โจเซฟ สติกลิตซ์ กลายเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยตอบรับคำเชิญเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
หลังจากที่ถกเรื่องเศรษฐกิจกันอย่างถูกคอจากการพบปะกันในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
โจเซฟ สติกลิตซ์ (Joseph Stiglitz) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และนักเศรษฐศาตร์รางวัลโนเบล ปี 2001 เจ้าของ "ทฤษฎีข้อมูลที่ไม่สมมาตรกัน" (Theory of information Asymmetry) ซึ่งส่งผลให้ตลาดไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ได้กลายเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยตอบรับคำเชิญเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยเป็นที่ปรึกษาที่รัฐบาลไทยไม่ต้องจ่ายค่าตัวใดใดทั้งสิ้น
เพราะการให้คำปรึกษาครั้งนี้ของสติกลิตซ์ เป็นการ "แลกเปลี่ยนความคิดเห็น" กับทาง อภิสิทธิ์ และรัฐบาลไทย เนื่องจากทั้งสองมีมุมมองต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกัน
สำหรับคนไทยที่ไม่ได้ข้องแวะกับเรื่องเศรษฐศาสตร์มากนัก ชื่อของสติกลิตซ์ อาจไม่คุ้นหูเท่ากับไมเคิล อี พอตเตอร์ ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาโครงการศึกษาการพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศไทยในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร หรือพอล ครุกแมน ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย Princeton ที่เป็นขาประจำของรัฐบาลจอร์จ บุช
สติกลิตซ์เป็นนักเศรษฐศาสตร์สาย Neo - Keynesian ที่เชื่อในกลไลตลาด และการแทรกแซงของภาครัฐด้วยการใช้นโยบายการคลัง และนโยบายการเงิน ที่พวกกลุ่มหัวก้าวหน้าในสหรัฐอเมริกาชื่นชมในตัวเขา โดยเป็นอดีตหัวหน้าคณะที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของ ประธานาธิบดีบิล คลินตัน และอดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก
เขาเกิดที่มลรัฐอินเดียนาเมื่อปี 1943 และปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ Global Thought ของมหาวิทยาลัย ในยุครัฐบาลบิล คลินตัน เขาเป็นสมาชิกของสภาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ และต่อมาเป็นประธานของสภานี้ในช่วงปี 1993- 1997 จากนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าเศรษฐกรและรองประธานอาวุโสของธนาคารโลกในช่วงปี1997-2000
สติกลิตซ์ ได้เผยแพร่แนวคิดของเขาผ่านหนังสือ Globalization and Its Discontents และ Making Globalization Work ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง
โดย Globalization and Its Discontents หรือวิจารณ์การทำงานของไอเอ็มเอฟในปี 2540 ว่า เป็นการทำงานที่ล้มเหลว และเป็นต้นกำเนิดของความยากจนไม่รู้จบ
Making Globalization Work เป็นภาคต่อของเล่มแรกที่นำเสนอการใช้กระบวนการโลกาภิวัตน์เพื่อปรับปรุงระบบการเงิน การค้า และการพัฒนาเศรษฐกิจของสังคมโลก
ล่าสุด The Three Trillion Dollar War เพิ่งตีพิมพ์ออกมาในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขาวิเคราะห์วิจารณ์ต้นทุนของสงครามอิรัก ซึ่งมิได้เป็นภาระเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่เป็นภาระของโลกด้วย รวมทั้งเสนอยุทธศาสตร์การถอนทหารอเมริกันออกจากอิรัก
ชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งของสติกลิตซ์ คือ การต่อต้านทุนนิยม
เขาไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ที่เชื่อมั่นในระบบทุนนิยมแบบเดิม และการค้าเสรีแบบสุดขั้ว แต่ก็ไม่ใช่จะปฏิเสธเสียทั้งหมด
ตามความคิดของสติกลิตซ์ ทุนนิยมมี "ข้อบกพร่อง" ของระบบที่ต้องทำการแก้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรกำจัดทุนนิยมทิ้งไป เพราะทุนนิยมก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการให้ความมั่งคั่งกับคนที่ไร้โอกาส แต่ต้องหาวิธีแก้ไขข้อบกพร่องของตลาดให้ได้
ท่ามกลางความตระหนกของผู้คนหลังจากมูดี้ส์ออกมาประกาศว่า เศรษฐกิจไทยจะแย่สุดในภูมิภาคเอเชีย แต่เสียงชื่นชมของสติกลิทซ์ที่มีต่อรัฐบาลไทยบนเวที World Economic Forum จนถึงกับออกปากชมแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย พร้อมกับกล่าวเตือนในเรื่องการปฏิบัติ จนนำมาซึ่งการตอบรับเป็นกุนซือทางเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลไทยในครั้งนี้ น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจขึ้นมาได้บ้าง
Tags : โจเซฟ สติกลิตซ์ • Joseph Stiglitz • Neo - Keynesian

ความคิดเห็นที่ 31
jack , 5 มีนาคม 2552 10:23
มันเป็นคนอเมริกัน ยังช่วยประเทศมันเองไม่ได้เลย แล้วมันจะทำอะไรให้เราได้ คนไทยเราต้องช่วยกันเองครับ ฟังประชาชนตาดำๆนี่ล่ะครับ ฝรั่งมันจะรู้อะไรดีเท่าคนไทยด้วยกันเอง
ความคิดเห็นที่ 30
พงษ์ , 4 มีนาคม 2552 19:21
ท่านนายกใม่อยากปวดหัวเอาชาติไปฝากให้ฝรั่งเขาช่วยถ้าเจ้งฝรั่งไม่เป็นไรแต่ชาติซวยแต่ผมไม่เห็นด้วยเลย
ความคิดเห็นที่ 29
คำตอบอยู่ในอนาคต , 3 มีนาคม 2552 21:07
ไม่มีความรู้พอวิจารณ์แต่เป็นมุมมองคนด้อยปัญญา เห็นว่าเพราะโลกขาดสมดุลย์ เกิดมาก็อยู่ในระบอบสงครามเย็นที่มีสองระบอบค้ำยันกันคือคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตย ต่อมาเกิดปรากฏการณ์คอมมิวนิสต์ล่มสลาย ทำให้ประชาธิปไตยเบ่งบานพร้อมทุนนิยม จนดำเนินมาถึงตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะล่มสลายตามหรือไม่ ไม่มีทฤษฏีใหม่ๆมา เห็นแต่หันไปมองระบอบเก่าๆที่เคยใช้
ส่วนจะแก้ปัญหาได้ไหม อนาคตคือคำตอบ
ความคิดเห็นที่ 28
a.nonprofit.y , 3 มีนาคม 2552 18:29
..สมน้ำหน้า * ชาติโง่ คห.ที่ 5 จิงๆเลย. แค่อ่านให้สมบุรณ์ ก้อทำไม่ใด้.ยังบังอาจ+ทะลึ่ง ไปวิพากษ์อิกแน่ะ...จำไว้ ทีหลังต้องรอบคอบ.รู้ไม่จริง กรุณาอย่าทะลึ่ง เสือ ก.กะสิ่งที่รู้ไม่จริง แค่อยากดี-เด่น-ดัง.ใด้ ยกหัวชูหาง "สนองตัณหา.ตัวเอง แล้วทำส่วนรวม วิบัติฯ น่ะ มันแค่ คนสันดานฉลาดธรรมดา ตัวนึงเท่านั้น. เข้าใจใหม? อ้าย คห.5.
ความคิดเห็นที่ 27
25 , 3 มีนาคม 2552 18:28
ต้องกินโกเต๊กส์ถึงจะเก่งนะ มาร์ค
ความคิดเห็นที่ 26
น้องหมี , 3 มีนาคม 2552 18:25
ก็คนไทยมันไม่ฟังกันนี่ครับ เลยเอาฝรั่งมา คนไทยบางคนฟังไม่เข้าใจ มันก็ไม่ค่อยเถียง ดีออก
แล้วอีกอย่าง Keynesian ก็น่าจะเหมาะกับสภาวะแบบนี้
คงดีก่า Smith หรือเศรษฐศาสตร์แบบไทยๆ
มีคนมาช่วยคิดก็ดีก่าคิดคนเดียว แล้วเขาก็บอกว่าคิดให้ฟรี
แบบไม่เอาเงิน แต่คงได้รับประโยชน์อย่างอื่น เช่น
เขียนในประวัติว่า เคยเป็นที่ปรึกษารัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อปี...ถึง...
