หอการค้าจี้รัฐเร่งแก้วิกฤตแรงงานอีสานเหตพื้นที่กระจุกตัวผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ - อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมโคราชจังหวัดเดียวส่อเลิกจ้างกว่า 9 พันราย
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าอีสาน กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคอีสาน ว่า ต้องยอมรับว่าการลงทุนในภาคอีสานผ่านทางบีโอไอในช่วง 3 ปีที่ผ่านมีความเติบโตสูง โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา เนื่องจากได้รับสิทธิพิเศษในด้านการลงทุนจากทางบีโอไอ
การลงทุนส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสานจะอยู่ที่ จ.นครราชสีมา อุดรธานี และขอนแก่น อุตสาหกรรมที่ลงทุนจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งเมื่อมีปัญหาด้านเศรษฐกิจภาคอีสานจึงได้รับผลกระทบหนัก ถึงแม้ว่าในพื้นที่ภาคอีสานจะมีโรงงานอุตสาหกรรมไม่มากเท่าภาคตะวันออก แต่ในพื้นที่ภาคอีสานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็คทรอนิคส์
สำหรับปัญหาคนตกงานในพื้นที่ภาคอีสานนั้นหอการค้าอีสานได้สำรวจออกมาแล้วว่าผู้ว่างงานส่วนใหญ่แยกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มนักศึกษาที่จบใหม่ กลุ่มพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง กลุ่มแรงงานเกษตรที่ว่างเว้นจากการทำนา และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศ
หากทั้ง 4 กลุ่มนี้ตกงาน คนอีสานจะเดือดร้อนมากที่สุด เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศจะมาจากทางภาคอีสาน และในขณะนี้จากการสำรวจตัวเลขตามโรงพยาบาลรักษาทางด้านจิต ทั่วภาคอีสานเกือบทุกโรงพยาบาลมีตัวเลขผู้ป่วยทางจิตเข้ารักษาต่อวันเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันประชาชนมีความเครียดเพิ่มสูงขึ้น
"รัฐบาลควรจะมีนโยบายหลักในการแก้ไขปัญหาให้กับทุกภูมิภาคโดยเฉพาะทางภาคอีสาน ไม่ใช่นำนโยบายกลางมาแก้ไขปัญหา โดยรัฐบาลควรที่จะลงมายังพื้นที่เพื่อพูดคุยกับองค์กร หรือหน่วยงานด้านเศรษฐกิจในแต่ละจังหวัด อาทิ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อระดมความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหา
การใช้เงินมหาศาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นรัฐบาลควรที่จะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากที่ผ่านมาการเก็บภาษีของรัฐบาลนั้นไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้าที่กำหนดไว้" นายทวิสันต์ กล่าว
ด้านนางพรทิพย์ ทองเอี่ยม หัวหน้าสำนักงานสวัสดิการและคุมครองแรงงาน จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์การเลิกจ้างแรงงานในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ว่า สถานการณ์การเลิกจ้างในเขตพื้นที่นครราชสีมามีความน่ากังวล โดยมีผู้ประกอบกรอีกประมาณ 14 แห่ง ประกอบธุรกิจ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และบรรจุหีบห่อ ไม่มีออเดอร์เข้ามาระยะหนึ่ง ส่งผลให้ลูกจ้างและพนักงานมีความเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างประมาณ 8,700 คน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสถานประกอบการใดแจ้งความประสงค์ที่จะลดค่าจ้างพนักงานเข้ามาแต่อย่างใด
ทั้งนี้สถานการณ์เลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2551-25 กุมภาพันธ์ 2552 มีสถานประกอบการปิดกิจการทั้งสิ้น 5 แห่ง มีลูกจ้างถูกเลิกจ้างทั้งสิ้น 759 คน โดยลูกจ้างทั้งหมดได้รับเงินชดเชยจำนวนทั้งสิ้น 14,731,790 บาท และอีก 12 แห่งที่เลิกจ้างบางส่วน โดยส่วนใหญ่จะเป็นสถานประกอบการที่ประกอบธุรกิจประเภท ผลิตชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ , ชิ้นส่วนยานยนต์ , พลาสติก เป็นต้น ซึ่งมีการเลิกจ้างลูกจ้าง 1,544 คน ได้รับเงินชดเชยรวมจำนวน 38,896,228.25 บาท รวมลูกจ้างทั้งหมดที่ถูกเลิกจ้างจำนวนทั้งสิ้น 2,303 คน โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่โรงงานไม่มีการสั่งออร์เดอร์เข้ามา
Tags : เลิกจ้าง • หอการค้าอีสาน