กรุงเทพธุรกิจ

  •  

ธุรกิจ

วันที่ 4 มีนาคม 2552 10:32

ครม.เศรษฐกิจถกมาตรการช่วยอุตฯยานยนต์

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานการประชุมครม.เศรษฐกิจ เพื่อหามาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

นายกฯร่วมถกครม.เศรษฐกิจวันนี้ หามาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ

ในวันนี้ (4 มี.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ชุดใหม่นัดแรก โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะมีการหารือถึงความช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ ที่จะเข้าสู่ ครม.เศรษฐกิจวันนี้ รวมถึงแนวโน้มการลงทุน ปี 52

สำหรับการพิจารณามาตรการให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ ตามที่ 4 องค์กรหลักเสนอ  คือ ให้ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3% ซึ่งจะทำให้มียอดจำหน่ายรถเพิ่มขึ้น และเกิดการจ้างงานต่อไป

นอกจานี้ ผู้ประกอบการยังต้องการให้รัฐบาลส่งเสริมมาตรการด้านการเงิน โดยเฉพาะให้ธนาคารของรัฐหาวงเงินมาปล่อยสินเชื่อ เสริมสภาพคล่องให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขนาดเล็ก ที่กำลังประสบปัญหา

อีกทั้ง ต้องการให้รัฐบาลอนุมัติแผนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ในกลุ่มรถยนต์ ด้วยการจัดสรรงบประมาณ ให้ภาคเอกชนนำไปใช้ ในโครงการระหว่างที่ค่ายรถยนต์มีการลดกำลังการผลิต และให้รัฐบาลกำหนดให้มีการผลิตรถเมล์ของ ขสมก. ที่เคยเช่าจากต่างประเทศให้หันมาผลิตในไทยแทน

ด้านนายประสาทศิลป์ อ่อนอรรถ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวว่า ข้อเสนอเร่งด่วนที่สมาคมต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือมากที่สุด คือ สนับสนุนงบประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานในภาคอุตสาหกรรมรวมทั้งการชะลอเลิกจ้าง

เนื่องจากขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจส่งผลให้อุตสาหกรรมต้องเลิกจ้าง อย่างไรก็ตามคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวกลางปี ซึ่งหากเศรษฐกิจฟื้นตัว อุตสาหกรรมยานยนต์ก็จะเริ่มฟื้นตัวตาม และหากไม่รักษาแรงงานฝีมือเหล่านี้ไว้จะทำให้อุตสาหกรรมนี้พัฒนาไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับข้อเสนอที่ในการลดภาษีสรรพสามิตรนั้น นายประสาทศิลป์ ไม่คาดหวังนัก เนื่องจากเศรษฐกิจยังชะลอตัว การจัดลดภาษีมีผลต่อการจัดเก็บรายได้ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับอนุมัติจากครม. สมาคมจะกลับไปหารืออีกครั้งถึงแนวทางการดำเนินการ โดยอาจจะมีการหารือกับนายนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางการช่วยเหลือต่อไป

Tags : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อุตสาหกรรมยานยนต์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

***ทำดีต่อไปเหอะครับนายกเดี๋ยวจะเก็บแนวความคิดธุรกิจแปลกๆเข้ากิจการส่วนตัวของท่านให้ภายหลังจากการออกจากตำแหน่งแต่ไม่ใช่4-5ปีนี่แน่ครับ

ความคิดเห็นที่ 4

ให้เช่า Serviced Office ตึกพญาไทพลาซ่า ตรงสถานีบีทีเอสพญาไท มีหน้าต่างในห้อง และไม่มีหน้าต่างในห้อง

รายละเอียดเพิ่มเติม: พื้นที่สำนักงานให้เช่า ตึกพญาไทพลา ซ่า ขนาด 25 ตรม ติด BTS พญาไท

ราคาค่าเช่า (ผุ้เช่าไม่ต้องจ่ายเพิ่มต่างหาก)

รวม อุปกรณ์สำนักงาน ใหม่ยกชุด โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เก็บเอกสาร

อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 3 เม็ค 3สาย

โทรศัพท์สายตรง 2 สาย

ค่าน้ำดื่ม (น้ำร้อน น้ำเย็น)

ค่าแม่บ้านทำความสะอาด

สิ่ง แวดล้อม ออฟฟิศอยู่ริมถนนใหญ่ ติด รถไฟ ฟ้า BTS พญาไท และ แอร์พอร์ต ลิ้งค์ไปสุวรรณภูมิ มีิอาหารกินตลอดทั้งวัน ทั้งคืน เดินทางสะดวก รายล้อมไปด้วย คอนโด และโรงแรม


Serviced Office for Rent locate in the heart of city like Payathai

Window Rooms are Available

rental includes furniture

Hi-speed ADSL internet

2 direct telephone lines

all utilities for the room paid

office room cleaning, maintenance, and etc.
For more information please contact
Tel: 022146336, 0863346036, Fax: 022146337

ความคิดเห็นที่ 3

คิดไม่เป็น รถยนต์ใหม่จะเป็นการกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายมากขึ้น คนออกรถใหม่ถามว่าเขาจะออกมาจอดไว้หรือไง ได้การท่องเที่ยว อาหาร
ไปคิดดูให้ดีๆว่าคนที่ออกรถใหม่เขาจะทำอะไรบ้าง ถ้าประชาชนใช้รถเก่า
ไม่อยากไปไหนให้เสียเงินการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่เกิด แจกเงิน2000 หาเสียงดีกว่า ฝันไปเลยเด็กหนุ่มสองคน เพราะธุรกิจรถยนต์ส่วนใหญ่เป็นของพวก นายกเก่าต่างหากจึงไม่ค่อยสนใจจะกระตุ้น ระวังผลกระทบให้ดี

ความคิดเห็นที่ 2

ออกข่าวแบบนี้จะโดนฝ่ายตรงข้ามโจมตีได้ว่า ช่วยแต่คนรวย ต้องเล่นข่าวประชานิยมบ้าง

ความคิดเห็นที่ 1

ดูข่าวต่างประเทศวิธีช่วยอุตสาหกรรมรถยนต์แก้โดยให้บริษัทรถยนต์รับซื้อรถเก่าตั้งแต่5ปีขึ้นไปนำไปทำลายโดยให้ราคาคันละสองแสนบาทโดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายให้30%และลูกค้าต้องซื้อรถใหม่ออกไปใช้ซึ่งวิธีการนี้win-winทุกๆฝ่าย เมืองไทยน่าจะลองใช้วิธีนี้ดู

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า