จริงๆแค่เป็นศาสตราจารย์ที่โคลัมเบีย นี่ก็สุดยอดแล้ว ยังได้โนเบลอีก
คนเขาเก่ง เราก็ชอบ เลยขอเชียร์เยอะๆ
ความคิดเห็นที่ 25
fere , 3 มีนาคม 2552 17:38
โจเซฟ สติกลิตซ์ ......ออกปากชมแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย (แสดงว่าแนวคิดทักษิณดีอยู่แล้ว) พร้อมกับกล่าวเตือนในเรื่องการปฏิบัติ (แต่กล่าวเตือนนายกอภิสิทธิ์ที่มีแนวปฏิบัติไม่ถูก...เลยมาช่วยบอกให้หายโง่ ซินะ)
ความคิดเห็นที่ 24
ขอแจม , 3 มีนาคม 2552 14:09
ที่ปรึกษาควรมีหลายคนเพื่อได้มุมมองที่แตกต่าง ส่วนผู้นำจะตัดสินใจยังไงเป็นอำนาจของของผู้นำ เปิดใจกว้างหน่อย!
ความคิดเห็นที่ 23
ชั้นเอง , 3 มีนาคม 2552 14:07
คห.5 ชั้นไม่อยากจะซ้ำเติมหล่อนเลย ว่า"โง่" จัง ขนาดเค้าเขียนว่าให้คำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้วนะ เฮ้ออออออ * ได้อีก
ในสามก๊กน่ะ
เล่าปี่คิดเก่งเป็นผู้นำ ยังต้องให้ขงเบ้งมาเป็นกุนซือเลยค่ะ
ต่อให้จบ Oxford คิดคนเดียว ทำคนเดียวก็คงไม่ไหว
ยังไงก็เถอะท่านเป็นศาสตราจารย์ระดับโนเบลซึ่งอุทิศตนให้สังคมค่ะ
ดีใจค่ะที่ท่านจะมาช่วยท่านนายกของเราอีกแรงนึง ประหนึ่งปราชญ์ได้ปราชญ์เป็นเพื่อนคู่คิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผลจริงๆค่ะ
(ขอความกรุณาอย่าโยงรางวัลนี้กับการจัดอันดับบริษัทต่างๆ (พวกAAA)โดยบริษัทเอกชนนะคะ มันคนละเรื่อง คนละวัตถุประสงค์เลยค่ะ)
ความคิดเห็นที่ 22
อิอิ , 3 มีนาคม 2552 14:04
แหม คห.19 ถ้าฉลาดจะเป็นเสื้อแดงให้พวก3เกลอจูงจมูกฟาดหัวคิวเหรอครับ
ความคิดเห็นที่ 21
อิอิ , 3 มีนาคม 2552 14:03
แหม คห.19 ถ้าฉลาดจะเป็นเสื้อแดงให้พวก3เกลอจูงจมูกฟาดหัวคิวเหรอครับ
ความคิดเห็นที่ 20
ชั้นเอง , 3 มีนาคม 2552 13:56
คห.5 ชั้นไม่อยากจะซ้ำเติมหล่อนเลย ว่า"โง่" จัง ขนาดเค้าเขียนว่าให้คำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้วนะ เฮ้ออออออ * ได้อีก
ในสามก๊กน่ะ
เล่าปี่คิดเก่งเป็นผู้นำ ยังต้องให้ขงเบ้งมาเป็นกุนซือเลยค่ะ
ต่อให้จบ Oxford คิดคนเดียว ทำคนเดียวก็คงไม่ไหว
ยังไงก็เถอะท่านเป็นศาสตราจารย์ระดับโนเบลซึ่งอุทิศตนให้สังคมค่ะ
ดีใจค่ะที่ท่านจะมาช่วยท่านนายกของเราอีกแรงนึง ประหนึ่งปราชญ์ได้ปราชญ์เป็นเพื่อนคู่คิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผลจริงๆค่ะ
