Bangkokbiznews.com

ธุรกิจ

วันที่ 12 มกราคม 2552 07:45

ปตท.ปรับกลยุทธ์ขยายปั๊มพรีเมียมดึงลูกค้า

ปตท.ประเมินค้าปลีกน้ำมันปีนี้แข่งไม่รุนแรง เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว เชื่อใช้วิธีประคองมุ่งรักษาส่วนแบ่งตลาด และเน้นขยายปั๊มพรีเมียม

นายปรัชญา ภิญญวัธน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง สถานการณ์ค้าปลีกน้ำมันปี 2552 ว่า ปีนี้การแข่งขันด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมันคงจะไม่รุนแรง คาดว่าผู้ค้าน้ำมันแต่ละรายจะเน้นรักษาส่วนแบ่งการตลาดที่มีอยู่มากกว่า เนื่องจากราคาน้ำมันที่ผันผวน และค่าการตลาดที่ต่ำ "ในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และค่าการตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ จะไม่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันแต่ละรายให้ความสำคัญกับการแข่งขัน เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด แต่น่าจะมุ่งรักษาส่วนแบ่งที่มีอยู่มากกว่า" นายปรัชญากล่าว นายปรัชญา กล่าวว่า ในส่วนของ ปตท. เช่นเดียวจะรักษาส่วนแบ่งที่มีอยู่ประมาณ 32% โดยจะให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้ตรงจุดมากขึ้น อาทิเช่น ระดับคุณภาพของการบริการและผลิตภัณฑ์ ในส่วนของการบริการจะเพิ่มบริการให้ดีขึ้น อาทิเช่น ใช้เครื่องรูดบัตรแบบมือถือ เพื่อให้พนักงานสามารถให้บริการลูกค้าถึงรถ เชื่อว่าจะทำให้เกิดความมั่นใจในการชำระด้วยบัตรเครดิตมากขึ้น "การทำให้ราคาน้ำมันต่ำกว่าปั๊มอื่น หรือมีการลดแลกแจกแถมสินค้าในปั๊ม อาจไม่ได้ตอบสนองความต้องการจริงๆ ของลูกค้า ปตท.จะไม่เน้นการขายของถูกแบบนี้ แต่จะเน้นการในเชิงคุณภาพมากขึ้น" นายปรัชญากล่าว สำหรับการขยายสถานีบริการน้ำมัน ปีนี้ ปตท.จะเน้นขยายสถานีบริการแบบพรีเมียมในทำเลที่เหมาะสมมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นทำเลใหม่ หรือปรับปรุงสถานีบริการเดิมให้ดีขึ้น เท่าที่ประเมินพบว่าหลังจากที่ ปตท.มีสถานีบริการแบบพรีเมียม ในรูปแบบ PTT PARK มีขนาดกว้างขวาง และมีร้านค้าต่างๆ รองรับในหลายๆ จุด ทำให้มีกลุ่มลูกค้ามาใช้บริการ ปตท.มากขึ้น ส่วนสถานีบริการเจ็ท ขณะนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นแบรนด์ ปตท.แล้วกว่า 100 แห่ง จากทั้งหมด 146 แห่ง เหลืออยู่ประมาณ 20 แห่ง คาดว่าจะเปลี่ยนมาเป็นแบรนด์ ปตท.ได้ภายในปีนี้ ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ "จิฟฟี่" ต้องตรวจสอบตลาดก่อนว่าจะใช้ "จิฟฟี่" หรือจะจับมือกับเซเว่นอีเลฟเว่นต่อไป เพราะเท่าที่พิจารณาดูแล้ว พบว่าลูกค้าพอใจกับการใช้บริการทั้งสองแบรนด์ นอกจากนี้ ปตท.อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดเพื่อนำผลิตภัณฑ์น้ำมันมาตรฐานสูง มาจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันในบางทำเล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าบางกลุ่ม ทั้งเบนซิน ออกเทน 95 และออกเทน 97 นายปรัชญา กล่าวว่า ในส่วนของทิศทางค่าการตลาดน้ำมันในปี 2552 ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันตลาดโลก แต่เชื่อว่าราคาคงจะไม่ผันผวนเท่ากับปี 2551 หรือน่าจะอยู่ในระดับเฉลี่ย 50-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในส่วนของ ปตท.ก็จะเน้นดูแลค่าการตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมลิตรละ 1.50 บาท เพื่อลดภาระการขาดทุน สำหรับการจำหน่ายน้ำมันมาตรฐานยูโร 4 นั้น กลุ่ม ปตท.คงต้องขอชะลอออกไประยะหนึ่ง เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และความต้องการใช้น้ำมันที่ปรับลดลง โดยโรงกลั่นในเครือ ปตท.จะใช้วิธีแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ระหว่างกัน ขณะนี้ โรงกลั่นบางจากและไทยออยล์ผลิตน้ำมันได้มาตรฐานยูโร 4 ได้แล้ว ดังนั้น โรงกลั่นที่ยังไม่ได้ลงทุนก็สามารถแลกเปลี่ยนน้ำมันมาตรฐานยูโร 4 กับสองโรงกลั่นดังกล่าวได้ ทำให้น้ำมันที่จำหน่ายในประเทศเป็นไปตามมาตรฐานยูโร 4 ได้ ส่วนน้ำมันที่จำหน่ายในประเทศไม่ได้ก็จะทำการส่งออก ส่วนโรงกลั่นอื่นๆ ที่อยู่นอกเครือ ปตท. อาทิเช่น เอสพีอาร์ซี หรือเอสโซ่ ยังไม่ได้ลงทุนเช่นกัน ขณะนี้ ยังไม่ได้ตกลงที่จะมาแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์กัน ปตท.คงจะเน้นการแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เฉพาะโรงกลั่นในเครือ ปตท.ก่อน

Tags : ปตท. ปั๊มน้ำมัน

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement