกิจ เราจะเน้นการค้าปลีกภายในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก โฟกัสไปที่กลุ่มลูกค้าเฉพาะที่เป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ เมื่อเทียบกับปีก่อนเราไม่ได้เน้นทางใดทางหนึ่ง”
นอกจากนี้ แคมเปญที่ออกมาส่วนใหญ่ จังซีลอนยังคงใช้กลยุทธผนึกกำลัง (synergy) กับพันธมิตรใหม่ เพื่อเรียกความตื่นเต้นและสร้างกระแสให้ตลาด กระตุ้นให้คนเดินเข้าสู่ประตูการค้าแห่งนี้
ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน คือ ในไตรมาสที่ 2 จังซีลอนได้ส่ง "สไมล์ลิ่ง แคมเปญ" (Smiling Campaign) ต่อยอดความสุขและคืนกำไรให้ลูกค้าในงานฉลองครบรอบ 2 ปีโดยเฉพาะในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยร่วมกับบริษัท ล้ำยุค (มิลเลเนี่ยม 2002) จำกัด ซึ่งดูแลแบรนด์ Play Boy และ บริษัท ทอยส์ รีเทลลิ่ง (ประเทศไทย)จำกัด เจ้าของแบรนด์ ToysRUs
นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะเปิดเอนเตอร์เทนเม้นท์ ฮับแห่งใหม่ระดับไฮคลาสภายในศูนย์การค้า บนเนื้อที่ 1,250 ตร.ม.ในชื่อ Sound Phuket ภายใต้การบริหารงานของกลุ่ม Bed Supper Club แคมเปญเหล่านี้จะเริ่มต่อเนื่องตั้งแต่ 28 มีนาคม - 12 เมษายน 2552
ประวิช บอกว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาแล้ว แต่การใช้จ่ายต่อหัวไม่ได้สูงมากนักเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เหลือราวๆ 2,500 บาทต่อคนต่อวัน ไม่เกิน 4,000 บาท จากที่เคยใช้จ่ายราว 4,500-5,000 บาทต่อคนต่อวัน แต่จำนวนคนที่เข้ามาเดินในศูนย์การค้าแห่งนี้ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกันคือ ประมาณ 30,000 คนต่อวัน
สำหรับการจัดแคมเปญกระตุ้นตลาดในครั้งนี้คาดว่า จะมีเงินสะพัดกว่า 2,000 ล้านบาทต่อวัน จากจำนวนร้านค้า 300 แห่ง และในปีนี้ตั้งเป้ารายได้จากการเช่าพื้นที่ไว้ประมาณ 45 ล้านบาทต่อเดือน เพิ่มจากปี 2551 ราว 5% และเพิ่มพื้นที่กิจกรรมภายในศูนย์การค้าให้ได้ 90%
