แม้การเปิดเสรีอาเซียน จะก่อประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุนในอาเซียน แต่ลึกๆ แล้วคนที่พร้อมเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ ส่วนใครที่อ่อนแอ ลำบากแน่!
ดังนั้นอีกด้านหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงเป็นเหมือน "ดาบสองคม" หากไม่รู้จัก "ตั้งรับ" กับโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอีก 6 ปีข้างหน้า ที่กำแพงภาษีระหว่างอาเซียนด้วยกัน จะถูกทะลายลงราบคาบ
ณรัตน์ไชย หลีระพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย ให้ความเห็นต่อการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นำไปสู่การลดภาษีระหว่างกันเหลือ 0% ในอีก 6 ปีข้างหน้า (2558) ว่า ยังมีธุรกิจไทยที่ขาดศักยภาพ ไม่พร้อมที่จะแข่งขัน
แม้ไทยจะมีความโดดเด่นในธุรกิจอาหาร ธุรกิจบริการ เช่น สปา แต่ยังขาดการบริหารจัดการระบบที่เพียงพอ จึงกลายเป็น "จุดอ่อน" ของการเปิดเสรี "ภาคบริการ" เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาลงทุนในไทย
โดยเฉพาะมาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพ มีการบริหารจัดการที่ดี และมีความพร้อมด้านการเงินที่จะขยายธุรกิจออกไปในต่างประเทศ
ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่ธุรกิจไทยที่ดีๆ แต่ยังไม่แข็งแกร่งจะถูกต่างประเทศเข้ามา "เทคโอเวอร์" ภายหลังการเปิดเสรี
ณรัตน์ไชย เห็นว่า ภาครัฐควรเตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ด้วยการจัดทำ "ยุทธศาสตร์" เพื่อให้ผู้ประกอบการไทย "ตั้งรับ" และพร้อม "รุก" ออกไปเติบโตนอกบ้าน
เขายังระบุว่า ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ไทยที่มีมากกว่า 500 ราย แต่มีเพียงไม่ถึง 20 รายที่สามารถออกไปเติบโตนอกบ้าน และมีแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่ง อาทิ S&P และ แบลคแคนยอน เป็นต้น
โดยยุทธศาสตร์ที่จะทำให้แฟรนไชส์ไทย พร้อมแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ เขาเห็นว่า ต้องเริ่มต้นจากหน่วยงานภาครัฐต้องทำงานในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ
ขณะที่ เจน นำชัยศิริ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์ ระบุว่า การรวมตัวกันของอาเซียนจะเป็นโอกาสของการแสวงหาโอกาสร่วมกัน แทนที่เคยแข่งขันกันเอง แย่งการผลิตกันเอง ก็จะเปลี่ยนมาเป็นการผลิตร่วมกัน โดยแต่ละรายสินค้าจะรวมกลุ่มสินค้าเดียวกัน เป็นพันธมิตรการผลิตร่วมกัน และสร้างโอกาสทางการค้าร่วมกันในอาเซียน โดยสิ่งที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์ได้ดำเนินการไปแล้ว อาทิ การส่งผ้าบางชนิดไปตัดเย็บในเวียดนาม หรือ กัมพูชา
ส่วนความพร้อมของธุรกิจไทยรับกับการเปิดเสรีภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เขาเห็นว่า ธุรกิจไทยได้เตรียมความพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังมีเพียงประชาชนทั่วไปบางส่วนที่ยังขาดการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร จึงควรกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ และศึกษาด้านวัฒนธรรมและความเป็นมา รวมถึงพื้นฐานของสมาชิกอาเซียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
Tags : เปิดเสรีอาเซียน

ความคิดเห็นที่ 5
เอก , 3 มีนาคม 2552 12:20
มุมมองแคบมากครับ
ความคิดเห็นที่ 4
เสรีไทย , 3 มีนาคม 2552 00:46
ความร่วมมือ/การเจรจาทุกอย่างมันมีได้ มีเสีย บางอย่างเราได้ แต่เราก็ต้องเสียบางอย่างเหมือนกัน คู่เจรจาของเราก็ไม่ได้โง่กว่าเรา อยู่ที่ว่าจะยอมรับได้หรือเปล่า ในส่วนที่เราต้องเสีย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เราจะได้ (ได้อย่าง-เสียอย่าง) ไม่มีทางที่เราจะได้อย่างเดียว ต้องมองทั้ง 2 มุม จงจำไว้ให้ดี
ความคิดเห็นที่ 3
monoi , 2 มีนาคม 2552 21:51
ถ้าประชาคมอาเซียนมีความคิดเหมือนคุณบอกเลยยกเลิกไปได้เลยเพราะเป็นการมองแบบเอาแต่ได้ และแบ่งแยกซึ่งกันและกัน กำแพงที่ยากที่สุดของการรวมประชาคมคืออัตตาของแต่ละประเทศ เขตแดนนี้ของข้า เพราะหากคิดเช่นนั้นวันที่ทุกประเทศจะพร้อมคุณคิดว่า 50 หรือ 100ปี มันเป็นไปไม่ได้ที่ปลาเล็กจะโตเท่าปลาใหญ่ เพราะต่างก็กินอาหารเหมือนกัน หากแต่การรวมประชาคมคือการรวมภาคเศรษฐกิจทั้งหมดเป็นหนึ่ง เมือไม่มีพรมแดนการค้าระหว่างกันแล้วก็ไม่มีความกลัวระหว่างกันอีกต่อไป แต่อย่างว่าแหละทุกประเทศเขาก็คิดเหมือนคุณนั้นแหละ การจะรวมเป็นประชาคมอย่างยุโรปนั้นอาจจรอนานจนอาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็เป็นได้
ความคิดเห็นที่ 2
ปริญ , 1 มีนาคม 2552 22:02
อืมม..แล้วเมื่อไหร่ไทยจะพร้อมล่ะครบั เพราะคนไทยมีรบ. คอยอุ้มตลอดเวลาหรือเปล่า การจัดการในเรื่องของตนเองจึงมีสักที ก็เหมือน ๆ กับ เด็กไม่โตน่ะครับ อย่าไปว่าชาวนาเค้าเลย นักธุรกิจไทยเอง 80% ส่งลูกไปเรียน MBA กลับมาก็ยังทำธุรกิจอ่อนหัด ให้ฝรั่งจูงจมูกแบบไม่มีทิศทาง โตซะทีเถิดครับประเทศไทย ไหนบอกว่า "ชาติไทยไม่แพ้ชาติใด ๆ ในโลกไง" เปิดไปเลยครับเสรี ... คนไม่พัฒนาต้องตายไป ธรรมชาติจะเป็นผู้คัดสรร
ความคิดเห็นที่ 1
คนไทย , 28 กุมภาพันธ์ 2552 14:37
เป็นห่วงไทยในเรื่องนี้เหมือนกัน อย่างเช่น ความร่วมมือด้านอาหาร เห็นข่าวโครมๆ ว่า ไทยกับเวียดนามจะร่วมมือในเวทีอาเซียนนี้แน่นอน แต่ถามไทยกับเวียดนามจะได้ผลประโยชน์จริงเหรอ แล้วประเทศที่เหลือๆละ? ดูแล้วพี่สิงค์จะได้ประโยชน์สูงสุดเลยนะ(หวานหมูพี่เค้าละ) ทำมัยต้องใช้เวทีอาเชียน ทำไมไทยกับเวียดนามไม่คุยกันแบบทวิภาคีไปก่อน เอาแบบวินๆ กันไปสองคนก่อนที่เหลือค่อยมาหาคุยกัน พี่ไทยใจดีไปมัยกับประเทศเกษตรอย่างเรา ทั้งที่เกษตรกรไทยจนจะตาย ไม่อยากให้ไปหวังกันมากว่าประชาคมอาเชียนจะเหมือนประชาคมยุโรป มันไม่ง่ายอย่างงั้นหรอก.......... ความมั่งคั่งของอาเชียนจะเกิดกับทุกประเทศหรือ.. ยาก... ธุรกิจพร้อม แต่ประชาชนกี่คนที่พร้อม ประชาคมอาเชียนคือการร่วมมือที่มีประโยชน์คือคนบางกลุ่มเท่านั้น ประชาชนส่วนมากได้รับอานิสงค์น้อยมาก