(ขอความกรุณาอย่าโยงรางวัลนี้กับการจัดอันดับบริษัทต่างๆ (พวกAAA)โดยบริษัทเอกชนนะคะ มันคนละเรื่อง คนละวัตถุประสงค์เลยค่ะ)
ความคิดเห็นที่ 19
555 , 3 มีนาคม 2552 13:09
คคหที่ 5 อ่านภาษาไทยไม่ออกเหรอ เค้าบอกว่าไม่คิดค่าใช้จ่าย
* ง่าวววววววววววววววว
ความคิดเห็นที่ 18
ควายแท้ๆ , 3 มีนาคม 2552 12:08
คห. 14
ไม่เคยได้ยิน เหรอ คนเก่ง สามารถจ้างคนที่เก่งกว่ามาทำงานได้
คนเก่งคนเดียวไม่ใช้ซุปเปอร์แมน สามารถทำได้ทุกเรื่อง
แล้วยิ่งสถานการณ์เลวร้ายรอบด้านอย่างนี้
สติกลิกซ์ พูดถูกคอ อภิสิทธิ์ มาช่วยงานรัฐบาลไทย โดยไม่มีค่าแรง
อภิสิทธิ์ไม่เสียที จบถึง OXFORD มีคนเก่งมาเป็นที่ปรึกษาให้
ความคิดเห็นที่ 17
ควายแท้ๆ , 3 มีนาคม 2552 12:07
คห. 14
ไม่เคยได้ยิน เหรอ คนเก่ง สามารถจ้างคนที่เก่งกว่ามาทำงานได้
คนเก่งคนเดียวไม่ใช้ซุปเปอร์แมน สามารถทำได้ทุกเรื่อง
แล้วยิ่งสถานการณ์เลวร้ายรอบด้านอย่างนี้
สติกลิกซ์ พูดถูกคอ อภิสิทธิ์ มาช่วยงานรัฐบาลไทย โดยไม่มีค่าแรง
อภิสิทธิ์ไม่เสียที จบถึง OXFORD มีคนเก่งมาเป็นที่ปรึกษาให้
ความคิดเห็นที่ 16
ควายแท้ๆ , 3 มีนาคม 2552 12:05
คห. 14
ไม่เคยได้ยิน เหรอ คนเก่ง สามารถจ้างคนที่เก่งกว่ามาทำงานได้
คนเก่งคนเดียวไม่ใช้ซุปเปอร์แมน สามารถทำได้ทุกเรื่อง
แล้วยิ่งสถานการณ์เลวร้ายรอบด้านอย่างนี้
สติกลิกซ์ พูดถูกคอ อภิสิทธิ์ มาช่วยงานรัฐบาลไทย โดยไม่มีค่าแรง
อภิสิทธิ์ไม่เสียที จบถึง OXFORD มีคนเก่งมาเป็นที่ปรึกษาให้
ความคิดเห็นที่ 15
น้ำตาล , 3 มีนาคม 2552 12:01
แปลกจัง ทำไมถึงได้หลับหูหลับตากันขนาดนั้น ไม่ลืมตามองดูโลก หรือรับฟังเหตุผลกันบ้างเลย การที่รัฐบาลไทยมีที่ปรึกษาเก่ง ๆ และไม่ต้องจ้างแพง ๆ อย่างที่ผ่านมา น่าจะดีใจ แต่ดันไปว่าเขาอีก ชอบ * ที่ไปจ่ายตังค์ให้เขาแพง ๆ แล้วก็มาคุยโวโอ้อวด กวาดสตางค์เข้ากระเป๋าตัวเองซะงั้น พิลึกจัง
ความคิดเห็นที่ 14
คนไทย , 3 มีนาคม 2552 11:38
จบ Oxford แต่คิดเองไม่เป็น จึงต้องจ้างคนอื่นมาคิดแทน พอเขาทำไม่ได้ จะได้เอามาเป็นแพะ แล้วตัวเองลอยตัว โอ เก่ง มาก มาร์ค
ความคิดเห็นที่ 13
f , 3 มีนาคม 2552 11:33
ความเห็นที่ 5 พวกเสื้อแดงเลวมาก ไปหาความรู้แล้วค่อยมาด่ามั่ว ๆ /
Stiglitz เขารับเป็นที่ปรึกษาแบบไม่เป็นทางการ ให้คำปรึกษาเมื่อถาม ไม่ต้องเสียค่าจ้างอะไรเลย /
พวกเสื้อแดงสุดชั่ว ออกวิทยุแท็กซี่ให้ช่วยกันทำลายเศรษฐกิจไทย เพื่อล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่คิดหรือว่า ถ้าเศรษฐกิจไทยพัง พ่อแม่พี่น้องของพวกแท็กซี่ก็ตายด้วย แต่พวกแกนนำเสื้อแดงมีเงินคนละหลายร้อยล้านบาทที่ * ทักกี้ให้มา พวกนั้นมันไม่เดือดร้อนหรอก แตพวกสุนักรับใช้เสื้อแดงทักกี้อย่างความเห็นที่ 5 นี่แหละจะเดือดร้อนเอง เลวจริง ๆ /
ความคิดเห็นที่ 12
คนไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด , 3 มีนาคม 2552 11:26
เด็กเรียนเพื่อขอให้ทำข้อสอบได้ก็พอ ไม่ได้เรียนเพราะอยารู้อยากเก่ง
โรงเรียนกวดวิชารวย
กลางวันเป็นครู ตกเย็นเป็นติวเตอร์
กลางวันเป็นลูกศิษย์ ตกเย็นเป็นลูกค้า
ค่าเรียนพิเศษ module ละ 2,000-5,500 บาท เรียน3-4 modules
กวดวิชามีเงินเป็นร้อยเป็นพันล้าน พ่อแม่นำตาตกใน
ประชาชนยังทิ้งขยะเรี่ยราดกันเหมือนเดิม
ขับรถยังแซงคนอื่นไปแทรกหัวคิวเหมือนเดิม
ประเทศไทยยุค Digital
ความคิดเห็นที่ 11
อ้วน , 3 มีนาคม 2552 10:43
ขอตอบความคิดเห็นที่ 7 คนไทยหมดคนเก่งไปนานแล้วครับ เพราะ การศึกษาไทยไม่ได้ช่วยให้คนไทยดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย การศึกษาไทยไม่ได้รับการพัฒนาให้คนเราเก่งขึ้นมานานมากแล้ว ไม่ว่าอาจารย์ หรือ นักเรียน ไม่ได้รับการพัฒนาใดๆ เลยจากรัฐ (ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตาม) แล้ว คนไทยจะเก่งได้อย่างไร อย่าเพิ่งเย้วๆ เรื่อง เสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือ สีอื่นๆเลย เวลานี้ควรได้เวลาแล้วที่ต้องปฎิรูปการศึกษาจริงๆ จังๆ เสียที ไม่อย่างนั้นเด็กไทย จะโง่ลงๆ ทุกปีไป
ความคิดเห็นที่ 10
ป , 3 มีนาคม 2552 10:09
IMF ซ่อนรูป .... มาแล้ว .... บัดนี้มาร์คของยายเนียมได้ผัวฝรั่งสมใจ
ความคิดเห็นที่ 9
krit88 , 3 มีนาคม 2552 09:06
ต้องลอง ของแบบนี้ มันต้องเสี่ยง แต่อยู่ในความเสี่ยงที่รับได้ ดูจากประสบการการทำงานของ โจเซฟ บอกได้ว่า ขั้นเทพเลย เอาน่า ลองดูสักตั้ง ไม่เห็นจะเป็นไร ดีกว่าอยู่เฉยๆ หวังว่าประเทศไทย จะไปรอด ผมเชื่อมั่นใน ตัวนายกอะ แสดงให้ คนไทยเห็นหน่อย คับ ท่านนายก คนไทยทุกคนเอาใจช่วยท่านอยู่เสมอ คนไทยคนหนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 8
krit88 , 3 มีนาคม 2552 09:05
ต้องลอง ของแบบนี้ มันต้องเสี่ยง แต่อยู่ในความเสี่ยงที่รับได้ ดูจากประสบการการทำงานของ โจเซฟ บอกได้ว่า ขั้นเทพเลย เอาน่า ลองดูสักตั้ง ไม่เห็นจะเป็นไร ดีกว่าอยู่เฉยๆ หวังว่าประเทศไทย จะไปรอด ผมเชื่อมั่นใน ตัวนายกอะ แสดงให้ คนไทยเห็นหน่อย คับ ท่านนายก คนไทยทุกคนเอาใจช่วยท่านอยู่เสมอ คนไทยคนหนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 7
กำปั้น ทุบดิน , 3 มีนาคม 2552 09:01
คนไทยหมดคนเก่งแล้วรึงัย รมต.เศรษฐกิจไม่มีปัญญาหรืองัย
ความคิดเห็นที่ 6
ij , 3 มีนาคม 2552 08:56
โลกนี้จะมีใครเก่งเกิน "แม้ว" ล่องหน อีกแล้ว "แม้ว" เก่งทุกอย่าง ยังจำคำนี้ได้อีกหรือเปล่า ในอดีต "UN IS NOT MY FATHER" แต่ปัจจุบันลูกน้องกับบอกว่า WUN HELP US"
ความคิดเห็นที่ 5
a.nonprofit.y , 3 มีนาคม 2552 08:52
ต้องเอาภาษีหยาดเหงื่อ แรงกายคนยากจนของประเทศนี้. จ่าย "ค่าปลอกคอเท่ห์ๆ" ไปเท่าไรจ๊ะ? ความมั่นใจ ล้วนมีเหตุผล จากประสบการที่ผ่านการทดสอบ แบบของจริง-ของแท้ๆมาแล้ว...ประเภท จินตนาการ คิดเอาเอง หาเปลือก กระพี้ มาประดับ น่ะ พวกลิเก นักแสดง เขาทำกัน แบบนั้นเหมาะกว่ามั๊ง?
ความคิดเห็นที่ 4
gh , 3 มีนาคม 2552 08:42
ของฟรีไม่มีในโลกน่ะ มีเหมือนกันแต่ของดีดี ก็เน่าได้ เพราะฉะนั้นอะไรที่ฟรีอย่างหวังว่าจะมีคุณภาพเท่ากับของที่มีราคา
ความคิดเห็นที่ 3
ขนิษฐา , 3 มีนาคม 2552 08:40
ไม่ใช่เฉพาะอเมริกาเท่านั้นหรอกที่ตายเพราะความโลภ คนบนโลกใบนี้ก็ตายเพราะความโลภกันมาเยอะแยะแล้ว ตอนนี้คนไทยก็โดนหลอกเรื่องภาษี ก็เพราะความโลภเป็นเหตุ ที่โลกวุ่นวายก็เพราะ เราโลภ โกรธ หลง จนเกินพอดีนั่นเอง
ความคิดเห็นที่ 2
Pokin , 3 มีนาคม 2552 08:09
โลกได้เผาผลาญทรัพยากรไปมากมายกับสงครามย่อยต่างๆหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 นี่คงเป็นการปรับตัวของสังคมของโลกอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเกิดขึ้นทันทีหลังจากสงครามอันบ้าคลั่งในอิรักที่เป็นฝางเส้นสุดท้ายซึ่งเผาผลาญทรัพยากรของโลกซ้ำๆจนทำให้เกิดแรงหนุนเพิ่มเติมลงไป สมน้ำหน้ามนุษย์โลกที่ไม่ยอมอยู่ร่วมกันอย่างสันติและรู้จักทะนุถนอมทรัพยากรของโลกอย่างมีสติเพียงพอ
ความคิดเห็นที่ 1
ad , 3 มีนาคม 2552 07:30
มีคนเก่งขนาดนี้ตั้งมากมาย อเมริกาก็เจ๊งได้! แต่ก็เห็นด้วยกับแนวคิดต่อต้านทุนนิยมแบบดั้งเดิม มันโลภมากเกินไป อเมริกาตายเพราะความโลภนี่แหละเราว่า.....